ดร.รัสเซียแนะวิธีทำให้ภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้นใน 15 วินาที
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
โดยผู้เชี่ยวชาญของเมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย ได้ค้นพบเจอวิธีที่สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันของเรากลับมาได้ดีที่สุดภายใน 15 วินาทีเท่านั้น
ศาสตราจารย์ ดร. Sergey Bubnovsky ที่มีชื่อเสียงนี้ ได้มาเสนอวิธีการที่ทำได้ง่ายๆ ในทุกคืน โดยหลังจากที่เรากลับมาจากการทำงานของทุกวันแล้ว ให้นำน้ำเย็น หรือใส่น้ำแข็งลงไปให้เย็นสนิทในชามใบใหญ่ๆ แล้วนำมือและเท้าของคุณไปจุ่มลงในนั้น โดยใช้เวลาเพียง 10-15 วินาที หรือเราจะสามารถเต้นประกอบจังหวะเพลง ไปด้วยก็ได้ขณะที่จุ่มเท้าลงในน้ำเย็น
หลังจากแช่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้เช็ดผ้าขนหนูเทอร์รี่และใส่ถุงเท้าก่อนนอน หากทำเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของคุณได้ เป็นอย่างดี
แต่หากคุณมีปัญหากับความเย็นที่ทำให้รู้สึกป่วยง่าย คุณจะต้องพยายามมากหน่อยเพื่อที่จะเอาชนะมัน คุณต้องพยายามนำเท้าของคุณไปจุ่มน้ำเย็นทุกๆ 4 ชั่วโมง ไม่ ต้องกลัวว่ามันจะส่งผลเสียมากกว่าเดิม แต่ผลลัพธ์มันจะออกมาตรงกันข้ามอย่างแน่นอนที่จะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณแข็งแรงกว่าเดิม ด้วยความมั่นใจของ ดร. Sergey
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
ค่าไฟ พ.ค.–ส.ค. 2569 ขึ้นแค่ไหน 7 เครื่องใช้ไฟที่กินเงินเงียบ
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
จังหวัดในไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
โตมาถึงได้รู้… “ความเหงา” ไม่น่ากลัวเท่า “ชีวิตที่ไม่ใช่ของตัวเอง” (หลายคนเพิ่งรู้ตอนสาย!)
พ่อปลื้มสุดหัวใจ! “น้องวีจิ” ลูกสาว “หนุ่ม ศรราม” คว้าเหรียญทองบัลเลต์จากเวทีอังกฤษ สร้างความภาคภูมิใจระดับอินเตอร์
7 ยาใกล้ตัวที่กินผิดคู่แล้วตับเสี่ยง เภสัชเตือนดูฉลากก่อน
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
"ไข้สูง-ง่วงนอน" สัญญาณมรณะ! อุทาหรณ์เด็ก 4 ขวบเสียชีวิตด้วยโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (ANE)
อุทาหรณ์โซเชียล: เมื่อแม่ป่วยหนักแต่ลูกชายเมินเฉย บทเรียนราคาแพงของการเลี้ยงลูกด้วย “อารมณ์”




