3 ท่าบริหาร ป้องกันรองช้ำแบบง่ายๆ
ติดตามกันได้ทางช่องทาง Facebook : สุขภาพดี 5 นาทีกับหมอเซียม Youtube : DR Seam Tiktok : DR Seam
สำหรับใครหลายๆ คนคงมีอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรือที่เรียกกันว่ารองช้ำ ทำไมถึงเป็นอย่างงั้นเดี๋ยวเราไปฟังคำตอบพร้อมกัน สำหรับฝ่าเท้าของคนเรา จะมีเส้นเอ็นวิ่งผ่านบริเวณส้นเท้าที่ทำหน้าที่ยึดระหว่างส้นเท้ากับกระดูกนิ้วเท้า ที่เราเรียกว่าเอ็นใต้ฝ่าเท้า หรือเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้า ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษารูปทรงของเท้า รวมทั้งทำหน้าที่เหมือนสปริงในการลดแรงกระแทกเวลาเราวิ่งหรือเราเดิน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นแรงส่งในการออกวิ่งด้วย แต่ถ้าเราใช้งานบ่อยๆ หรือซ้ำๆ อย่างเช่นเรายืนหรือเดิน รวมทั้งที่เรามีน้ำหนักตัวมาก ฝ่าเท้าแบน หรือใส่ส้นสูงเป็นประจำ ก็จะมีปัญหาทำให้เส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบได้ หรือเป็นรองช้ำนั่นเอง สำหรับอาการระยะแรก อาจจะเป็นที่ส้นเท้ามีอาการปวดโดยเฉพาะหลังจากเราออกกำลังกายหรือเดินนานๆ ซึ่งส่วนใหญ่อาการปวดจะรุนแรงที่สุดเมื่อเราก้าวลงพื้นเป็นครั้งแรก เช่นเมื่อเราลุกขึ้นก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือนั่งพักเป็นเวลานานๆ และเมื่อเดินไประยะหนึ่งอาการก็จะดีขึ้น อาการปวดส้นเท้าจะมีมากขึ้นหลังจากยืนหรือเดินนานๆ และเมื่อเรากดที่ส้นเท้าก็จะรู้สึกอาการปวดร่วมด้วย ใครที่เสี่ยงเป็นรองช้ำ 1. คนสูงอายุเนื่องจากเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้ามีความยืดหยุ่นน้อยลง 2. คนที่มีน้ำหนักตัวมากหรือยืนเป็นเวลานานๆ 3. คนที่มีโครงสร้างเท้าผิดปกติ เช่น อุ้งฝ่าเท้าแบน อุ้งฝ่าเท้าโก่งเกินไป หรือ เคยเป็นข้ออักเสบที่อาจจะทำให้มีการอักเสบของเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าร่วมด้วย 4. คนที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม เช่น ไม่มีพื้นบุที่บริเวณส้นเท้า ทำให้เวลาเราเดิน ส้นเท้าจะกระทบกระแทกได้ 5. ในคนที่เปลี่ยนกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ เช่น เพิ่มระยะวิ่งมากกว่าปกติ วิ่งบนพื้นซีเมนต์ หรือ ในคนที่ออกกำลังกายโดยไม่มีการเหยียดยืดกล้ามเนื้อ ในการรักษาจะให้พักในการออกแรงจนกว่าอาการปวดจะดีขึ้น ลดน้ำหนัก รวมทั้งใส่รองเท้าที่มีแผ่นกันกระแทกที่อ่อนนุ่ม ถ้ามีอาการมาก ก็อาจจะกินยาลดอาการปวดในความควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรกินยาลดอาการปวดติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เนื่องจากจะมีผลต่อค่าตับหรือค่าไตได้ การทำกายภาพบำบัดเพื่อรักษาโรครองช้ำ 1. นั่งเหยียดขาไปข้างหน้า ใช้ผ้าดึงจนส้นเท้ากระดกขึ้น น่องมีอาการตึง ค้างไว้ครั้งละ 30 วินาทีแล้วค่อยปล่อยลง ทำเป็นชุดๆ รอบละ 5 -10 ชุด 2. วางฝ่าเท้าบนลูกเทนนิส แล้วคลึงไปมาใต้ฝ่าเท้า จนพังผืดใต้ฝ่าเท้าคลายออก 3. นั่งห้อยขาลงพื้น นำขาข้างที่มีการปวดนั่งไขว่ห้างยกขึ้น จากนั้นใช้นิ้วมือจับที่นิ้วเท้าให้กระดกขึ้น จนใต้ฝ่าเท้ามีอาการตึง ทำค้างไว้ 30 วินาที ทำเป็นชุดๆ ชุดละ 5 - 10 ครั้ง ซึ่งการทำกายภาพบำบัดดังกล่าวนี้ จะทำให้ลดอาการปวดส้นเท้า และอาการปวดตึงของเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าได้ ไม่ควรฉีดยาสเตอรอยด์เข้าไปที่ส้นเท้าเพราะจะทำให้อาการรักษาได้ยากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วอาการจะดีขึ้นหลังจากการกินยาและทำกายภาพ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากทำกายภาพแล้วไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคอื่นร่วมด้วยที่ทำให้มีอาการปวดส้นเท้าได้ สามารถชมรายละเอียดในคลิปเพิ่มเติมได้นะครับ
ประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักเรียนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก(พื้นที่เพียง 550 ตร.ม.)
เปิด 8 ธุรกิจจีนที่เติบโตในไทย
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
หนังที่ขาดทุนรุนแรงมากที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในโลก
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก
เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดค่าครองชีพสูง รายได้สวนทาง ปี 2568
เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
มิ้นท์ นวินดา ลูกชิ้นติดคอกลางกองถ่าย แฟนคลับแห่เป็นห่วง
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
อ้อมกอดผีเสื้อ Butterfly Hug กอดตัวเอง ช่วยคลายเครียด เสริมความมั่นใจ
จังหวัดที่มีจำนวน'เทศบาล'มากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในประเทศไทย
คาเมเลี่ยน กับดวงตา 360 องศา ความสามารถพิเศษของนักล่า
มิ้นท์ นวินดา ลูกชิ้นติดคอกลางกองถ่าย แฟนคลับแห่เป็นห่วง


