พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 2563 (ฉบับเต็ม)
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 การประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) โดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 หลังสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้พิจารณาลงมติในวาระสองและวาระสามใหม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผลปรากฏว่า สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 215 ต่อ 0 งดออกเสียง 6 เสียง และนำขึ้นทูลโปรดเกล้าฯ
ตามที่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 15ก ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้ประกาศพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า
"พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
หมวด 1 บททั่วไป
มาตรา 4 งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ให้ตั้งเป็นจำนวน 3,200,000,000,000 บาท จำแนกเป็นรายจ่ายตามที่จะระบุต่อไปในพระราชบัญญัตินี้..."
...........................................................................................................................................
ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของแต่ละกระทรวงและหน่วยงานในกำกับ มีดังนี้
1. กระทรวงการคลัง จำนวน 13,903,617,000 บาท
2. กระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 4,940,473,000 บาท
3. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน 3,384,669,100 บาท
4. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 17,795,115,100 บาท
5. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและวัตกรรม จำนวน 47,890,344,600 บาท
6. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 31,644,475,100 บาท
7. กระทรวงคมนาคม จำนวน 54,211,333,000 บาท
8. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 4,481,118,800 บาท
9. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 12,471,898,800 บาท
10. กระทรวงพลังงาน จำนวน 1,312,989,100 บาท
11. กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 4,227,215,000 บาท
12. กระทรวงมหาดไทย จำนวน 288,459,142,400 บาท
13. กระทรวงยุติธรรม จำนวน 13,865,580,100 บาท
14. กระทรวงแรงงาน จำนวน 67,735,532,200 บาท
15. กระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 4,813,564,000 บาท
16. กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 132,834,254,500 บาท
17. กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 26,730,737,500 บาท
18. กระทรวงอุคสาหกรรม จำนวน 2,108,178,000 บาท
19. งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรี จำนวน 46,424,999,300 บาท รายละเอียดหน้า 80
(คนไทยควรศึกษารับทราบการปฏิบัติงานของภาครัฐสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://
(ตัวอย่างรูปภาพ)
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
เพื่อนๆรู้หรือไม่ “แก่นฝาง” คือสิ่งที่นำมาใช้ในการสกัดทำน้ำยาอุทัย
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
เสริมดวงให้เฮง ให้ปัง ตรงจริต ด้วยการทำบุญตามวันเกิด
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
ชายคนหนึ่งกำลังตกปลา แต่กลับจับนกที่หายากที่สุดในโลกได้
พิพัฒน์ เผย กรณีเครนถล่มถนนพระราม 2 ในเช้าวันนี้ เป็นผู้รับเหมาเจ้าเดียวกับเหตุการณ์เครน ถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว
เพื่อนๆรู้หรือไม่ “แก่นฝาง” คือสิ่งที่นำมาใช้ในการสกัดทำน้ำยาอุทัย
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
รองนายกเขมรเผย "เราไม่สามารถพึ่งพาจีนแต่เพียงฝ่ายเดียวได้!"
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
เพื่อนๆรู้หรือไม่ “แก่นฝาง” คือสิ่งที่นำมาใช้ในการสกัดทำน้ำยาอุทัย
ภาพเปรียบเทียบขนาดที่น่าทึ่งระหว่าง "ดาวพฤหัสบดี" (Jupiter) พี่ใหญ่แห่งระบบสุริยะ กับ "โลก" (Earth) ของเรา
หาเงินออนไลน์อย่างมีระบบ จากศูนย์สู่รายได้จริง สำหรับคนทุนน้อย
คำว่า สวัสดี เพิ่งถูกใช้มาไม่ถึง 100 ปี








