5 ภูเขาไฟอันตรายทั่วโลกที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าระวังใกล้ชิด
ภูเขาไฟมีพลังหลายแห่งทั่วโลก แม้ดูสงบและยังไม่มีสัญญาณว่าจะปะทุครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ แต่เหล่านักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติยังคงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพียงความรุนแรงของภูเขาไฟ แต่ยังรวมถึงจำนวนประชากร เมืองใหญ่ ระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง หากภูเขาไฟเหล่านี้กลับมาปะทุ ผลกระทบจึงอาจขยายวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ภูเขาไฟมีพลัง” หรือ Active Volcano ไม่ได้หมายความว่าภูเขาไฟกำลังจะระเบิดในเร็ว ๆ นี้ แต่หมายถึงภูเขาไฟที่เคยปะทุในอดีตทางธรณีวิทยา หรือยังคงมีระบบแมกมาและกิจกรรมที่ต้องติดตาม
มาดูกันว่ามีภูเขาไฟลูกใดบ้างที่มักถูกกล่าวถึงในกลุ่มภูเขาไฟซึ่งต้องเฝ้าระวัง
1. ภูเขาไฟวิสุเวียส (Mount Vesuvius) — อิตาลี
ความน่ากลัวระดับตำนาน: ภูเขาไฟวิสุเวียสตั้งอยู่ใกล้เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี และมีประวัติการปะทุรุนแรงซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
การปะทุเมื่อปี ค.ศ. 79 ทำให้เมืองโบราณ ปอมเปอี (Pompeii) และ เฮอร์คิวลาเนียม (Herculaneum) ถูกเถ้าภูเขาไฟและกระแสไพโรคลาสติกฝังกลบ จนร่องรอยของเมืองถูกค้นพบอีกครั้งในเวลาหลายศตวรรษต่อมา
เหตุผลที่ต้องจับตา: ปัจจุบันมีผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองเนเปิลส์และพื้นที่รอบภูเขาไฟมากกว่า 3 ล้านคน ทำให้วิสุเวียสถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีความเสี่ยงสูงของโลก
หากเกิดการปะทุครั้งใหญ่ ความท้าทายสำคัญคือการแจ้งเตือนและอพยพประชาชนจำนวนมากออกจากพื้นที่เสี่ยงภายในเวลาจำกัด
2. ภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji) — ญี่ปุ่น
สัญลักษณ์แห่งความงามที่ซ่อนพลังธรรมชาติ: ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก แม้ภาพที่หลายคนคุ้นเคยจะเป็นยอดเขาที่สงบและงดงาม แต่ในทางธรณีวิทยา ฟูจิยังถูกจัดเป็นภูเขาไฟมีพลัง
สถานการณ์ที่ต้องเตรียมพร้อม: ภูเขาไฟฟูจิไม่ได้ปะทุมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1707 ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า “การปะทุโฮเอ” ซึ่งเกิดขึ้นในยุคเอโดะ
แม้การหยุดปะทุเป็นเวลานานจะไม่ได้หมายความว่าภูเขาไฟใกล้ระเบิด แต่ญี่ปุ่นยังคงติดตามแผ่นดินไหว การเปลี่ยนแปลงของพื้นดิน และกิจกรรมใต้ภูเขาไฟอย่างต่อเนื่อง
หากเกิดการปะทุ เถ้าภูเขาไฟอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบภูเขาไฟ รวมถึงระบบคมนาคม เที่ยวบิน ระบบไฟฟ้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเขตกรุงโตเกียว ทั้งนี้ ทิศทางและความรุนแรงของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการปะทุและทิศทางลมในขณะนั้น
3. ซูเปอร์ภูเขาไฟเยลโลว์สโตน (Yellowstone Supervolcano) — สหรัฐอเมริกา
ระบบภูเขาไฟขนาดมหึมา: เยลโลว์สโตนไม่ใช่ภูเขาไฟรูปกรวยแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย แต่เป็นระบบแคลดีราขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน สหรัฐอเมริกา
พื้นที่แห่งนี้มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน ไกเซอร์ แผ่นดินไหวขนาดเล็ก และการเปลี่ยนรูปของพื้นดิน ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบความร้อนใต้พิภพที่ยังทำงานอยู่
สถานการณ์ปัจจุบัน: โอกาสเกิดการปะทุขนาดมหึมาในช่วงชีวิตของเราถือว่าต่ำมาก และนักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าเยลโลว์สโตนไม่ได้ “ถึงกำหนดระเบิด” เพราะภูเขาไฟไม่ได้ปะทุตามตารางเวลาที่แน่นอน
ข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม 2026 กิจกรรมของแคลดีราเยลโลว์สโตนยังอยู่ในระดับพื้นฐานหรือระดับปกติ จึงยังไม่มีหลักฐานว่ากำลังมุ่งสู่การปะทุครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม หากเกิดการปะทุระดับสร้างแคลดีราจริง เถ้าภูเขาไฟจำนวนมหาศาลอาจส่งผลกระทบต่อการเกษตร การเดินทางทางอากาศ และรูปแบบอากาศในหลายพื้นที่ของโลก แต่ผลลัพธ์ที่แน่นอนยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างละเอียด
4. ภูเขาไฟโปโปกาเตเปตล์ (Popocatépetl) — เม็กซิโก
ยักษ์ใหญ่ใกล้เมืองหลวง: ภูเขาไฟโปโปกาเตเปตล์ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ประมาณ 70 กิโลเมตร และอยู่ใกล้เมืองกับชุมชนขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง
ภูเขาไฟลูกนี้เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดในละตินอเมริกา โดยอาจมีการปล่อยไอน้ำ ก๊าซ เถ้าถ่าน และเกิดการระเบิดขนาดเล็กถึงปานกลางเป็นระยะ
สถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง: ทางการเม็กซิโกติดตามโปโปกาเตเปตล์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้ระดับสีเพื่อสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน
ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติเม็กซิโกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า ระดับเตือนภัยของโปโปกาเตเปตล์อยู่ที่ สีเหลือง ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นระดับที่ต้องเฝ้าติดตามและเตรียมพร้อม แต่ยังไม่ใช่คำสั่งอพยพประชาชนทั้งหมดในพื้นที่
5. ภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์ (Mount St. Helens) — สหรัฐอเมริกา
บทเรียนจากอดีตที่ยังต้องเฝ้าระวัง: ภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์ตั้งอยู่ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และเคยสร้างความเสียหายครั้งใหญ่จากการปะทุเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1980
การปะทุครั้งนั้นทำให้ด้านข้างและยอดเขาพังทลาย เกิดกระแสเถ้าร้อน เศษหิน และโคลนภูเขาไฟ คร่าชีวิตผู้คนและทำลายพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง จนกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในการศึกษาภัยจากภูเขาไฟ
สถานการณ์ปัจจุบัน: แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่เซนต์เฮเลนส์ยังเป็นภูเขาไฟมีพลัง นักวิทยาศาสตร์จึงติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหว การเปลี่ยนรูปของพื้นดิน และก๊าซภูเขาไฟ เพื่อค้นหาสัญญาณผิดปกติล่วงหน้า
ข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ภูเขาไฟยังอยู่ในระดับเตือนภัย NORMAL และยังไม่มีการปะทุเกิดขึ้น
ภูเขาไฟสงบ ไม่ได้แปลว่ากำลังสะสมพลังเพื่อระเบิด
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ เมื่อภูเขาไฟไม่ปะทุมานาน แสดงว่ากำลังสะสมแรงดันและต้องระเบิดรุนแรงในที่สุด แต่ในความเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถใช้ระยะเวลาที่สงบเพียงอย่างเดียวในการทำนายการปะทุได้
การประเมินต้องอาศัยข้อมูลหลายด้านร่วมกัน เช่น
-
จำนวนและตำแหน่งของแผ่นดินไหวใต้ภูเขาไฟ
-
การยกตัวหรือยุบตัวของพื้นดิน
-
ปริมาณและชนิดของก๊าซที่ปล่อยออกมา
-
อุณหภูมิบริเวณปล่องและแหล่งความร้อน
-
การเปลี่ยนแปลงของน้ำพุร้อนหรือระบบใต้ดิน
สัญญาณบางอย่างอาจเกิดขึ้นโดยไม่ตามมาด้วยการปะทุ ขณะเดียวกันภูเขาไฟแต่ละลูกก็มีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน การเฝ้าระวังต่อเนื่องจึงมีความสำคัญกว่าการพยายามกำหนดว่า “ภูเขาไฟจะระเบิดวันไหน”
ภูเขาไฟทั้ง 5 แห่งนี้ไม่ได้หมายความว่ากำลังจะปะทุพร้อมกันหรือเป็นภูเขาไฟที่อันตรายที่สุดตามการจัดอันดับอย่างเป็นทางการ แต่เป็นตัวอย่างของภูเขาไฟมีพลังที่ได้รับความสนใจ เพราะมีประวัติการปะทุรุนแรง มีระบบภูเขาไฟขนาดใหญ่ หรืออยู่ใกล้พื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น
สิ่งสำคัญที่ควรจำคือ ภูเขาไฟมีพลังไม่ได้เท่ากับภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด การติดตามประกาศจากหน่วยงานทางธรณีวิทยาและหน่วยงานป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นทางการจึงเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินสถานการณ์
เขียนโดย tutmuek
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
อีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปี
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
อีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปี
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง








