หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

ตำนานนางเอกหนัง!! "กลกามแห่งความรัก" ที่คิดถึง "ดาริน กรสกุล"

ดาริน กรสกุล เกิดเมื่อพุทธศักราช 2508 ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก มีชื่อจริงว่า "ประภาพรรณ บำรุงไทย" ชื่อเล่น "น้อย" เป็นบุตรคนที่ 3 จากบรรดาบุตรทั้ง 4 คนของ "ลัดดา บำรุงไทย" และ "ส่วน บำรุงไทย" ผู้เป็นมารดาและบิดา มีพี่น้องร่วมบิดาและมารดา 3 คน ได้แก่ คุณหน่อง รังสรรค์, คุณหน่อย นวรัตน์ และคุณเกรียงไกร บำรุงไทย จบการศึกษาชั้นม.3 ที่จังหวัดระยอง สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปวช. ที่เซนต์จอห์น

 

และไทยโปลีเทคนิค แรกเกิดคุณน้อยเป็นเด็กร่างกายไม่แข็งแรง ขี้โรคตลอดเวลา ครอบครัวของคุณน้อยเป็นเฉกเช่นครอบครัวคนธรรมดาทั่วไป กระทั่งเมื่อคุณน้อยอายุเพียงแค่ 2 ขวบ โศกนาฏกรรมไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อบิดาของเธอได้ถูกรถไฟชนเสียชีวิต ส่งผลให้คุณลัดดาโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่งกับการจากไปของผู้เป็นสามีจนเธอเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับชายอันเป็นที่รักว่าหากมีใครสักคนหนึ่งจากโลกนี้

 

เธอก็จะตายตกตามกันไป ขณะที่ใจของคุณลัดดาสิ้นหวังพลันคิดถึงแต่เรื่องการฆ่าตัวตายตามสามีไปยังโลกหน้า เสียงร้องไห้ของบรรดาลูก ๆ ของเธอก็เซ็งแซ่ดังขึ้นทำให้เธอฉุกคิดและตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก ๆ ของเธอ

 

"ตอนนั้นน้อยได้สองขวบ พ่อไปรถแล้วโดนรถไปชนตาย ตอนนั้นความรู้สึกของแม่เหมือนชีวิตล่มสลายไปต่อหนัา แม่เองคิดฆ่าตัวตายเหมือนกัน พอดีมีคนมาห้ามเอาไว้ แม่ก็คิดว่าถ้าแม่ตายอีกคนแล้วลูก ๆ ล่ะจะเอาอะไรกัน มีเงินติดบ้านตอนนั้นแค่พันกว่าบาท

สมัยที่รักกันใหม่ ๆ พ่อกับแม่เคยพูดว่า ถ้าคุณตาย ฉันขอตายตามไปด้วย ตอนนั้นพ่อของน้อยเขาบอกแม่ว่า อย่างนะ ใครจะเลี้ยงลูก

สำหรับแม่ตอนนั้นตาลาย หูอื้อ คิดอะไรไม่ออก ช่วงนั้นเองที่ลูก ๆ ร้องไห้จ้าขึ้นมา ทำให้แม่คิดได้ว่าเราซิ ที่ยังอยู่และต้องเลี้ยงลูกเล็ก ๆ ถึง 4 คน งานศพพ่อของน้อยมีคนการรถไฟเขามาเยี่ยม เขาปลอบใจและบอกว่า ทางการรถไปจะช่วย สมัยนั้นผู้ว่าการรถไฟคือ สมัย นำแสง ผลที่สุดแม่เข้าทำงานที่การรถไฟเป็นผลสำเร็จ"

 

เมื่อขาดสามีผู้เป็นเสาหลัก สถานะความเป็นอยู่ของคุณลัดดาก็พลิกผัน จากภรรยาผู้มีหน้าที่เพียงแค่เลี้ยงดูบุตร ส่วนการส่งเสียจะเป็นหน้าที่ของสามีก็กลับกลายเป็นเธอที่ต้องแบกภาระทั้งสองอย่างควบคู่ คุณลัดดาจำเป็นต้องฝากฝังลูกให้ญาติดูแลเพราะค่าใช้จ่ายและเวลาที่เกินกำลัง แต่เป็นโชคดีที่ทางการรถไฟมีการรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้คุณลัดดาได้รับงานที่สถานีรถไฟ วันธรรมดาทำงานหาเงินเพื่อส่งเสียเลี้ยงลูก ๆ เข้าวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดราชการที่เป็นวันพักผ่อนของคนทั่วไป คุณลัดดาจะใช้เวลานี้ในการตีรถไปจังหวัดระยองเพื่อไปเยี่ยมเยียนคุณน้อยอยู่เสมอ ชีวิตของเธอดำเนินไปอย่างนี้อยู่หลายปีจนบรรดาบุตรชายและบุตรสาวของเธอเริ่มเติบใหญ่

 

"ในงานเผาศพ ลูกทั้ง 4 คนแม่เองเลี้ยงไม่ไหว ผู้ชายของแม่อยู่ที่กรมชลประทาน ก็รับน้อยไปเลี้ยงเป็นลูก คุณลุงคนนั้นน้อยเรียกว่า ลุงทองย้อย (ศรีรอดยาง) เขาบอกว่าเขาจะช่วย แม่เลยบอกว่า จะเอาคนไหนบ่ะ เลือกไปเลย เลี้ยงคนเดียวไม่ไหวแน่ เพราะหนึ่งเดือนกินนม น้อยต้องไปจ้างเขาเลี้ยง ฉันจะเอาเงินที่ไหนส่ง ฝ่ายปู่กับย่าก็รับหน่อย เราทั้งหมดต้องแยกกันเพราะฐานะบังคับ ส่วนแม่น่ะหรือ เช้าไปทำงานเย็นไปรับลูก (หนุ่มตอนนั้นอายุได้ประมาณ 11 เดือน) พอช่วงเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุด แม่ตีรถไประยอง ไปหาน้อย ตอนนั้นน้อยยังงอแง ขี้โรค ขี้อ้อนมาก

 

คุณน้อยเริ่มเติบโตเป็นสาวเต็มตัว เธอขอร้องอ้อนวอนให้คุณลัดดาพาเธอไปอยู่ด้วยเพราะความคิดถึงมารดาที่ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเช่นแม่ลูกแบบที่ครอบครัวอื่นเป็น แม้คุณลัดดาจะไม่แน่ใจก็ตาม แต่คุณน้อยก็ยื่นคำขาดให้มารดาว่าหากเธอไม่นำคุณน้อยไปอยู่ด้วยตนจะทำการหนีออกจากบ้านเสีย ทำให้คุณลัดดาจำต้องทำตามความประสงค์อันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของบุตรสาวเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในท้ายที่สุดเมื่อคุณน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งสองก็ได้อยู่ร่วมกันมากขึ้นเช่นที่ทั้งสองปรารถนามาแสนนาน

 

"และเมื่อวันเวลาผ่านไป น้อยโตขึ้น เรียนหนังสือจนจบชั้น ม. 6 ที่ระยอง แม่ไปหาเขาตามปกติ วันหนึ่งน้อยบอกแม่ว่าอยากอยู่กับแม่ แม่ได้แต่สงสัยว่าเราจะไปอยู่ด้วยกันได้อย่างไร น้อยตื๊อ แล้วบอกว่า ถ้าแม่ไม่ให้น้อยไปอยู่ด้วยน้อยจะหนี น้อยอ้อนวอนจนแม่ใจอ่อน แม่เลยบอกกับลุงว่า ปิดเทอมน้อยขอมาเยี่ยมบ้าน จนแล้วจนรอดน้อยไม่ยอมกลับ จนลุงเขาโกรธแม่ เพราะแม่ทำอย่างไร น้อยไม่ยอมกลับท่าเดียว หลังจากนั้นน้อยไปเรียบหนังสืออยู่ที่ปวช. โรงเรียนเชนต์จอห์น จนจบ 3 ปี หลังจากนั้นไปเรียนต่อที่ไทยโปลีเทคนิคอีก 2 ปี"

 

หลังคุณน้อยเรียนจบจนเริ่มมีงานมีการแต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคร้ายหรือเป็นโชคดีที่เธอตกงานจนไปพบกับประกาศรับสมัครนางแบบของคุณสมชาย นิลวรรณ คุณลัดดาจึงชักชวนให้บุตรสาวของเธอลองเข้าไปสมัครเพราะเห็นว่าลูกสาวตนเป็นคนหน้าตาน่ารัก หุ่นสูงโปร่ง ท่าทางดี ทั้งสองจึงพากันไปสมัครจนในท้ายที่สุดคุณน้อยจึงได้รับเลือกให้เป็นนางแบบในสังกัดของคุณสมชาย

กระทั่งเมื่อเวทีการประกวดนางสาวไทยประจำปีพุทธศักราช 2530 เดินทางมาถึง มีสาวงามมากหน้าหลายตาที่ถูกบรรดาผู้ใหญ่หรือสปอนเซอร์มากรายส่งเข้าประกวดเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง เมื่อข่าวการประกวดเผยแพร่ออกไปทางด้านคุณสมชายจึงติดต่อหาคุณน้อยเพื่อนำตัวเธอส่งเข้าประกวด คุณลัดดาให้สัมภาษณ์ว่าตัวของเธอเองถึงกับเอ่ยปากถามคุณสมชายว่า "แน่ใจหรือ" ที่จะส่งบุตรสาวของเธอคนนี้เข้าประกวดืแต่คุณสมชายก็ตอบกลับเธอด้วยความมั่นใจว่า "แน่ใจ" ในส่วนทางด้านเจ้าตัวอย่างคุณน้อยเธอก็ดูไม่แตกต่างจากผู้เป็นแม่นัก

 

เพราะเธอก็ไม่ได้มีความอยากหรือความต้องการที่จะประกวดช่วงชิงความเป็นหนึ่ง ออกจะดูเขินอายเสียด้วยซ้ำที่ตรงมานุ่งน้อยห่มน้อย คุณลัดดาเล่าว่านานมากทีเดียวกว่าคุณน้อยจะยอมแต่งชุดอาบน้ำเพื่อออกมาฝึกเดิน กระนั้นคุณสมชายก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอยอมจนได้ คุณน้อยได้ใช้ชื่อ "ประภาพรรณ บำรุงไทย" ซึ่งเป็นชื่อจริงของเธอในการประกวด ผลการประกวดนางสาวไทยในครั้งนั้นแม้คุณน้อยจะไม่สามารถคว้ารางวัลนางสาวไทยประจำปีมาครอบครองได้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้คาดหวังกับตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ตำแหน่งนางสาวไทยอันดับ 4 ของเธอก็นับว่าเป็นตำแหน่งที่น่าชื่นชมและภาคภูมิมากทีเดียว ส่งผลให้คุณน้อยจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมของทางการประกวดเป็นเวลาถึง 1 ปี

หลังเสร็จสิ้นสัญญากับทางกองประกวด คุณน้อยได้กลับมาใช้ชีวิตเช่นคนธรรมดาสามัญอีกครั้ง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เธอกำลังตกงานอยู่พอดิบพอดีและกำลังเดินมาที่หน้าปากซอยเพื่อซื้อก๋วยเตี๋ยว ระหว่างนั้นได้มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งแนะนำว่าตนเองชื่อ "เล็ก" ถามไถ่ว่าเธอสนใจจะเป็นนางเอกภาพยนตร์ไหม การเข้ามาชักชวนอย่างโจ่งแจ้งทำให้คุณน้อยนึกขำและไม่ไว้ใจ แต่เพราะนึกสนุกเธอจึงไปตามคำชักชวน

 

วันนัดคุณน้อยจึงชวนเพื่อนไปหลายคนเพราะหากมีอะไรจะได้ช่วยเหลือหาทางหนีทีไล่ เมื่อไปถึงสถานที่นัด คุณน้อยได้พบกับชายหญิง 2 คน ชายคนนั้นได้แนะนำตัวว่าตนคือ "ทรงนง ศรีเชื้อ" เป็นผู้กำกับ ส่วนหญิงสาวคนนี้คือ "ระพีพรรณ กรสกุล" ภรรยาของเขาเอง คุณทรนงทำการแคสติ้งคุณน้อยโดยให้เธอแสดงบทบาทเป็นคนกำลังเมามาย ทว่าคุณน้อยก็ได้แต่แสดงไปอย่างส่ง ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยแม้แต่ดื่มเหล้าทำให้ไม่สามารถเข้าใจถึงอากัปกิริยาของคนเมาได้ คุณน้อยเล่าว่าวันนั้นเธอแสดงออกมาได้ไม่ดีเอาเสียเลย

 

ถึงกระนั้นก็ตามไม่ว่าจะด้วยสายตาอันเฉียบแหลมที่มองเห็นเสน่ห์และความเหมาะสมกับบทที่คุณน้อยมีหรือการเล็งเห็นถึงการตลาดที่จะนำรองนางสาวไทยมาพลิกภาพลักษณ์ด้วยการแสดงให้ฉีกภาพลักษณ์ออกไปหรือไม่ท้ายที่สุดก็อาจจะเป็นเพราะเหตุผลทั้งสองประกอบกันทำให้คุณทรนงตัดสินใจเลือกคุณน้อยเป็นนักแสดงนำ "กลกามแห่งความรัก" ภาพยนตร์เรื่องอื้อฉาวที่แตกต่างจากภาพลักษณ์รองนางสาวไทยของเธออย่างสุดขั้ว

 

หลังกลับบ้านคุณน้อยจึงได้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับคุณลัดดา เมื่อรู้เรื่องราวของภาพยนตร์ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนักหากลูกสาวจะต้องเล่นบทโป๊เปลือย ทำให้เธอพยายามถามย้ำว่าการแสดงครั้งนี้ของคุณน้อยจะไม่โป๊เปลือยใช่ไหม ซึ่งคุณน้อยก็ให้คำตอบเป็นอย่างดีว่าจะไม่มีการโป๊เปลือย เธอเห็นการแสดงครั้งนี้เป็นงานศิลปะ และเธอก็อยากที่จะลองหากโชคดีอาจจะโด่งดังขึ้นมาก็เป็นได้ ทราบดังนั้นคุณลัดดาจึงไม่ว่าอะไร ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของคุณน้อยผู้เป็นลูกสาว

 

แม้คุณลัดดาจะปล่อยให้เป็นการตัดสินใจเป็นไปตามครรลองของลูกสาวที่รักของเธอก็ตาม แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ก็ยากจะอดกลั้นหากต้องเห็นลูกสาวตัวเองเล่นบทโป๊เปลือยเกินงาม คุณลัดดาจึงเข้าไปพบกับคุณทรนงโดยพูดคุยตกลงจนได้ข้อสรุปว่าคุณทรงนงจะไม่ให้คุณน้อยต้องเล่นฉากที่โป๊เปลือย หากฉากไหนที่มีความโป๊เปลือยรุนแรงมากเกินไปจะใช้ตัวแสดงแทนที่มีความคล้ายคลึงกับคุณน้อยมาเป็นผู้เข้าสวมบทบาทในฉากนั้น ๆ ทำให้ตลอดการถ่ายทำฉากร่วมเพศและฉากโป๊เปลือยแทบทั้งหมดล้วนถูกแสดงโดยตัวแสดงแทนทั้งสิ้น โดยคุณน้อยมีหน้าที่เพียงแค่แสดงสีหน้าบ่งบอกอารมณ์และแสดงในฉากจูบเท่านั้นที่เธอต้องแสดงเอง

 

"พอน้อยกลับบ้านน้อยบอกแม่ว่า ต้องเล่นบทแบบนี้นะ แม่ย้อนถามน้อยว่าคิดอย่างไร สำหรับน้อยคิดว่ามันคือศิลปะ อย่างหนึ่งเท่านั้นเอง แต่มันไม่ได้โป๊ แม่เลยบอกน้อยว่า ถ้าน้อยคิดว่าทำได้ แม่ก็ไม่ว่ากระไร

ก่อนจากกันวันนั้นแม่ยังถามย้ำว่า ไม่โป๊แน่นะ น้อยหันมารับปากพร้อมบอกว่า เล่นก็เล่น เผื่อมันจะดัง

ในส่วนของแม่ คิดว่า ถ้าโป๊มากเปลือยมากกบว. คงไม่ยอมให้ผ่าน หลังจากนั้นแม่ไปหาคุณทรนงเราคุยกัน เขารับปากแม่ว่า จะไม่เปลือย บางฉากที่ไม่ไหวจะมีคนมารับหน้าที่แทน ตอนนั้นแม่ไม่รู้หรอกว่าสแตนอินคืออะไร ทรนงเขาเลยบอกว่ามันไม่ใช่ตัวน้อยเล่นเองหรอก เป็นตัวแทน เขายังรับปากว่า ลูกแม่ไม่โป๊แม่ก็โอเค เล่นก็เล่นดีกว่าอยู่เปล่า ๆ"

 

หลังรับเล่นภาพยนตร์กลกามแห่งความรักคุณน้อยได้ทำการเปลี่ยนชื่อเพื่อใช้ในวงการบันเทิงจากที่เคยใช้ชื่อประภาพรรณ บำรุงไทยซึ่งเป็นชื่อจริงในการประกวดนางสาวไทย คุณน้อยได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ "ดาริน กรสกุล" ซึ่งมาจากการตั้งชื่อของคุณทรนงผู้กำกับ โดยนำนามสกุลของผู้เป็นภรรยามาใช้

"ดาริน กรสกุล" ชายหนุ่มผมเปียทำการขีดเขียนคำดังกล่าวลงบนกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็ก แม้เป็นเพียงคำสั้น ๆ แต่คำเพียงไม่กี่พยางค์นั้นกลับดูท่าทางเก๋ และสะดุดหูผู้ฟังเป็นยิ่ง สำหรับชายผมเปียผู้นั้นแล้วคำคำนี้เป็นคำสั้น ๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและพลังอันยิ่งใหญ่ บัดนี้อดีตรองนางสาวไทยประภาพรรณ บำรุงไทยถือกำเนิดใหม่อีกครั้งในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในนามของ "ดาริน กรสกุล"

 

7 วันหลังถ่ายทำภาพยนตร์เสร็จเป็นที่เรียบร้อย ภาพของคุณน้อยในชุดนุ่งน้อมห่มน้อยกว่า 1 พันรูปก็ได้ถูกส่งต่อไปยังบรรดาสื่อมวชนเพื่อเป็นการทำข่าวสำหรับการโปรโมทภาพยนตร์ และเพียงแค่ 2 วันหลังจากนั้นเรื่องราวของของเธอก็ได้ถูกลงยังหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับก่อเกิดเป็นกระแสพูดถึงปากต่อปากของประชาชน ข่าวคราวและชื่อเสียงของภาพยนตร์กลกามแห่งความรักและตัวนางเอกสาวอดีตรองนางสาวไทยอย่างดาริน กรสกุลก็ได้เป็นที่รู้จักของผู้คนนับตั้งแต่บัดนั้น

สาเหตุที่เธอเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เนื่องด้วยสาเหตุ 2 ประการ
ประการแรกคือเนื้อหาและความรุนแรงของตัวภาพยนตร์ กลกามแห่งความรักเล่าถึง "แวววลี" สาวชาวไทยผู้มีครอบครัวยากจนที่ได้ตัดสินใจเดินทางไปทำงานเป็นโสเภณียังประเทศญี่ปุ่นเพื่อส่งเสียครอบครัว ภาพยนตร์เล่าเรื่องในทำนองดำดิ่งมืดมนผนวกกับฉากทางเพศที่รุนแรงเปิดเผย และนอกจากนี้ตัวนักแสดงนำอย่างคุณน้อยเองยังมีตำแหน่งเป็นถึงอดีตรองนางสาวไทยซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่สูงส่งเป็นอย่างมาด ด้วยกรอบคติของสังคมและตำแหน่งรองนางสาวไทยทำให้เธอเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทางด้านลบของผู้คนทั้งในและนอกวงการ

 

แม้กลกามแห่งความรักจะยังไม่เข้าฉายแต่กระแสของภาพยนตร์และตัวนักแสดงนำกลับเป็นที่พูดถึงอย่างมากถึงขนาดที่ว่า "แม่โขง" ปฏิทินรายใหญ่ที่มักนำนางแบบที่มีภาพลักษณ์เซ็กซีถ่ายแบบโป๊เปลือยเพื่อลงภาพในปฏิทินถึงกับติดต่อเธอมาเพื่อขอไปเป็นแบบ ด้วยภาพของนางแบบที่ไปถ่ายแบบกับทางแม่โขงจะออกมาในแบบโป๊เปลือยรุนแรงทำให้คุณน้อยปฏิเสธไป แต่ทางแม่โขงกลับต้องการที่จะนำตัวของคุณน้อยเป็นแบบปฏิทิน จึงพูดคุยกับทางคุณน้อยถึงค่าตอบแทนของเธอที่สูงถึง 1 ล้าน 2 แสนบาทโดยที่เธอจะไม่ต้องโป๊เปลือย ทำให้เธอตอบตกลง ทางแม่โขงได้พูดคุยทำการตกลงกับทางผู้ใหญ่ว่าจะไม่มีการให้คุณน้อยต้องโป๊เปลือยอย่างแน่นอนโดยภาพที่ออกมาจะออกไปทางของศิลปะไม่ใช่ภาพเปลือยทางกามารมณ์ ทำให้คุณน้อยเป็นนางแบบเพียงไม่กี่คนที่มีค่าตัวสูงที่สุดและมีภาพถ่ายแบบลงปฏิทินแม่โขงโดยที่ไม่ต้องเปลือย เพียงแค่ใส่ชุดว่ายน้ำและเสื้อผ้าตัวบางอวดเผยความเย้ายวนเท่านั้น

กระแสของเธอยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอกระทั่งเมื่อกลกามแห่งความรักได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์ ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีดังคาด ผู้ชมต่างพากันมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเนืองแน่ ส่งผลให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังเป็นดาวพราวจรัสแสง ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพจำของเธอที่เมื่อใดมีคนพูดถึงเธอ ผู้คนก็มักจะพลันนึกถึงกลกามแห่งความรักเป็นสิ่งแรกเสมอ และจากภาพลักษณ์ของบทบาทนี้ทำให้คุณน้อยกลายเป็นเซ็กซี่สตาร์อีกคนแห่งยุคที่ผู้คนจดจำ

 

คุณน้อยเป็นหญิงสาวที่มีแววตาโตแต่กลับดูเศร้าโศกคนึงหา เครื่องหน้าที่ถูกจัดเรียงอย่างเข้ากัน รูปร่างสูงโปร่งและเพรียวมีส่วนเว้าส่วนโค้งได้รูป ดูอ้อนแอ้นอรชรเย้ายวน ผิวขางนวนลเนียนเป็นยองใย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนขาเรียวงามที่ผู้คนร่ำลือ ยามใดที่เธอใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นก็ดูเซ็กซี่ ยั่วยวนแบบประหลาด เพราะผิวพรรณและรูปร่างของเธอที่ได้ส่วนสัดเกินมาตรฐานทำให้เสื้อผ้าเหล่านั้นขับความงามของรูปร่างของเธอออกมาได้อย่างหมดจด ประกอบกับ "ดวงตา" ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

 

นอกจากจะเป็นหน้าต่างที่เป็นเส้นทางไปสู่ดินแดนหัวใจแล้ว ดูเหมือนว่าดวงตาจะช่วยเสริมสร้างเสน่ห์บางอย่างให้กับเจ้าของได้เสียด้วย อย่างที่กล่าวไปว่าเธอเป็นคนที่มีแววตาเศร้าโศกคนึงหา แววตาของเธอดูเว้าวอนแบบประหลาด ดูเศร้าสร้อย แต่กลับดูไร้ซึ่งเดียงสา เสมือนกับสาวน้อยบริสุทธิ์ที่กำลังเรียกร้องร่ำหาสิ่งที่เธอต้องการ ทว่ายามใดที่สวมใส่เสื้อผ้ารัดกุม เธอก็กลับกลายเป็นสาวสวยหน้าตาน่ารัก หวานหยดย้อยที่ไม่คงเหลือเค้าความเซ็กซี่ใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

"ถ้าเป็นตัวน้อยเอง ไม่ใช่ดาริน กรสกุล นางเอกหนัง หรืออะไร ๆ ตามที่หลายคนคิดแล้ว น้อยเป็นผู้หญิงเฉย ๆ เงียบ ๆ แล้วก็ค่อนข้างขี้อาย ชอบชีวิตเรียบ ๆ ไม่เด่น ไม่ดัง"

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าแม้คุณน้อยจะมีโด่งดังจากบทบาทแนวเซ็กซี่ยั่วยวนและมีภาพลักษณ์เป็นสาวเซ็กซี่สตาร์ แต่อุปนิสัยโดยส่วนตัวของเธอคนในวงการบันเทิงและคนที่เคยได้ใกล้ชิดกับตัวจริงของคุณน้อยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวจริงของเธอเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ค่อยพูด ขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเหมือนว่าเธอเป็นสาวเปรี้ยวเก๋เข็ดฟันหรือเป็นสาวแกร่งทันสมัยอย่างสิ้นเชิง

หลังภาพยนตร์เรื่องกลกามแห่งความรักออกฉายคุณน้อยได้มีผลงานทางด้านถ่ายแบบและผลงานการแสดงตามมาหลังจากนั้นอีกพอสมควร หลังจากนั้นเธอได้มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง มาม่าซัง ภาคสานต่อความสำเร็จของกลกามแห่งความรัก, ตัญหาพระจันทร์, สวรรค์ 7 ชั้น, สัตว์เลือดเย็น, ชะตาคน, อสูรกาม ฯลฯ และนอกจากนี้อาจมีบางท่านไม่ทราบว่าเธอยังเคยรับบทเป็น "แม่นาค" ในภาพยนตร์เรื่อง "แม่นาคพระโขนง" ฉบับภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2537 อีกด้วย โดยในครั้งนี้เธอได้ร่วมแสดงกับพระเอกหนุ่มรอน บรรจงสร้างซึ่งเคยร่วมงานกันในผลงานละครโทรทัศน์ชิ้นแรกของเธอ ทางด้านละครโทรทัศน์คุณน้อยได้ลงมารับผลงานทางละครเป็นครั้งแรกกับละครแนวดรามา เข้มข้นเรื่อง "สุดถนนบนทางเปลี่ยว" ทางช่อง 3 (สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ ใครพอจำเรื่องราวได้รบกวนทีนะคะ) ออกฉายช่วงต้นปี พ.ศ. 2534 ต่อจากละครดังเรื่องรอยมาร อีกทั้งเธอยังมีผลงานละครเรื่อง "รักร้อน" ทางช่อง 9 และ "นาฏกกรมอำลา" ทางช่อง 3

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในวงการบันเทิง มีผลงานทางการแสดงเพียงไม่กี่ปีคุณน้อยก็เริ่มเฟดตัวออกมาจากวงการ ผลงานการแสดงชิ้นท้ายสุดที่พอจะหาได้คงจะเป็นผลงานเรื่อง "เรือนมยุรา" ฉบับภาพยนตร์ฉายโรงช่วงปี พ.ศ.2539-2540 ซึ่งออกฉายใกล้ ๆ กับเวอร์ชันละครโทรทัศน์ หลังจากนั้นเธอก็หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง จากเท่าที่เคยอ่านเจอมาในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2547-2548 คุณน้อยเคยมาออกรายการทอล์คโชว์ของไทยอยู่ครั้งหนึ่ง และจากนั้นเธอก็หายเงียบไร้ข่าวอีกครั้งจวบจนทุกวันนี้ ซึ่งจากที่มีผู้บอกเล่าสู่กันฟังมา ณ ตอนนี้เธอได้ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสงบกับคนไทยในต่างแดน คงเหลือไว้เพียงแต่ร่องรอยผลงานและความทรงจำอันงดงามที่พวกเรามีให้แก่เธอเท่านั้น

ด้วยรักและคิดถึง.

สวัสดี.

โพสท์โดย: Mariamma
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/groups/weloveoldphoto/permalink/2429045880758250/
ขอขอบพระคุณข้อมูลจากหนังสือลับเฉพาะ ดาริน กรสกุล
ภาพเก่าในอดีต
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: GOVID
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: kleoland, โยนี มีเงิน
 
ตำนานนางเอกหนัง!! "กลกามแห่งความรัก" ที่คิดถึง "ดาริน กรสกุล"
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดตัวแล้ว ? “แต้ว-ไฮโซณัย” ดินเนอร์หวานฉ่ำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บันเทิง ดารา
"10 คนดัง"ที่ชอบแอ๊บ"จน"ทั้งที่มีเงินมากมายจนใช้ไม่หมด"50 ซุปตาร์"ที่คุณอาจไม่เคยสังเกตว่าพวกเขาสูงพอๆกันมาแล้ว Greenland หนังอุกกาบาตถล่มโลกของ Gerard Butlerเสร็จแล้วหนังฟอร์มยักษ์ Monster Hunter ผลงานที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอย
ตั้งกระทู้ใหม่