ต้นกำเนิดของบุฟเฟ่ต์ การกินอาหารแบบที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ
การกินอาหารที่อร่อย เลือกของกินที่ชอบได้ และยังได้กินเยอะๆ ด้วยนี้มีที่มาอย่างไรกันนะ
“Buffet” ออกเสียงให้ถูกคือบัฟเฟ่ต์ (แต่คนไทยนิยมเรียกว่า "บุฟเฟ่ต์) มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมีความหมายว่า การรับประทานอาหารหลายๆ ชนิด ซึ่งถูกจัดวางไว้บนโต๊ะ ให้ได้ไปเลือกตักมารับประทานได้ตามใจชอบ ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับคนที่ได้ไปงานเลี้ยงที่มีการจัดอาหารแบบนี้มาก เพราะเราจะสามารถเลือกอาหารที่ตัวเองชอบมากินได้ และสามารถกินได้ไม่อั้นอีกด้วย
แต่ในยุคหลังๆ ต่อมาที่มีเศรษฐกิจแบบทุนนิยม จึงมีการปรับเปลี่ยนสำหรับการมาทำธุรกิจแนวกินไม่อั้นนี้่กับมากขึ้น ซึ่งจะกระจายไปถึงพวกการกินอาหารประเภทปิ้งย่างอย่างหมูกะทะ หรือว่า พวกสุกี้และจิ้มจุ่มเช่นกัน ที่แตกต่างจากอาหารบัฟเฟ่ต์ในแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก
cr. https://www.pinterest.com/pin/421368108860291283/
เรามาทำความรู้จักกันเถอะว่าการกินอาหารแบบบุฟเฟ่ต์นี้มีที่มายังไงกัน
1. อาหารแบบบุฟเฟ่ต์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสวีเดน
2. กำเนิดมาในช่วงเวลาประมาณศตวรรษที่ 16 ยุคที่สวีเดนมีชื่อเสียงเรื่องชาวไวกิ้ง
3. เมื่อใดที่ชาวไวกิงขึ้นฝั่งหลังจากปฏิบัติภารกิจสำเร็จก็จะมีการกินเลี้ยงฉลองกัน
4. ซึ่งการเลี้ยงฉลองของพวกเขาก็จะมีการจัดทำอาหารแบบ Brännvinsbord
Brännvinsbord เป็นการจัดอาหารที่มีหลายๆ ชนิดมาวางรวมกันบนโต๊ะ สามารถทานกันหลายๆ คน โดยให้แต่ละคนเลือกกินตามใจชอบ ในปริมาณที่ไม่จำกัด เนื่องจากการแล่นอยู่กลางทะเลไม่ค่อยมีอาหารดีๆ ปริมาณเยอะๆ กินสักเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้ขึ้นฝั่งจึงเรียกว่าจัดเต็มกับอาหารมื้อนั้นๆ กันเต็มที่นั่นเอง
5. ชาวฝรั่งเศสรับการกินแบบนี้ไปใช้จนเป็นที่โด่งดังขึ้นในศตวรรษที่ 18
6. “Buffet” มีที่มาจากชื่อตู้เก็บช้อนส้อม ซึ่งใช้เก็บช้อนส้อมในการนำอาหารมาเพิ่มบนโต๊ะเพิ่ม
7. จากนั้น “Buffet” จึงกลายเป็นชื่อเรียกของวิถีการทานอาหารที่ทานได้ไม่อั้นอย่างที่เรารู้จักกันนั่นเอง
8. มีความเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมาก ทั้งเรื่องการปรุง ชนิดอาหารที่นำมาเสิร์ฟ
9. เมื่อก่อนจะเน้นในการเลี้ยง เพื่อแสดงฐานะที่ร่ำรวยของเจ้าภาพมากกว่า แต่ปัจจุบันเราสามารถซื้อบริการเพื่อกินอาหารในลักษณะนี้ได้
10. ต่างจากอาหารชนิดอื่นที่เราต้องบริการตัวเอง ต้องไปตักอาหารทานเอง
11. แต่บางที่ก็จะมีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะสำหรับเมนูพิเศษ
12. พนักงานมีหน้าบริการใส่ของการเติมอาหาร และจัดเก็บภาชนะที่ได้ใช้ไปแล้ว
cr. http://ilovemyplanner.wordpress.com/2012/01/24/have-a-wedding-reception-thats-all-you/
หวังว่าคงจะได้ความรู้เกี่ยวกับอาหารประเภทนี้กันมากขึ้นนะคะ เจ้ย่อยข้อมูลมาแบบมาแบบให้เข้าใจกันง่ายๆ แล้ว ส่วนในเรื่องของการกินอาหารแบบบัฟเฟ่ต์แล้วควรตักมาให้พอดีกับการรับประทาน ไม่เหลือทิ้งขว้าง ไม่ควรตักเผื่อหากคนที่ร่วมโต๊ะไม่ได้ร้องขอ รวมถึงการกินในแบบที่ไม่อิ่มจนล้น เกินลิมิตของตัวเองมากไป จึงจะเรียกได้ว่ารู้จักกินอาหารแบบ บัฟเฟ่ต์ ได้อย่างมีคุณภาพจริงๆ ค่ะ
ปกติทานอาหารแบบบัฟเฟ่ต์เดือนละกี่ครั้งคะ?
บทความ โดย : Akine_noxx
ฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
เจาะลึกความแปลกประหลาดทางภูมิศาสตร์ที่โลกต้องทึ่ง
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
ศิษย์เศร้า "หลวงตานวย" ละสังขาร เผยเลขเด็ดฝาโลง 3 ตัวตรง
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?




