สามเกลอหลงแซ่
เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล
อีกหนึ่งเมนูอาหารคาวที่หลายคนโปรดปรานนัก ไม่หนักท้อง แถมอร่อยกินเพลินด้วยเครื่องเคียงผักนานาชนิด ชื่อแซ่มาจากแดนไกล แต่ทำไมถึงได้เติบใหญ่ในสยามประเทศ ทายถูกกันบ้างหรือยังคะ ว่าเมนูที่ผู้เขียนกำลังกล่าวถึงคือเมนูอะไร....แน่นอนเมื่อเอ่ยคำว่าชื่อแซ่มาจากแดนไกล หลายคนคงเริ่มรู้และทายถูกกัน นั่นก็คือ "ขนมจีน" เพื่อนๆเคยแอบสงสัยเหมือนผู้เขียนมั้ยคะว่าเป็นอาหารไทยแต่ทำไมต้องเรียกขนมจีน ทำไมไม่เรียกขนมไทย แต่หากจะหาคำตอบก็คงเป็นปัญหาโลกแตกล่ะเนอะ
เราหยุดความสงสัยนี้ ไปลุยปรุงน้ำแกงเพื่อกินกับขนมจีนกันดีกว่านะคะ ซึ่งวันนี้ผู้เขียนขอตั้งชื่อเมนูว่า "สามเกลอหลงแซ่" เพราะผู้เขียนจะทำขนมจีน ที่กินคู่กับน้ำแกง 3 แบบนั่นเองค่ะ มาลุยกันเลยเนอะ
วัตถุดิบ ได้แก่
1. ขนมจีนเส้นสด 2 กก.
2. ปลาแดงสด 1 กก.
3. ปูม้าสด 3-4 ตัว
4. เนื้อกรรเชียงปูแกะสำเร็จรูป 3 ขีด
5. หัวกะทิ 4 ถ้วยตวง
6. พริกขี้หนู 20-30 เม็ด
7. เกลือ
8. กระเทียม 2 หัวใหญ่
9. หอมแดง 5-6 หัว
10. ตะไคร้ 2 ต้น
11. ใบมะกรูด 10 ใบ
12. พริกไทยดำ 1 ช้อนชา
13. ขมิ้น 1/2 แง่ง
14. น้ำตาลแว่น 3-4 แว่น
15. กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
16. ส้มแขก 4-5 ชิ้น
วิธีทำ มีดังต่อไปนี้
แกงเผ็ดแบบใต้ (น้ำยาป่าใต้)
1. นำปลาแดงไปขอดเกล็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นนำน้ำตั้งไฟปานกลางรอจนเดือด ใส่ปลาแดงลงไป ทุบตะไคร้ กระเทียม หอมแดง และฉีกใบมะกรูดลงไปต้มจนกว่าปลาจะสุก
2. นำปลาแดงที่ต้มมาแกะเนื้อเลาะก้างทิ้ง แล้วนำเนื้อปลามาโขลกจนละเอียดเตรียมไว้ ให้แยกออกเป็น 2 ส่วน สำหรับปรุงแกงเผ็ด(น้ำยาป่าใต้) และแกงยำ(น้ำยากะทิแบบใต้)
3. นำวัตถุดิบข้อ 6-13 มาโขลกหรือปั่นจนละเอียด ตามด้วยกะปิ และโขลกหรือปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง เราก็จะได้พริกแกง ในขั้นตอนนี้ให้แบ่งพริกแกงออกเป็น 3 ส่วน สำหรับทำน้ำแกง 3 แบบ เป็น 6:2:2 (แกงเผ็ด/หรือน้ำยาป่า: น้ำแกงยำ/หรือน้ำแกะทิแบบหวานอมเปรี้ยว:น้ำยาปู) ซึ่งน้ำแกงเผ็ดหรือน้ำยาป่านั้นจะใช้พริกแกงในอัตราส่วนที่มากกว่าแกงอีก 2 ชนิด นั่นเอง
4. นำพริกแกงที่แบ่งไว้กับเนื้อปลามาคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นนั้นไปต้มในน้ำที่เราต้มปลาแดงในขั้นแรก ( ใช้น้ำที่ต้มปลาแดงได้เลยนะคะ เพราะความหวานของตัวปลาอยู่ในน้ำแกงเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างสะอาดแน่นอนเพราะปลาก่อนต้มเราก็ทำความสะอาดทุกอย่าง แถมใส่สมุนไพรทุกอย่างไว้แล้ว) ต้มรอจนน้ำแกงเดือดพล่าน ฉีกใบมะกรูดลงไป ชิมรสตามชอบ เราก็จะได้แกงเผ็ดหรือน้ำยาป่าแบบใต้ ที่รสชาติเผ็ดร้อน จัดจ้านกลมกล่อมเลยทีเดียว
แกงยำ(น้ำยากะทิแบบใต้)
1. นำพริกแกงในส่วนที่แบ่งไว้มาคลุกเคล้ากับเนื้อปลาอีกส่วนให้เข้ากัน รอไว้
2. นำหัวกะทิตั้งไฟ ทุบหอมแดงใส่ลงไปเคี่ยวจนแตกมัน จากนั้นนำพริกแกงที่ผสมกับเนื้อปลาใส่ลงไป ตามด้วยน้ำตาลแว่น และส้มแขก ทริคดีๆ ส้มแขกก่อนจะนำมาต้ม ให้แช่น้ำให้ตัวส้มแขกนิ่มก่อนนะคะ เวลานำมาทำแกง ตัวส้มแขกจะได้ดูดซึมน้ำแกงและคายความเปรี้ยวออกมาได้เร็วขึ้น
3. รอจนเดือด จากนั้นชิมรส จะได้น้ำแกงยำที่มีความมัน หวานอมเปรี้ยว และเผ็ดนิดๆ แล้วค่ะ
น้ำยาปู
1. นำปูม้าสดมาแกะกระดอง ทำความสะอาดให้เรียบร้อย หั่นเป็นชิ้น ทุบก้ามปูให้เปลือกพอแตก
2. นำกะทิอีกส่วนมาตั้งไฟเคี่ยวจนแตกมัน ใส่พริกแกงส่วนสุดท้ายลงไป พอเริ่มเดือดให้ใส่ปูม้าที่เตรียมรอไว้ และเนื้อปูส่วนกรรเชียงไปพร้อมกัน ปิดฝา รอจนปูสุกได้ที่ ชิมรส และสุดท้ายใส่ใบมะกรูดซอยลงไปเพิ่มความหอม เราก็จะได้น้ำยาปูที่มีรสชาติ หวานมัน เผ็ดนิดๆ แต่ที่อร่อยเด็ดก็ตรงเนื้อปูนี่แหละ
เสร็จสรรพทั้ง 3 น้ำแกง หยิบขนมจีนให้เป็นจับ (จับเส้นแล้วม้วนพันเป็นลูกเพื่อความสวยงามน่ากิน) ใครถวิลน้ำแกงไหนก็ตักราด ส่วนในถาดก็มีผักสดต่างๆ ซึ่งเป็นผักสวนครัวรั้วกินได้ที่แม่ปลูกไว้ไม่เคยขาด เพียงเท่านี้ก็ชนะขาดเรื่องรสชาติอร่อยลงตัว
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
ถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้
เมืองโบราณดงละคร นครนายก ทำไมถูกเล่าเป็นเมืองลับแล
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย














