รู้หรือไม่? ตามตำนานนางสงกรานต์ทั้งหมดมีกี่คน
ใกล้ถึงเทศกาลวันปีใหม่ไทยแล้ว หรือเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกว่า "วันสงกรานต์" เมื่อพูดถึงวันสงกรานต์แล้ว เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่านางสงกรานต์นั้น ตามตำนานเล่าไว้ว่ามีทั้งหมด 7 คนด้วยกัน วันนี้เรย์ด้ามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของนางสงกรานต์มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะคะ
ตำนานเล่าว่า ท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญา แต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้น ไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดิน หรือในน้ำ ดังนั้นธิดาทั้งเจ็ด จึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึง หรือก็คือ วันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ด ก็จะทรงพาหนะต่าง ๆ ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำ จึงได้ชื่อว่า “นางสงกรานต์” ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ “พระอาทิตย์” นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดง นางสงกรานต์ของแต่ละวัน จะมี นาม อาหาร อาวุธ และสัตว์ที่เป็นพาหนะ ต่าง ๆ รวมถึงคำทำนายเกี่ยวกับ วันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก ดังต่อไปนี้
1. วันอาทิตย์ ชื่อ “ทุงษ” มีลักษณะ ทัดดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราค ภักษาหารผลมะเดื่อ อาวุธขวาจักร ซ้ายสังข์ พาหนะครุฑ
2. วันจันทร์ ชื่อ “โคราค” มีลักษณะ ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน อาวุธขวาพระขรรค์ ซ้ายไม้เท้า พาหนะเสือ
3. วันอังคาร ชื่อ “รากษส” มีลักษณะ ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต อาวุธขวา ตรีศูล ซ้ายธนู พาหนะสุกร
4. วันพุธ ชื่อ “มัณฑา” มีลักษณะ ทัดดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย อาวุธขวาเข็ม ซ้ายไม้เท้า พาหนะลา
5. วันพฤหัสบดี ชื่อ “กิริณี” มีลักษณะ ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา อาวุธขวาขอ ซ้ายปืน พาหนะช้าง
6. วันศุกร์ ชื่อ “กิมิทา” มีลักษณะ ทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำว้า อาวุธขวาพระขรรค์ ซ้ายพิณ พาหนะกระบือ
7. วันเสาร์ ชื่อ “ไมโหทร” มีลักษณะ ทัดดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย อาวุธขวาจักร ซ้ายตรีศูล พาหนะนกยูง
คำทำนาย นางสงกรานต์
อิริยาบถที่นางสงกรานต์ขี่พาหนะมา อันเป็นการบอกช่วงเวลาว่า พระอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีเมษเวลาใดของวันมหาสงกรานต์ จะมีด้วยกัน ๔ ท่า โดยมีความหมาย ดังนี้
๑) ถ้ายืนมาบนพาหนะ หมายถึง พระอาทิตย์ยกสู่ราศีเมษในระหว่างเวลารุ่งเช้าจนถึงเที่ยง
๒) ถ้านั่งมาบนพาหนะ หมายถึง ช่วงเที่ยงจนถึงค่ำ
๓) ถ้านอนลืมตามาบนพาหนะ หมายถึง ช่วงค่ำไปจนถึงเที่ยงคืน
๔) ถ้านอนหลับตามาบนพาหนะ หมายถึง เที่ยงคืนไปจนถึงรุ่งเช้า
ที่มา: จากหนังสือเรื่องเล่าประเทศไทย
พญานาคอยู่ที่ไหนตามความเชื่อโบราณ ทำไมจึงผูกกับสายน้ำ
ทำไมออนเซ็นจึงอยู่คู่ชีวิตคนญี่ปุ่นมาหลายร้อยปี
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
ถั่วแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร เลือกกินให้ได้ประโยชน์มากขึ้น
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
เที่ยวญี่ปุ่นให้สบายใจขึ้น มารยาทเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวควรรู้
5 ขนมไทยคุ้นปาก ทำไมยังอยู่ในใจคนไทยทุกยุค
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
ประเทศที่เหมาะสำหรับอยู่อาศัยมากที่สุด สำหรับคนไทยหลังวัยเกษียณ
ประเทศไหนมีผู้หญิงมากที่สุด?
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด