3 วิธีรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังด้วยสมุนไพร
เขียนโดย มารคัส
3 วิธีรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังด้วยสมุนไพร
โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง (Chronic Gastritis)
อาการของโรคกระเพาะอาการอักเสบเรื้อรัง โดยส่วนใหญ่แล้ว ในรายที่กระเพาะอาหารอักเสบแบบเรื้อรัง มักจะไม่ค่อยมีอาการแสดง แต่เมื่ออาการกำเริบ จะคล้ายกับอาการจากโรคแผลในกระเพาะอาหาร คือ
– ปวดท้องตำแหน่งกระเพาะอาหาร บริเวณใต้ลิ้นปี่ลักษณะการปวดจะเป็นๆ หายๆ
– ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอบ่อย แน่นอึดอัดท้องทั้งๆ ที่ไม่ได้ทานอะไร หรือทานเพียงเล็กน้อย
– คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อเป็นมาก อาจอาเจียนเป็นเลือดได้ซึ่งบ่งบอกว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหารร่วมด้วย
– เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
– เมื่อเป็นมาก และมีเลือดออกจากเยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร จะถ่ายอุจจาระเป็นสีดำคล้ำคล้าย ยางมะตอย
สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง มักเกิดจากการรับประทานอาหารที่ทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น เหล้า เบียร์ ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลม รวมถึงการใช้ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาชุด หรือยาลูกกลอนชนิดที่ใส่สเตียรอยด์เพื่อรักษาอาการอักเสบ หรืออาการปวดอื่นๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรืออาจจะเกิดจากความเครียดที่ทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากผิดปกติ นอกจากนั้นการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสบางชนิดก็ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้
การรักษาเบื้องต้น
– งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่าง ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ และน้ำอัดลมด้วย
– รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสไม่จัด
– ไม่ซื้อยามารับประทานเองโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะยาแก้ปวด แก้อักเสบต่างๆ
– หากิจกรรมคลายเครียด เช่น ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ชื่นชอบ
– รับประทานยาลดกรด และเคลือบแผลในกระเพาะตามแพทย์สั่ง
– หากเกิดจากการติดเชื้อ ต้องได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์ ยกเว้นเชื้อไวรัส
การรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังด้วยสมุนไพร
1. มะแว้งไฟ โดยใช้ผลมะแว้งไฟแห้ง 10 ลูก ต้มกับน้ำสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ จนเดือดแล้วยกลงแล้วนำน้ำมาดื่มจะช่วยรักษาอาการอักเสบของกระเพาะอาหารได้
2. ฝรั่ง โดยรับประทานผลฝรั่งสดเป็นประจำ เพราะฝรั่งนั้นเป็นผลไม้ที่มีสารแทนนินอยู่มาก ซึ่งจะช่วยยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค จึงช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ และสามารถลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ได้ นอกจากนั้นยังช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้อีกด้วย
3. กระเจี๊ยบมอญ โดยมีสารเพคตินและสารเมือกช่วยเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี วิธีการ คือเลือกผลกระเจี๊ยบมอญอ่อน นำมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตากให้แห้งสนิท จึงนำมาบดเป็นผงละเอียด จะได้ผงกระเจี๊ยบเขียวสีอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เก็บใส่ขวดโหลไว้ ใช้ชงดื่ม หรือโรยในจานข้าว โรยในเครื่องดื่มหรือบรรจุในแคปซูลก็ได้ แต่ข้อควรรู้ที่สำคัญของแคปซูลที่นำมาใช้คือ ถ้าเป็นแคปซูลที่ทำจากข้าวเหนียวจะไปแตกตัวที่ลำไส้ ถ้าเป็นแคปซูลเจลจะแตกตัวที่กระเพาะอาหาร ดังนั้นต้องเลือกให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่เป็นด้วย
คลิปจาก จินตนาการความรู้
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้ว
F-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?



