หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด🖉 ตั้งกระทู้ใหม่

สั่งจำคุก 1 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท 42 นักเที่ยวย่านสุขุมวิท ฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ศาลสั่งจำคุก 42 นักเที่ยวย่านสุขุมวิท คนละ 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท อัยการฟ้องเพิ่ม 2 ต่างชาติ ผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-พ.ร.บ.คนเข้าเมือง คุก 3 เดือน และ 9 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 ที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยวาจา คดีหมายเลขดำที่ 83/2564 น.ส.ศศิมา บัวจันทร์และพวก รวม 42 คน ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เนื่องจากในคืนวันที่ 15 ม.ค. 2564 นักเที่ยวทั้ง 42 คน ได้เข้าไปใช้บริการในร้านอาหารชื่อ TAJ CAFÉ ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานครโดยช่วงเวลาดังกล่าว ยังเป็นวันและเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร และประกาศดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอยู่

จำเลยทั้ง 42 นี้กับพวก ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันเข้าไปในภายในร้านอาหารชื่อร้าน TAJ CAFÉ ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการเปิดเพลงดนตรีประกอบการเต้นรำ โต๊ะรับประทานอาหารมีการจัดตั้งโดยไม่มีระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ของโรคติดต่อ มีการให้ลูกค้าสูบและดูดบารากู่

โดยภายในร้านค้าดังกล่าวมีจำนวนลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างด้าวอยู่ร่วมกันภายในเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีการควบคุมให้มีการสวมหน้ากากอนามัยและไม่มีการป้องกันใด ๆ ตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 อันเป็นการเข้าไปชุมนุมทำกิจกรรมหรือมีการมั่วสุมกันในสถานที่แออัดและเข้าไปในพื้นที่สถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรค ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศ เพื่อป้องกันและควบคุมมิให้เกิดการแพร่ของโรค

ทั้งนี้ ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนดเหตุตามฟ้องเกิดที่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้ง 42 คน และได้นำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้ว ชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 42 ให้การรับสารภาพ

อนึ่ง การกระทำของจำเลยทั้ง 42 คน ดังกล่าว เป็นการกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำ แต่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการป้องกันและควบคุมมิให้โรคระบาดแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยในอัตราอันสูงสุดเพื่อให้เข็ดหลาบ ตาม พ.ร.ก.บริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 มาตรา 4,5,7,9,18,19 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรลงวันที่ 25 มี.ค.63 และประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1-9)และประกาศเรื่องการให้ข้อกำหนดประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ 28 เม.ย.63 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่15) ข้อ 1และข้อ 3

ต่อมาศาลพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 42 มีความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 1 หมื่นบาท จำเลยทั้ง 42 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 42 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นพนักงานอัยการสำนักอัยการายคดีศาลแขวง 4 ยังได้ยื่นฟ้องนายคริสเตียน อากาบูเช่โอเคซูคู เเละนายออยเยบิซี อีเซดินูวู 2 ชาวต่างชาติ ในความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เเละ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การกระทำของจำเลยทั้ง 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91

จำเลยที่ 1 ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดจำคุก 4 เดือนและปรับ 1 หมื่นบาท ส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษฐานเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 4 เดือนและปรับ 6 พันบาท และฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปีและปรับ 1.6 หมื่นบาท ฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำคุกคนละ 2 เดือนปรับคนละ 1 หมื่นบาท

รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 2 หมื่นบาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 3.2 หมื่นบาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน และปรับ 1 หมื่นบาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 เดือนและปรับ 1.6 หมื่นบาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56

 

 

 

 

โพสท์โดย: NIXA
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/Khaosueb/photos/pcb.4933332086740761/4933330763407560
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: NIXA
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โซเชียลแห่เป็นห่วง อาม ชุติมา หลังโพสต์รูปล่าสุดเต้นท์ "ฐานลับ" ที่ทุกบริษัทต้องมี!!จ่อนอนคุก! "ครอบครัวหัวร้อน" ถูกคุมฟ้องศาล ผัวเครียดจัด โดนเอาผิด 3 ข้อหาหนักสัตว์โลกน่าสนใจ : น้องชิลชิล่า ที่ตุ้ยนุ้ย เหมือนเป็นก้อนขนเดินได้ขนาดย่อมๆ สุด Cute ไปเลยยย....อึ้งทั้งสตูฯ!! หนุ่มพูดชัด อดีตขายขนมลำบากที่สุด คือ "การชุมนุม ชัตดาวน์กรุงเทพ"ดราม่า! ขนมจีนหรือกระดาษทิชชู่ แม่ค้าแจง เงิบทั้งโซเชียลเงินก้อนสุดท้ายซื้อมือถือ หนุ่มลงทะเบียน "เราชนะ" ไม่ผ่าน มากราบแม่แล้วไปผูกคอตายคืนแรกในคุกของ 8 อดีตแกนนำ กปปส. "ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์" เครียดมากด่ายับ! หลังแฟนคลับพูด "ปาย" สวยกว่า "ลิซ่า"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ทำแผน "หมู่เทพ" ยิงพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว แฉนัดแรก ตั้งใจยิงอวดเพื่อน เจ้าตัวยังไม่สำนึก ไม่อยากขอโทษคนเจ็บไอซ์แลนด์ 🇮🇸 : ภาพแสงเหนือปรากฎให้เห็นในเมือง เรคยาวิกวานนี้ สวยงามมากแอฟริกา : พบว่าในเดือน ก.พ.64 ตั๊กแตนกลับมาระบาดอีกครั้งในแคนย่า และประเทศใกล้เคียงสถิติหนักสุดในรอบ 70 ปีรัสเซีย 🇷🇺 : มอสโก ❄️ มีหิมะกองใหญ่ทั่วเมืองเกิดจากหิมะตกหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งกระทู้ใหม่