หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เคยลังเลที่ต้องเตือนเพื่อนด้วยคำพูดที่อาจจะรุนแรงเกินไปไม๊ ⁉️

 เคยเตือนเพื่อนไปแบบนี้  เตือนด้วยความจริงใจจริงๆ แล้วเพื่อนก็รับฟัง , ไม่โกรธ

รู้สึกว่าโชคดีที่มีเพื่อนที่เข้าใจความหวังดีของเรา ☺️

     ต้องบอกก่อนนะคะว่าเพื่อนคนนี้มักจะบ่นเรื่องเงินไม่ค่อยพอใช้ , อยากจะซื้ออะไรก็ยังซื้อไม่ได้ , อยากได้รถยนต์ก็ไม่มีเงินผ่อน ฯลฯ

 

     ถ้าเป็นคุณล่ะ มีเพื่อนมาเตือนแบบนี้จะโกรธกันไม๊คะ ❓

 

เนื้อหาใจความมีดังนี้ค่ะ

 

ที่แกบอกว่า ไม่มีลูกแล้วจะชิวๆได้ 

ฉันว่า A และฉันยังชิวได้ไม่เท่าแกเลย ^_^

 

เวลาถามแกว่าวันหยุดทำอะไร ??

แกก็มักจะบอกว่า  

“ไปเที่ยวที่.....กับที่บ้าน”  ,  “พาลูกไปเที่ยวที่.....” 

ฉันได้ยินบ่อยมากอ่ะ

 

แต่ถ้าถาม A ว่าทำอะไร??

A จะตอบ “ขายของ” ,   “อยู่บ้าน”

 

ทั้งที่แกบอกว่าอยากทำโน่นทำนี่ มากมายมหาศาล 

อยากจะมีงานส่วนตัว แต่แกก็ใช้วันหยุดกับการเที่ยวเล่น ไม่ได้เริ่มอะไรสักที

แกก็อาจจะคิดว่า อยากใช้เวลาอยู่กับลูก แต่ถ้าลองมองอีกอย่างนะ ถ้าแกได้มีงานส่วนตัว แกจะได้ใช้เวลาอยู่กับลูกเยอะขึ้นนะ ไม่ใช่ว่าเที่ยวเล่นถึงจะเรียกว่ามีเวลาให้ลูก

หรืออาจจะไม่ต้องออกจากงานก็ได้ หยุดแค่วันอาทิตย์ แล้วหารายได้เสริม ชวนลูกๆมาลงมือช่วยกันทำด้วย ก็เป็นการใช้เวลาร่วมกัน แถมยังเป็นการสอนลูกไปด้วย

 

ฉันรู้สึกขอบคุณแม่ฉันมากๆเลยแหละ ที่ในตอนนั้นที่ฉันยังเป็นเด็ก แม่ไม่ได้สนใจแต่การสนุกเที่ยวเล่น แม่ฉันตั้งหน้าตั้งตาหาเงินมาเลี้ยงดูลูกจริงๆนะ 

 

ฉันไม่ได้ออกไปเที่ยววันหยุด เพราะแม่ฉันทำงานไม่มีวันหยุดเลย แต่ฉันไม่ได้รู้สึกโหยหาการเที่ยวนะในตอนนั้น

แค่อยู่บ้านดูทีวี, ดูการ์ตูน, แม่ทำขนมให้กิน(เพราะทำเองมันถูก) ฉันก็ว่ามันพิเศษล่ะ

 

พ่อแม่นี่แหละบางทีที่คิดว่าลูกต้องการอะไรแบบนั้น พ่อแม่กลายเป็นคนที่สร้างนิสัยแบบนั้นให้ลูก

ว่าวันหยุดต้องออกข้างนอก ต้องกินต้องใช้เงินเป็นพิเศษ

จนสุดท้ายลูกก็ติดนิสัยไปในที่สุด

 

ถ้ามีเงินเหลือกินเหลือใช้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก จะพากันไปต่างประเทศทุกสัปดาห์ก็ยังได้เลย

 

ตอนเด็กๆฉันได้เที่ยวแค่ช่วงเทศกาลก็เพราะติดสอยห้อยตามอา กับลูกๆของอา เช่น ตรุษจีน

แม่ฉันก็ยังทำงานหาเงินอยู่บ้านตลอด

 

แม่ย้ายออกมาจากครอบครัวของพ่อฉัน  ฉันก็ต้องขอบคุณแม่ ที่แม่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแบบนั้น  วันนี้ที่บ้านฉันเลยไม่ตกอยู่ในอาณัติใคร ไม่ต้องก้มหัวให้ใคร

ตอนนี้ฉันมีบ้านของตัวเองก็เพราะแม่

แม่ลำบากในตอนนั้น แต่วันนี้แม่และที่บ้านฉันทุกคนก็สบายขึ้นแล้ว

 

กินเที่ยวตอนนี้ก็ไม่สาย ไม่เดือดร้อน ยังใช้เงินกันแต่พอตัว

 

ตอนที่ฉันป่วยต้องใช้เงินเยอะนะ แต่ก็ยังมีลู่ทางหาเงิน 

ถ้าฉันเป็นลูกจ้างเขา  ป่านนี้คงลำบากน่าดู

 

แกเคยเล่าว่า เวลาที่แกมีเรื่องกับพี่สาว พี่แกถึงขนาดไล่แกออกจากบ้าน ฉันรู้สึกเสียใจกับแกเลยนะตอนที่ได้ยินแกเล่า

แต่แกก็อาจจะคิดว่า “ไม่เป็นไร ทีหลังแกจะยอมๆ จะไม่ทำให้พี่เคืองใจอะไรอีก”

 

แต่จะดีกว่าไม๊ ถ้าแกมีบ้านของตัวเอง

แกก็บอกว่าแกใช้จ่ายกับเรื่องกินเที่ยวไม่ใช่น้อย

ถ้าแกเอาเงินส่วนนั้นมาดาวน์, ผ่อนบ้าน ฉันว่าแกก็ส่งเกือบหมดล่ะนะ

 

ชีวิตที่ต้องห้อยติด พึ่งพาคนอื่น มันไม่มั่นคงและยั่งยืน

ในวันที่ลูกแกไม่มีแกแล้ว แกมั่นใจใช่มะว่าจะมีคนช่วยดูแลแทนอย่างดี

 

ชีวิตฉันชิวได้ก็ตรงที่ถ้าฉันตายไป ฉันไม่ต้องห่วงคนที่ยังอยู่ จะมีตอนนี้ก็คือห่วงแม่ห่วงพ่อ  แต่หมดห่วงเรื่องลูก

 

แต่แกล่ะ ถ้าต้องจากไป แต่ยังไม่ได้สร้างหลักปักฐานอะไรให้ลูกเลย แกจะไปอย่างหายห่วงเหรอ

 

ลองจินตนาการ ถ้ามีบ้าน อยู่กันสบายใจ 3 คนแม่ลูก จะมีความสุขขนาดไหน

 

ตอนนั้นจะทำอะไรก็ทำอย่างสบายใจ

มีเงินเก็บ มีเงินดูแลลูก 

 

อยู่ใต้หลังคาคนอื่น ก็ต้องก้มหน้าก้มตา เป็นที่รองรับอารมณ์เขาไปเรื่อยๆ

 

แต่ถ้ามีความสุขกับแบบนี้ที่เป็นอยู่ ก็ไม่เป็นไร ใจแกรับได้ ใครจะพูดยังไงก็ไม่มีผลกับแก

 

ถ้ารู้แน่นอนว่าโลกจะแตกวันไหน ฉันก็จะใช้ชีวิตแบบไม่ห่วงวันข้างหน้าเลยแหละ เอาสุขแค่ปัจจุบันให้เต็มที่ แต่พวกเราไม่รู้ไงว่าวันสุดท้ายของเราคือวันไหน เราถึงต้องเตรียมพร้อมให้เราไม่ต้องเดือดร้อนในวันข้างหน้า 

เวลาเดือดร้อนแล้วต้องไปขอร้อง, หยิบยืมคนอื่นมันยาก  เขาก็มีธุระต้องใช้เหมือนกัน เขาก็มีครอบครัวที่เขาต้องดูแลเหมือนกัน

 

อย่าโกรธฉันนะ แค่เป็นห่วง และพูดตรงๆ

แต่ที่สุดแล้วก็คือตัวแกจะเลือกยังไง

 

การเปลี่ยนแปลงมันจะยากตอนที่เริ่มต้นนี่แหละ แต่ถ้าได้ลองก้าวไปแล้ว ก้าวต่อๆไป มันก็ง่าย

 

ฉันก็ไม่ได้บอกให้แกคิดการณ์ใหญ่ ไม่ต้องลงทุนเยอะๆ ไม่ต้องไปเช่าตึกอะไรหรอก 

ไม่ต้องมีหน้าร้านก็ได้สมัยนี้ ขาย Online  แล้วไปส่งลูกค้าใกล้ๆบ้านก็ได้

 

หรือเริ่มจากตลาดน้ำ ตลาดนัดนี่แหละ หรือไปฝากขาย

 

ไม่ต้องไปร่ำเรียนเสียเงินที่ไหนด้วย

ดูตาม YouTube เยอะแยะไป

 

ขายอะไรที่แกมีวัตถุดิบอยู่ที่บ้านเองนี้แหละ แม่แกก็เก่งเรื่องขนม 

 

แม่ค้าตลาดน้ำขายขนมกล้วย ขนมฟักทอง ยังรายได้ดี , ลาออกจากงานประจำมาเลยนะแก

 

ขอแค่แกทำอร่อย, ตั้งใจจริง

 

แกก็ทำเสริมในวันอาทิตย์ก็ได้

แกต้องละเรื่องเที่ยวออกไปบ้าง, ต้องขยันขึ้น

 

งานประจำก็ทำไป

 

ฉันก็จะบอกแกแค่วันนี้  ก็คิดว่าห่วงแกได้เท่านี้แหละ

 

ยังไงฉันก็เป็นเพื่อนแกเหมือนเดิมไม่ว่าแกจะเลือกทางไหน 💕💕

เนื้อหาโดย: Bubble tree
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Bubble tree
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
เคยลังเลที่ต้องเตือนเพื่อนด้วยคำพูดที่อาจจะรุนแรงเกินไปไม๊ ⁉️
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวเน็ตสงสัย!? "ดีเจมะตูม" เรียนจบอักษรฯ ศิลปากร รุ่นไหน ทำไมไม่รู้จัก??ชาวเน็ตเดือด!! แฉภาพดารา จัดปาตี้ เต้นสนุกสนาน ไม่กลัวโควิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
บังโตแวะหน้าบ้านหมู โชว์ให้ดูจะจะเลย ว่าอิสลามเค้าไม่ได้กลัวหมูกันสักหน่อยนะ!พักพิง...ที่พิงพัก(4)ผู้ชายอินดี้ เป็นอย่างไรตะลึง.!! พรีเวดดิ้ง คู่ชายรักชาย
ตั้งกระทู้ใหม่