หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ย้อนอดีต! วาระสุดท้ายของจอมเผด็จโรมาเนีย ที่ต้องตายอย่างทรมานโดยประชาชน

ประเทศโรมาเนียเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นดินแดนต้นกำเนิดของ “แดร็กคูล่า” แต่ทว่าย้อนกลับไปในปี 1989 ดินแดนแห่งนี้ถูกกล่าวขานไปทั่วโลกในเรื่องราวของจุดจบของจอมเผด็จการที่มีนามว่า “นิโคไล เชาเชสคู”

ตั้งแต่ปี 1967 ประเทศโรมาเนียก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบเผด็จการ โดยมีนายนิโคไล เชาเชสคูเป็นประธานาธิบดีผู้มีอำนาจสูงสุด การปกครองของนิโคไลนั้นเรียกได้ว่าเขาได้นำการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยจัดการให้ประเทศเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว นิโคไลออกนโยบายบังคับให้ประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทิ้งเรือกสวนไร่นาเข้าเมืองเพื่อมาเป็นคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีการก่อสร้างแฟลตเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่ (ถูกบังคับ) ให้อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมาก

ซึ่งแน่นอนว่านโยบายนี้มีคนไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมากแต่ทว่าอำนาจของนายนิโคไลนั้นสามารถที่จะจัดการให้คนที่ไม่เห็นด้วยไปนอนคุยกับรากมะม่วงได้ง่ายๆ โดยผ่านหน่วยตำรวจลับที่มีชื่อว่า The Securitate ที่มีวิธีกำจัดคนที่ก่อหวอดด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมเพื่อไม่ให้มีใครกล้ากระด้างกระเดื่องนำคนลุกขึ้นมาต่อต้าน

 

นับตั้งแต่นั้นมาประเทศโรมาเนียก็เข้าสู่ภาวะยากจน ความเป็นอยู่ของประชาชนเข้าขั้นย่ำแย่ มีการใช้ระบบปันส่วนอาหารซึ่งแน่นอนว่ามันไม่พอสำหรับประชาชน ความอดอยากเกิดขึ้นทั่วประเทศ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือนโยบายการเพิ่มจำนวนประชากรที่รัฐบังคับให้แต่ละครอบครัวต้องมีลูกมากๆ แต่อาหารที่ได้รับกลับมีน้อยนั่นก็ยิ่งทำให้จากที่ไม่พอกินอยู่แล้วก็ยิ่งไม่พอกินเข้าไปใหญ่

ปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้นคือเด็กเป็นจำนวนมากถูกทอดทิ้งและต้องเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐที่ความเป็นอยู่ก็ไม่ต่างจากอยู่ข้างนอก นอกจากนี้รัฐยังยื่นมือเข้ามาแทรกแซงการรับรู้ข่าวสารของประชาชนทุกอย่าง เรียกได้ว่าประเทศโรมาเนียในยุคนั้นมีสภาพไม่ต่างจากเกาหลีเหนือในปัจจุบัน

หลังจากความยากจนข้นแค้นที่ดำเนินมากว่า 22 ปี ความอดทนของประชาชนก็หมดลงเมื่อมีเหตุการณ์การที่หน่วยตำรวจลับลักพาตัวบาทหลวงที่มักจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลซึ่งพากันกอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างจากประเทศไปจนร่ำรวย โดยเฉพาะบรรดาญาติสนิทมิตรสหายของเหล่าผู้มีอำนาจที่ร่ำรวยกันทุกคนขัดกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน การชุมนุมขับไล่เริ่มขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 1989 และแน่นอนว่ารัฐบาลเผด็จการของนิโคไลได้ทำการสลายการชุมนุมด้วยวิธีการที่รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายเชาเชสคูหวังว่ามันจะเป็นการสยบทุกเสียงต่อต้านให้เงียบกริบ แต่ทว่ามันไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด

วันที่ 21 ธันวาคม นายนิโคไลได้จัดการปราศัยใหญ่ขึ้นที่กลางเมืองบูคาเรสต์โดยมีการ “บังคับ” ประชาชนกว่า 3,000 คนให้มาเป็นหน้าม้าคอยส่งเสียงเชียร์ที่บริเวณด้านหน้า ซึ่งจุดประสงค์ของการจัดปราศรัยครั้งนี้เพื่อ “กล่อม” ให้ประชาชนเชื่อใจอีกครั้งหลังจากการสลายการชุมนุมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ระหว่างการปราศัยนั้นก็มีประชาชนหลั่งไหลกันเข้ามาชุมนุมเป็นจำนวนมาก จากภาพที่คิดว่าเมื่อพูดไปแล้วก็จะมีคนปรบมือโห่ร้องแสดงความดีใจกลับกลายเป็นเสียงโห่ร้องด้วยความไม่พอใจ จนการปราศรัยต้องล่มลงกลางคันและตามมาด้วยการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงอีกครั้งด้วยกระสุนปืนและรถถัง การปราศรัยของนิโคไลนั้นถูกถ่ายทอดไปทั่วประเทศและตัดจบกลางคันพร้อมกันทั่วประเทศเช่นกัน ซึ่งประชาชนที่กำลังดูอยู่ก็รู้สึกแบบเดียวกับเสียงโห่ในโทรทัศน์และรู้สึกว่ามันคงถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง พวกเขาจึงพากันออกไปรวมตัวตามจุดสำคัญของเมืองและที่สำคัญคือเป็นประชาชนทั้งประเทศ!

การชุมนุมบานปลายเป็นการขับไล่รัฐบาล ประชาชนทั้งประเทศลุกฮือเพื่อขับไล่นายนิโคไลให้ลงจากอำนาจโดยเร็ว ในเมืองหลวงผู้คนกว่า 100,000 คนรวมตัวกันบุกเจ้าไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ทำลายเอกสาร ภาพถ่ายและสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของนายนิโคไลและภรรยาโดยปราศจากการต่อต้านของกองทัพ สุดท้ายคือการบุกเข้าไปที่สถานีโทรทัศน์เพื่อประกาศให้คนทั้งประเทศรู้ว่า “นี่คือการปฏิวัติ”

เมื่อมีการถ่ายทอดไปทั่งประเทศก็ทำให้ประชาชนออกมากันมากขึ้น จากการปฏิวัติก็กลายเป็นสงครามกลางเมืองเพราะฝ่ายที่สนับสนุนนายนิโคไลก็ออกมาขัดขวางเช่นกัน การสู้รบกินเวลาไม่นานสุดท้ายฝ่ายประชาชนก็ประกาศชัยชนะพร้อมๆ กับการจับตัวนายนิโคไลและภรรยารวมไปถึงผู้ที่มีอำนาจในฝ่ายรัฐบาลเอาไว้ได้ทั้งหมด

นายนิโคไลและภรรยาถูกนำตัวไปขึ้นศาลทหารในวันที่ 25 ธันวาคม 1989 โดยศาลตัดสินให้ประหารชีวิตจาก 5 ข้อหาที่มีทั้งการฆาตกรรมประชาชนกว่า 60,000 คนในขณะที่ครองอำนาจ การสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทำลายสิ่งก่อสร้างและเศรษฐกิจของชาติ และที่สำคัญคือยักยอกทรัพย์สินแผ่นดินไปเป็นจำนวนมหาศาล

 

สิ้นคำตัดสินนายนิโคไลและภรรยาถูกนำตัวไปประหารชีวิตในทันที หลังอาคารที่ใช้ตัดสินด้วยวิธีการ “ระดมยิง” ทั้งคู่ถูกนำตัวเข้าไปยืนชิดกำแพง โดยภรรยาของนายนิโคไลตะโกนโวยวายมาตลอดทางที่ถูกควบคุมตัว ทั้งคู่ตัวสั่นเพราะความกลัวก่อนที่เสียงปืนจะแผดลั่นออกมา กระสุนกว่า 120 นัดพุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งคู่ทำให้ล้มลงไปกองกับพื้นและขาดใจตายภายในเวลาไม่นาน ปิดตำนานจอมเผด็จการแห่งโรมาเนีย

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.spokedark.tv/posts/death-of-dictator/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: คุณกิน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
13 VOTES (4.3/5 จาก 3 คน)
VOTED: oRAMPAGEo, Lady Gagun, บังไค
 
ย้อนอดีต! วาระสุดท้ายของจอมเผด็จโรมาเนีย ที่ต้องตายอย่างทรมานโดยประชาชน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมภาพความฮา...ฮาขำกลิ่งวิ่งตอนเช้า!!!อายุ ​36​ เงินเดือน​ 40,000 นั่งว่างมาเดือนนึงแล้ว งานไม่ชัด ออกดีมั้ยครับ?เปลี่ยนไปเยอะขนาดไหน!? ศัลยกรรมพลิกชีวิต บอล Let me in Thailand กับภาพในปัจจุบันสาวกรี๊ดลั่น!! ย้ายมาอยู่คอนโดใหม่ ได้อยู่ห้องคนดัง คนแห่ขอซื้อเพียบร้านทองแถวบ้านผมโคตรเท่เลย อยากให้ร้านข้าวแกงมีแบบนี้บ้างอดีตอัยการสูงสุดตั้งคำถาม แบบนี้ผิด ม.112 หรือไม่?อวดคอนโดเก่าที่ซื้อมา เคยเป็นห้องของ เอก HRK มาก่อนซีอีโอดัง เปิดครัว "ดุสิตธานี" ขายอาหาร ช่วยพนักงาน ฝ่าวิกฤติโควิดสาวงงหนัก!! จะทวงหนี้คนบ้านนี้ แต่จำหน้าไม่ได้!?ฌอน คัมแบ็กวงการไลฟ์โค้ช ฝากคำคมทิ้งไว้ภาพรวมเรือดำน้ำของ "กลุ่มอาเซี่ยน" พ.ศ. 2564 ( ค.ศ. 2020 )"อัจฉริยะ" โพสต์ชวนจับตา!! คดีใหญ่วันนี้ หวยจะออกที่ใคร?หนุ่มรีวิว โดนัทสุดหรู ชิ้นละ 3,900 บาท!!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เก๋เว่อร์!กระเป๋า MUJI แบบ DIYสุภาษิตจีนใด้กล่าวใว้ตอนหนึ่งว่า อย่าใด้หัวเราะเยาะความฝันของคนอื่น12 ภาพถ่ายที่หายากของรัสเซียเมื่อต้นศตวรรษที่แล้วLight energy
ตั้งกระทู้ใหม่