หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

The Toxic Lady หญิงสาวผู้มีเลือดเป็นพิษ


เขียนโดย

The Toxic Lady หญิงสาวผู้มีเลือดเป็นพิษ

 

The Toxic Lady หญิงสาวผู้มีเลือดเป็นพิษ

ในบรรดาเรื่องลึกลับ ที่ยังหาคำตอบไม่ได้นั้น เรื่องราวของ “กลอเรีย รามิเรซ” ก็นับเป็นหนึ่งในเรื่องลึกลับ ที่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบ ให้กับเรื่องราวนี้ได้ กับเรื่องราวในวันนี้ The Toxic Lady หญิงสาวผู้มีเลือดเป็นพิษ

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1994 ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า กลอเรีย รามิเรซ ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลริเวอร์ไซด์เจเนอรัล ในแคลิฟอร์เนีย เธอมีอาการคลื่นไส้ หายใจลำบากและหัวใจเต้นแรง และสิ่งผิดปกติแปลก ๆ เกินกว่าที่เอกสารการแพทย์เคยบันทึกเอาไว้

เวลาประมาณ 20.15 น. เธอถูกส่งไปไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลพยายามช่วยชีวิตเธอ แพทย์พบว่า ความดันโลหิตของเธอต่ำลงอย่างน่ากลัว ในขณะที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อันเป็นอาการที่พบไม่บ่อยนักในผู้ที่มีอายุน้อย ๆ

ดังนั้นจึงเริ่มรักษาโดยการให้ยาและอัดอากาศเข้าไปในปอด จนเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจลดลง แพทย์จึงเตรียมใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ ขณะนั้นเองที่หลาย ๆ คน สังเกตเห็นว่า ผิวหนังของเธอมีลักษณะแปลก ๆ เหมือนถูกฉาบด้วยน้ำมัน และมีกลิ่นฉุนซึ่งคาดว่ามาจากปากของเธอ

แต่ขณะนั้นยังไม่มีใครสนใจมากเท่าไหร่ ทุกคนยังคงวุ่นอยู่กับการช่วยชีวิตเธอ นางพยาบาลชื่อ ซูซาน เคน พยายามที่จะดูดตัวอย่างเลือดออกจากแขนของรามิเรซ และทันใดนั้นเอง เธอได้กลิ่นฉุนของแอมโมเนียระเหยออกมาจากหลอดตัวอย่างเลือด

เคนได้ส่งกระบอกฉีดยาให้กับ จูลี่ กอร์ชินสกี ซึ่งสังเกตเห็นว่า มีผลึกขนาดเล็กบางอย่างลอยอยู่ในเลือด เพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น ความโกลาหลวุ่นวายก็เกิดขึ้นในห้องฉุกเฉิน เมื่อจู่ ๆ ซูซาน เคน เกิดอาการวิงเวียน แล้วทรุดลงไปนอนกับพื้น และถูกนำตัวออกจากห้องฉุกเฉิน

จากนั้น ดร. กอร์ซินสกี เริ่มรู้สึกคลื่นไส้และเวียนหัว เลยออกจากห้องมาอีกคน และนั่งพักที่โต๊ะพยาบาล และไม่นานพยาบาลอีกคนก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะและหายใจไม่ออก ก่อนจะสลบไปอีกคนนึง

ดร. มาร์ด เป็นรายต่อไปที่รู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่เขายังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จากนั้น มอรีน เวลช ก็ล้มลงหมดสติบนพื้นห้อง ตามมาด้วยแซลลี ที่มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนังรวมทั้งอาเจียน

เจ้าหน้าที่หลายคนเริ่มมีอาการไม่ค่อยดี ทางโรงพยาบาลจึงเริ่มประกาศฉุกเฉิน โดยอพยพคนไข้ทั้งหมด ออกไปยังลานจอดรถทันที

กลอเรีย รามิเรซ เสียชีวิตเวลา 20.50 น. ศพของเธอถูกย้ายไปยังห้องแยกต่างหาก โดยเจ้าหน้าที่ 2 คน หนึ่งในนั้นคือ ซัลลี บัลเดอรัส เริ่มอาเจียนและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เธอต้องเข้ารับการรักษาเป็นเวลานาน 10 วัน หลังจากวันที่ย้ายศพของรามิเรซ

จูลี กอร์ชินสกี แพทย์เวร ณ วันนั้น กลายเป็นคนที่ 2 ที่ป่วย และมีอาการมากที่สุด เธอต้องเข้ารับการรักษาอย่างหนัก เป็นเวลา 2 สัปดาห์

เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินจำนวน 23 จาก 37 คน มีอาการไม่สู้ดี ทีมตรวจสอบสารพิษ ได้ทำการเข้าค้นโรงพยาบาลเพื่อหาสารเคมี 2 ชนิด ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการป่วยครั้งนี้ แต่ปรากฏว่าไม่มีการพบสารพิษใด ๆ เลย

มีหลายทฤษฎี ที่พยายามอธิบายการตายของ กลอเรีย รามิเรซ ทฤษฎีแรก มาจากกระทรวงสาธารณะสุขของแคลิฟอร์เนีย ที่สรุปว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายเกิดอาการ “อุปทานหมู่” โดยอ้างว่า พนักงานขับรถพยาบาลที่พากลอเรียมาส่ง ไม่มีอาการป่วยใด ๆ และ ในศพของเธอก็ไม่พบสารพิษใด ๆ ในเลือดเลย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบร่างของเธอในช่วงหนึ่งเดือน หลังจากที่เธอเสียชีวิต ดูเหมือนว่าในร่างของเธอจะมีเอมีน และไดเมทิล ซัลโฟน อยู่เป็นจำนวนมาก

เป็นไปได้ว่า นี่จะมาจากการที่รามิเรซทาร่างกายของตัวเองด้วยครีม DMSO ซึ่งผสมไดเมทิลและซัลโฟน เพื่อรักษาความเจ็บจากมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ทราบว่า DMSO นั้นถูกขึ้นทะเบียนเป็นสารพิษตั้งแต่ในปี 1965 แล้วนั่นเอง

ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง การใช้ยานี้ ก็จะเป็นคำอธิบายอย่างดีว่า ทำไมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมีอาการแปลก ๆ เมื่อตรวจสอบร่างกายของรามิเรซ

นั่นเพราะหาก DMSO โดนออกซิเจน สารตัวนี้จะกลายเป็น “ไดเมทิล ซัลเฟต” ซึ่งสามารถเป็นอันตรายกับมนุษย์ได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทางบ้านของกลอเรีย รามิเรซ ยังคงปฏิเสธเสียงแข็งว่า รามิเรซไม่ได้ใช้ครีม DMSO อย่างแน่นอน

ดังนั้น เรื่องราวของหญิงสาวผู้เป็นพิษคนนี้ จึงยังคงเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน

โพสท์โดย: Pu Pae
อ้างอิงจาก: https://dark-storys.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Pu Pae's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,030 ครั้ง
เขียนโดย Pu Pae
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: makans, Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าไฟ4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท5 กลุ่มสมาร์ตโฟนราคาประหยัด แบตเตอรี่อึดและชาร์จเร็ว เลือกแบบไหนดีสัญญาณเตือนภัย: ถึงเวลาถอยห่างจาก "คนเห็นแก่ตัว" เพื่อรักษาใจตัวเองทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ4 เรื่องน่ารู้ที่หลายคนยังเข้าใจผิด ตั้งแต่ไก่ไร้หัวถึงเสียงแส้"โน้ส อุดม-โย อรุณี" ควงคู่หวานกลางสนามบิน..ทำเอาแฟนๆ ฟินไม่ไหวแล้ว!รู้จัก “มะม่วงยักษ์” ผลใหญ่ เนื้อเยอะ บางลูกหนักเป็นกิโลกรัม6 เรื่องเล่าและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัญญาณเตือนภัย: ถึงเวลาถอยห่างจาก "คนเห็นแก่ตัว" เพื่อรักษาใจตัวเองเลขเด็ด "ปฏิทินท่านท้าวเวสสุวรรณ" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..เลขเด่นมาแรง!!เหมือนติด GPS ให้ยุงพุ่งชน!รู้จัก “กรดลึกลับ” บนผิวหนัง ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นแม่เหล็กดูดยุงสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ที่ทําให้คนเราต้องหลับตาขณะจามโดยอัตโนมัติทำไมซีรีส์จีนฉายในจีน ต้องมีซับจีน และยังต้องใช้ทีมพากย์จีนทำไมมนุษย์ถึงชอบ Oral sex?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
ไขข้อข้องใจ: ดูดวงด้วยตัวเองได้จริงไหม? เผยวิธีอ่าน "แผนที่ชีวิต" ตามหลักโหราศาสตร์ที่ถูกต้องสืบเสาะรอยเงียบกับ 3 คดีฆาตกรรมปริศนาที่โลกยังไร้คําตอบเสียงวิ้งดังที่หูซ้าย ความเชื่อมองว่าเป็นลางเตือน แต่สุขภาพบอกอะไรเราทำไมโบราณถึงห้ามกินข้าวในงานศพ? ความเชื่อและวิธีแก้เคล็ดที่ถูกต้อง
ตั้งกระทู้ใหม่