ไวรัสตับอักเสบบี
เขียนโดย lovef123
โรคไวรัสตับอักเสบ บี Hepatitis B เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทำให้เกิดการอักเสบของตับแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง ในปัจจุบันไวรัสตับอักเสบบีเป็นสาเหตุของตับอักเสบและทำลายตับ ทำให้เกิดโรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในอนาคต
ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อได้อย่างไร?
ไวรัสตับ อักเสบ บี สามารถแพร่กระจายผ่านทางเลือด การใช้เข็มร่วมกัน การสัมผัสสารคัดหลั่ง ทางเพศสัมพันธ์ และติดต่อจากแม่สู่ลูก
อาการของไวรัสตับอักเสบบี
ไวรัสตับ อักเสบ บีสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ระยะคือ
- ไวรัสตับอักเสบ บีเฉียบพลัน โดยอาการของโรคไวรัสตับอักเสบบีเฉียบพลันคือ ตัวเหลือง ตาเหลือง มีไข้ ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา เซลล์ตับถูกทำลาย ซึ่งผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี มีเพียงร้อยละ 5-10 ที่มีโอกาสเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
- โรคตับอักเสบบีเรื้อรัง จะมีอาการนานเกินกว่า 6 เดือน โดยแบ่งได้อีกเป็น 2 ชนิดได้แก่
- ชนิดตับอักเสบเรื้อรังไม่รุนแรง (Chronic Persistent) แบบค่อยเป็นค่อยไป
- ชนิดตอักเสบเรื้อรังแบบรุนแรง (Chronic Active Hepatitis) เป็นอาการอักเสบที่เกิดจากตับถูกทำลายไปมากและเกิดอาการตับแข็ง ในผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเกิดขึ้น แต่เชื้อไวรัสจะทำลายตับไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการตับแข็งและท้ายสุดจะกลายเป็นมะเร็งตับ
การวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบบี
แพทย์จะเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ และตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ
กลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัว เช่น สามี ภรรยา มารดา เป็นผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- ผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆ
- ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
การปฏิบัติตัวเมื่อติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
หากมีการตรวจพบเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี แบบเฉียบพลัน ควรขอรับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง และระมัดระวังการแพร่เชื้อไปสู่คนใกล้ชิด โดยวิธีการปฏิบัติตัวหากมีเชื้ออยู่ในร่างกายทำได้ดังนี้
- รับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
- ไม่ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- รับการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจเลือดจะทำให้ทราบว่าตับมีการอักเสบมากหรือน้อย
- บอกให้คนใกล้ชิดทราบ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
ผู้ที่ควรรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
- ผู้มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- ผู้ป่วยที่ได้รับเลือดบ่อย ๆ
- ผู้ที่ใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
- ทารกแรกเกิดทุกราย เด็ก และวัยรุ่นที่ไม่ได้รับวัคซีนเมื่อแรกเกิด
- ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี
ผลข้างเคียงจากวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี
- วัคซีนอาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ แต่อย่างไรก็ตาม อาการแพ้อย่างรุนแรงจากวัคซีนพบได้น้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหาใด ๆ
- อาการที่อาจจะพบหลังจากฉีดวัคซีน ได้แก่ มีไข้ต่ำ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน
- อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ ได้แก่ ปวดเมื่อย เพลีย ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
- หากมีอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดวัคซีนให้ประคบเย็น แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอื่นนอกเหนือจากนี้ควรปรึกษาแพทย์
การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
- ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
- มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยโดยใช้ถุงยางอนามัย / ไม่เปลี่ยนคู่นอนหลายคน
- เด็กแรกเกิดควรได้รับวัคซีนมากที่สุด เพราะติดเชื้อได้ง่าย
- ก่อนแต่งงานหรือวางแผนตั้งครรภ์ควรตรวจหาเชื้อไวรัสพร้อมคู่สมรส
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
“ไวรัสตับอักเสบบีไม่สามารถแพร่กระจายผ่านการ กอด จูบ การไอ จาม การจับมือ การกินอาหารร่วมภาชนะเดียวกัน”
อ่านบทความเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบี เพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.lovefoundation.or.th/hepatitisb
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
เลือกใช้โหมดแอร์ให้ถูกวิธี ความต่างระหว่างโหมด Cool และ Dry ที่ช่วยให้บ้านเย็นสบายและประหยัดไฟ
สงกรานต์ ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
สัตว์สายพันธุ์หายากมาก ที่ครั้งหนึ่งเคยพบได้ในประเทศไทย
แคมเปญสุดแปลก! ป้ายนักแสดง Netflix พรึ่บโค้งฟาร์มโชคชัย ชาวบ้านโอดหลอนช่วงกลางคืน
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล



