หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

กรณีศึกษา : การแพ้ยาที่สังคมต้องทำความเข้าใจ

กรณีศึกษา : การแพ้ยาที่สังคมต้องทำความเข้าใจ

โพสต์ข่าวต้นเรื่องมีที่มาจากหลายสำนักข่าว ซึ่งใช้ข้อความที่อ้างว่าเป็น " อุทาหรณ์สำหรับคนที่ชอบซื้อยากินเอง " และหลายข้อความที่สื่อไปในแง่ที่ว่าไม่แนะนำให้ไปซื้อยามากินเอง เป็นเพราะไปซื้อยากินเองทำให้เกิดอาการแพ้ยารุนแรงแบบนี้ ข้อเท็จจริงก็คือกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คให้ข้อมูลว่า

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา เธอมีอาการปวดฟันคุดเลยไปซื้อยาแก้อักเสบ "ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) " มารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาหมอ ซึ่งรับประทานไปในวันแรกที่ซื้อมา 2 เม็ดและวันที่ 18 เช้าและเที่ยงครั้งละ 1 เม็ด

จากนั้นเริ่มสังเกตว่ามีอาการปวดตา เจ็บปาก แสบคอ กินอะไรก็ลำบากมีอาการแสบร้อน พอเริ่มทนไม่ไหวจึงได้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอพิจารณาส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มาความพร้อมดูแลมากกว่าเนื่องจากเป็นเคสที่ต้องดูแลใกล้ชิด

รวมระยะเวลาที่เธอต้องนอนโรงพยาบาลคือ 14 วัน โดย 7 วันต้องอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการซึ่งปัจจุบันสามารถกลับบ้านได้แล้วเหลือแต่รอยของผิวลอกและไหม้ที่รอฟื้นฟูอาการ

 

กรณีนี้คาดว่าเป็นการแพ้ยาที่เรียกว่า ภาวะสตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม และ ทีอีเอ็น (SJS-TEN) ซึ่งมักเกิดอาการหลังจากได้รับยาไปแล้วเกินกว่า 24 ชั่วโมง เป็นอาการแพ้ยาที่รุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตมากที่สุดส่วนมากมักพบในยากลุ่มฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยากันชัก ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) อาการแรกเริ่มจะมีตุ่มน้ำพุพองที่ใบหน้าและลำตัว มีการตายและหลุดลอกของหนังกำพร้า นอกจากนี้เยื่อเมื่อต่างๆเช่น ริมฝีปาก ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจมีอาการอักเสบทำให้สูญเสียน้ำจากร่างกาย คล้ายกับกรณีถูกไฟไหม้

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ายาตัวไหนที่เราแพ้ ในกรณีที่ต้องได้ยาครั้งแรก ?

คำตอบก็คือเราไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดครับ...

อาจจะฟังดูตกใจแต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะต้องบอกว่ายาทุกตัวมีโอกาสเกิดการแพ้ได้หมดแต่เปอร์เซ็นต์จะมากหรือน้อยนั้นล้วนแตกต่างกันออกไป

ยกเว้นกรณีของยาบางกลุ่มเช่น ยากันชักซึ่งพบว่าการแพ้แบบสตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม สัมพันธ์กับยีนบางชนิดในร่างกายทำให้การตรวจยีนก่อนเริ่มยาช่วยลดโอกาสแพ้ยาที่รุนแรงและการเสียชีวิตได้

ประเด็นที่อยากให้สังคมทำความเข้าใจก็คือ

1. การแพ้ยาและอาการข้างเคียงหรือที่ชอบเรียกว่า side effect นั้นต่างกัน

- การแพ้ยา (drug allergy) จะหมายถึง อาการไม่พึงประสงค์อะไรก็ตามจากยามีตั้งแต่ระดับรุนแรงน้อย เช่น การเกิดผื่นแดง ตุ่มนูน ผื่นลมพิษ ปากบวม หนังตาบวม ตลอดจนรุนแรงมาก เช่น มีภาวะหายใจไม่ออก ผิวหนังหลุดลอก ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้แล้วแต่ตัวบุคคล พันธุกรรมและโรคประจำตัว แต่การแพ้เหล่านี้จะไม่เกี่ยวกับกลไกยา ทำนายการแพ้ได้ยาก

- อาการข้างเคียงจากยา (side effect) จะเป็นผลที่เกิดจากการออกฤทธิ์ของยาโดยตรง ไม่ใช่ผลการรักษาที่เราต้องการซึ่งเกิดได้มากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เกี่ยวข้องกับกลไกยาและทำนายได้ว่ามีโอกาสจะเกิดสูง สามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้

เช่น การรับประทานยาไอบูโพรเฟนแล้วจะแสบท้องจากการที่ยาไปรบกวนสมดุลของกระเพาะอาหาร วิธีแก้ก็คือการรับประทานยาหลังอาหารทันทีหรือกรณีของยาแก้แพ้ CPM ที่มักทำให้เกิดอาการง่วงซึ่งเราก็อาจเลี่ยงอาการนี้ได้โดยการรับประทานตอนก่อนนอน

2. การสังเกตอาการแพ้ยาด้วยตนเองและจดจำยาที่แพ้

การแพ้อาจเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่การได้ยาครั้งแรกที่ใช้ หรือการได้ยาซ้ำเข้าไป ส่วนใหญ่การแพ้ที่สังเกตได้ชัดและง่ายมักจะมีอาการทางผิวหนัง ซึ่งมักเกิดภายใน 1-2 ชม.

การรักษาสามารถทำได้ง่ายโดยการหยุดใช้ยาหรือการให้ยาแก้แพ้โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ยกเว้นกรณีที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที เช่น เริ่มหายใจลำบาก แน่นหน้าอก มีไข้สูง ผิวหนังมีตุ่มน้ำ หลุดลอก

 

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นครับ บ่อยครั้งในโรงพยาบาลเองก็เกิดการแพ้รุนแรงขึ้นมาแบบนี้ได้เหมือนกัน สำคัญที่ว่าเราเองจะป้องกันตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดการแพ้ยาซ้ำขึ้นมาอีก

" จำยาที่แพ้ แจ้งยาที่ใช้ ให้ข้อมูลครบถ้วน "

เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเสมอเมื่อเจ็บป่วยต้องรับการรักษาที่ไหนก็ตามไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล คลินิค หรือร้านขายยา

3. การซื้อยาจากร้านยาที่มีเภสัชกรเชื่อถือได้ก็มีความปลอดภัย

บ่อยครั้งที่เรามีอาการป่วยเล็กๆน้อย การดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นโดยปรึกษาเภสัชกรที่ร้านยานั้นสามารถทำได้

เนื่องจากก่อนการจ่ายยาต้องมีการพิจารณาทุกครั้งถึงประวัติเดิมที่ผู้ป่วยมี เช่น โรคประจำตัว หรือยาที่แพ้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่เภสัชกรหรือแม้แต่แพทย์ก็ใช้ในการตัดสินใจก่อนทำการให้ยาใดๆก็ตาม

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: PHARMary-ไดอารี่ อย.
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: บัวหิมะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
25 VOTES (5/5 จาก 5 คน)
VOTED: baby070, เยี่ยหัว, มีร่า, Tä Köhler, ก็ไม่เล็กนะ
 
กรณีศึกษา : การแพ้ยาที่สังคมต้องทำความเข้าใจ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แม่ครูจุ๋มโอดครวญ ผู้ปกครองเด็กทำเกินไป ขนาดตัวเองยังไม่เคยตีลูกเลย โรงเรียนในเครือเตรียมโดนตรวจสอบทั้งหมดคุณจะประหยัดเงินซื้อ ถ้ารู้ทันห้างสรรพสินค้าสรุปดราม่าภาค 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ vs เฌอเอม (ก่อนเฌอเอมแถลงข่าว)เจ้ดัน! มาช่า วัฒนพานิช โพสต์ลงไอจี เจอเด็กสาวยืนเล่นกีต้าร์ เผื่อมีคนชวนน้องทำงาน น่ารักมากมายจตุจักรเข้าขั้นวิกฤติ แทบไร้คนเดิน"ตุ๊กแกบ้าน" น้อนนนนน่ารักไหม....ถามใจเธอดู...5555มาแล้ว!! เลขเด็ด มนต์สิทธิ์ คำสร้อย งวด 1 ตุลาคม 2563“แอฟ ทักษอร” โพสต์รูปล่าสุด สวนกลับชาวเน็ต หลังลูกสาว “น้องปีใหม่” เคยโดนบูลลี่ว่าหน้าตาไม่สวยเคยเห็นกันหรือยัง...ตัวหมัดออกลูกแบบเต็มๆ HD ชัดๆเป็นประโยชน์มากๆ ควรจดจำให้ขึ้นใจ ทิ้งไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว"ประวิตร" ขอม็อบ หันมาพูดคุยกันหลังแกนนำบุก ม.พัน 4 รอ. ย้ำข้อเรียกร้องผู้ชุมนุม มีจนท.ดูแลอยู่แล้ว ปัดตอบตั้งรัฐบาบลแห่งชาติ ขอถามคนปล่อยข่าว"อย่าหาทำ" ตรงกับสุภาษิต "อย่าแกว่งเท้าไปหาเสี้ยน"หมู พิมพ์ผกา โดนทัวร์ลง หลังพูดถึง เฌอเอม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อินเดีย : ไฟไหม้เรือคอนเทนเนอร์นอกชายฝั่งเบงกอลตะวันตกห่วงอนาคต!'หมอวรงค์'ตอก'ไมค์-รุ้ง'ปาไข่สาดสีหน้าม.พัน 4 พล.1 รอ. อาจเข้าใจสิทธิเสรีภาพ -ประชาธิปไตยแบบผิดๆเหตุใดไซออนิสต์จึงพยายามสุมไฟความตึงเครียดในภูมิภาคคอเคซัส"บิ๊กป้อม" ไม่ทราบ !!! กระแสข่าวปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทย ย้ำไม่มีแนวคิดจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
ตั้งกระทู้ใหม่