หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 16 มิถุนายน 2564 รางวัลที่1 691861
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

H.H Holmes ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของสหรัฐฯ

H.H Holmes ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของสหรัฐฯ

 

H.H Holmes ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของสหรัฐฯ

หากใครที่ได้ติดตามหรือสนใจเกี่ยวกับข่าวอาชญากรรมและฆาตกรรมต่าง ๆ จะพบว่าฆาตกรต่อเนื่องโดยส่วนใหญ่ มักจะมีปมทางด้านครอบครัว คือพวกเขามักจะเติบโตมากับครอบครัวที่ชอบใช้ความรุนแรงหรือเคร่งศาสนา และวันนี้เราก็จะพาทุกท่านมาพบกับเรื่องราวของ H.H Holmes ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของสหรัฐฯ ว่าเขามีที่มาอย่างไรและก่อคดีที่โหดร้ายเช่นนั้นทำไม

โฮล์มส์ในวัยเด็ก มีชีวิตจากครอบครัวทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ ในรัฐนิวแฮมเชียร์ เขาสนใจเกี่ยวกับสรีระและชีววิทยามาตั้งแต่เด็ก เวลาว่างมักไล่จับสัตว์เล็กมาผ่าเพื่อดูอวัยวะภายในบ างครั้งก็จับสัตว์มาหักขาข้างหนึ่ง และรอดูว่ามันจะเดินได้ไหม หรือตัดขาทิ้งแล้วจะเป็นอย่างไร

เขาจึงถูกพ่อแม่เคร่งศาสนาตีด้วยไม้เรียวเสมอ บางครั้งก็ขังเขาไว้บนห้องใต้หลังคา ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาว่างไปกับการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ แต่กลับไม่มีใครสนใจลูกคนที่ 3 ของบ้านผู้เต็มไปด้วยอัจฉริยภาพ

โฮล์มส์แต่งงานกับภรรยาคนแรก ในวัย 19 ปี และมีลูกด้วยกัน 1 คน พอเขาวัย 22 พาตัดสินใจเขาเรียนคณะแพทย์ จากปกติการเรียนแพทย์จะต้องใช้เวลาเรียน 6 ปี แต่โฮล์มส์กลับใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีก็เรียนจบ

ทว่าชีวิตรักของเขากลับล้มเหลว เมียของเขาขอแยกกันอยู่โดยไม่ได้เซ็นใบหย่าเพราะโฮล์มส์เป็นชายที่มีอารมณ์รุนแรงชอบใช้กำลัง เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษา Henry Howard Holmes ชื่นชอบการใช้ชื่อย่อว่า H.H. Holmes มากกว่า

เขาคือหนุ่มอนาคตไกลที่ใคร ๆ ก็คิดว่าจะต้องประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน จากคุณสมบัติที่ครบถ้วน ทั้งการเป็นบัณฑิตใหม่สาขาแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในรัฐมิชิแกน ใบหน้าอันหล่อเหลาจนสาว ๆ หลายคนหลงใหล

หลังจากเรียนจบในปี 1884 โฮล์มส์วัย 24 ปีได้ย้ายไปอยู่หลายเมือง ทั้งนิวยอร์ก เพนซิเวลเนียและท้ายที่สุดหมอโฮล์มตัดสินใจย้ายสำมะโนครัวไปอยู่เมืองชิคาโก เมื่อมาอยู่ชิคาโกตั้งแต่ปี 1886 หมอโฮล์มส์ประจำตำแหน่งเภสัชกรของร้านขายยาของ Everett Holton ซึ่งเป็นธรรมเนียมของนายแพทย์สมัยนั้น

ระหว่างที่เขาทำงานในร้านขายยา รูปลักษณ์และคุณสมบัติของเขาดึงดูดสาวน้อยใหญ่อยู่เป็นระยะ กระทั่งในที่สุด เขาก็ได้ตัดสินใจแต่งงานซ้อนครั้งที่ 2 กับหญิงสาวในเมือง

จากเภสัชกรที่โดนว่าจ้างเพียง 2 ปี หลังจากเข้าทำงาน เขาก็มีโอกาสเป็นเจ้าของร้านขายยา เนื่องจากเจ้าของร้านเสียชีวิตด้วยไม้พิษ ภรรยาเจ้าของเดิมที่ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ จึงได้ตัดสินใจขายร้านนี้ให้โฮล์มส์ในราคาถูก ๆ เขารับข้อเสนอนี้ทันที และซื้อด้วยการผ่อนจ่าย

ขณะที่โฮล์มส์กำลังใช้ชีวิตเป็นเจ้าของร้านขายยา อยู่ ๆ หญิงหม้ายโฮลตันก็หายหน้าหายตาไปจากชุมชน ชาวบ้านทยอยแวะเวียนมาถามหมอโฮล์มส์ว่าเธอหายไปไหน พวกเขาต่างได้รับคำตอบเหมือนกันว่า เธอไปเยี่ยมญาติที่แคลิฟอร์เนีย และน่าจะไปนานพอสมควร เธออาจจะกลับมาอีกครั้ง หรือบางทีเธออาจไม่กลับมาอีกเลย

โฮล์มกำลังเก็บหอมรอมริบซื้อพื้นที่อื่นเพิ่มเติมเพื่อสร้างโปรเจกต์ใหม่ในฝันขึ้น โดยไม่มีใครรู้เลยว่า โปรเจกต์นี้คือโปรเจกต์วิปริต ที่มีไว้ล่าชีวิตของคนในเมือง

เขาตัดสินใจเปลี่ยนตึกแถวธรรมดาให้กลายเป็นโรงแรมหรู ผู้คนที่พบเห็นต่างชื่นชมความสามารถของเขาว่า นอกจากจะเป็นหมอรักษาคนแล้ว ก็ยังมีหัวเรื่องการตลาดและการลงทุนอีก หลาย ๆ คนเอ่ยปากว่า หากโรงแรมสร้างเสร็จเมื่อไหร่จะเข้าพักแน่นอน

แต่ในระหว่างการก่อสร้างโรงแรมแห่งนี้ เรื่องประหลาดก็ได้เริ่มต้นขึ้นกับหมู่ผู้รับเหมา ผู้คนสังเกตว่า ทีมช่างที่สร้างโรงแรมผลัดกันเปลี่ยนหน้ามาทำงานไม่ซ้ำกัน เมื่อถามหมอโฮล์มส์ก็ได้ความว่า ข้อตกลงระหว่างเขากับผู้รับเหมาไม่ค่อยลงตัว พวกช่างจึงทิ้งงานกลางคันและเขาก็ต้องวิ่งหาทีมช่างใหม่มาสานต่อโปรเจกต์ของตัวเอง

หรือบางทีสิ่งที่ช่างทำก็ผิดจากที่เขาต้องการ การเปลี่ยนทีมไปเรื่อย ๆ ทำให้แปลนทั้งหมดของโรงแรมจึงกลายเป็นปริศนา ไม่มีใครรู้ว่าด้านในโรงแรมทั้งหมดซ่อนอะไรไว้บ้าง ยกเว้นหมอโฮล์มส์เพียงคนเดียว

ระหว่างนี้ ล็อตคลอโรฟอร์มจำนวนมากถูกสั่งเข้ามาในร้านขายยา ตัวแทนจำหน่ายได้ตั้งคำถามว่า ทำไมเขาจึงต้องการยาสลบมากขาดนี้ และนักสิ่งที่เภสัชฯ หนุ่มตอบกลับไปเวลานั้นคือ ลูกค้าของเขามีความเครียดสูงและหลายคนกำลังมีปัญหาเรื่องโรคนอนไม่หลับอยู่นั่นเอง

ในที่สุดโรงแรมของเขาก็สร้างเสร็จในปี 1892 อาคารของโฮลม์ถูกเรียกว่า “ปราสาทแห่งการฆาตกรรม” เพราะข้างในมีห้องพักอาศัยเป็น 100 ห้อง มีบางห้องมีประตูถึง 5 บาน บางห้องไม่มีหน้าต่าง ประตูหลายบานเปิดไปเจอกำแพงอิฐ บันไดหลาย ๆ ตัวที่ขึ้นไปก็ไม่มีทางไปต่อ..

หลาย ๆ ห้องมีการบุฉนวนกันเสียงอย่างดี มีประตูลับซ่อนอยู่มากมาย จนถึงห้องที่มีท่อแก๊ซที่สามารถกดปล่อยรมควันคนภายในห้องให้ขาดอากาศตายได้ หรือปล่องลับที่ปล่อยร่างของคนลงมาที่ชั้นใต้ดิน ที่มีบ่อน้ำกรดหรือบ่อน้ำด่างเพื่อกำจัดศพ เตาเผาศพ โต๊ะผ่าชิ้นส่วนศพ รวมถึงอุปกรณ์ทรมานอีกหลายชิ้น

หมอโฮล์มจะต้อนรับแขกของเขาอย่างคุ้มค่าด้วยความตาย วิธีการฆ่าของเขาก็แตกต่างกันไปต่าง ๆ นานา เช่น ฆ่าโดยการทำให้หายใจไม่ออกอย่างช้า ๆ นอกจากนี้ในห้องใต้ดินหมอโฮล์ม ยังมีเครื่องยืดร่างมนุษย์เอาไว้เล่นสนุกอีกด้วย 

มีข้อมูลระบุว่า โฮลมส์นำโครงกระดูกของเหยื่อบางส่วนไปขายต่อในตลาดมืด ให้กับสถานศึกษาที่ต้องการโครงกระดูกมาใช้ศึกษากายวิภาค ที่เป็นวิชาโปรดของเขา และนำข้าวของเครื่องใช้ของเหยื่อมาเป็นเป็นของตนเอง

จนกระทั่งหลังปี ค.ศ. 1893 โรงแรมก็เริ่มไม่มีแขกมาพัก หมอโฮล์มจึงทำการฆ่าผู้ช่วยของตนเอง ด้วยการเผาอำพรางเรียกเงินประกัน และฆ่าเด็ก 3 คนซึ่งเป็นลูกของผู้ช่วยตาย ก่อนที่จะโดนจับและได้รับโทษประหารในที่สุด สุดท้ายแล้วหมอโฮล์มก็ไม่ได้ใช้เงินมหาศาลที่ตนเองหาเงินมาได้

ว่ากันว่า ที่เขายอมรับเงินและสารภาพ เป็นเพราะเราอยากได้เงินจำนวนมาก เพื่อติดสินบนผู้คุม โฮล์มส์รู้ตัวว่าจะต้องโดนประหารชีวิตแน่นอน เขาจึงพยายามหาทางออก แต่ท้ายที่สุดหมอวิปริตก็ได้รับโทษแขวนคออยู่ดี

มีบันทึกระบุว่า วันที่เขาต้องถูกแขวนคอ โฮล์มส์ไม่มีท่าทีวิตกกังวล เขาสงบนิ่งและแจ้งความประสงค์ครั้งสุดท้ายกับเจ้าหน้าที่ว่า ให้ขุดหลุมฝังเขาลึก 10 ฟุต ถมด้วยคอนกรีตเพื่อไม่ให้ใครขุดศพเขามาชำแหละอีกครั้ง

น่าแปลก ที่ชายผู้ชอบชำแหละศพคนอื่น เกิดกลัวว่าจะมีใครเอาร่างตัวเองไปผ่าบ้าง…

เมื่อโฮล์มส์โดนประหารชีวิต เขากลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกบันทึกไว้คนแรกของประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องราวของเขาถูกเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน แถมยังมีคนเชื่อว่า โฮล์มส์ที่อยู่ในหลุมศพลึก 10 ฟุตอาจไม่ใช่ตัวเขาจริง ๆ โฮล์มส์อาจติดสินบนผู้คุมสำเร็จ และคนที่ถูกแขวนคออาจไม่ใช่นักโทษ แต่เป็นแพะ

จนในปี 2017 เหล่าทายาทผู้สืบเชื้อสายเดียวกับโฮล์มส์ต้องขุดศพขึ้นมาพิสูจน์ และพบว่า ผล DNA ตรงกับลูกหลานของเขา เป็นยืนยันการปิดตำนานฆาตกรโรคจิต ที่สังหารคนไปเกือบ 200 รายนั่นเอง…

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Pu Pae
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: makans
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ครูไทย โป๊ะแตก ขึ้นอ่านภาษาอังกฤษ ที่แท้เขียนไทยทั้งแผ่นโทนี่ ตอบเรื่อง LGBT ลั่น!! "โทษนะ อย่าไปเสือกกับชีวิตเขา"เปิดยอดบริจาค หนุ่มวัย 18 สอบติดวิศวะการบิน ไม่มีเงินลงทะเบียนซี-เอมี่!ไปเที่ยวทะเลแต่กลับถูกโฟกัส ผิดที่! ชาวเน็ตแห่แห่ซูมเป้า ซี!ช่วยเหลือแล้ว 2 พ่อลูก โพสต์ขอความช่วยเหลือ หลังอดข้าวมา 3วันบีบหัวใจ จ่ายยาผิดเตียง หมอทักทำไมไม่ถาม‼️"โตโน่ ภาคิน" ถ้าไม่เป่านกหวีด คงดังกว่านี้แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่สวยงามมากของชาวสระบุรี"ปอย-ฟิล์ม" 2 สาวสอง ที่โด่งดังมากที่สุดในอดีต จนถึงปัจจุบันชาวบ้านทนไม่ไหว เผยอดีต "แม่น้ำหนึ่ง" ยากจนมาก อยู่ดีๆมีเงินรวยเละเฮฮา ตอนเช้าเกิดมาเพิ่งเคยเห็น ลายมือหมอ ถ้าจะสวยขนาดนี้!!แม่ขำลั่นบ้าน เมื่อเห็นคำตอบการบ้านลูกแบบนี้อยากให้พุทธศาสนิกชน ช่วยอธิบายความไม่รู้ หรือความเข้าใจผิดในพระศาสนาด้วยค่ะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
10 อันดับเหรียญเกจิยอดนิยมเมืองน่าน12 ภาพที่ทำให้คุณรู้สึกขนลุก ภาพเก่าๆ ที่สร้างความฮือฮา!ทำนายดวงจากเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันแชร์ห้องนอน 2แบบผิดหลักฮวงจุ้ยเก็บเงินไม่อยู่
ตั้งกระทู้ใหม่