หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สนามเวียงแก้วเมืองพะเยาเมื่อครั้งแต่เก่าก่อน


โพสท์โดย

    อาณาบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองจังหวัดพะเยาในปัจจุบัน แต่ก่อนเคยเรียกกันว่า "สนามเวียงแก้ว" เดิมสภาพเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่ามีพงหญ้าป่าหนามแซมด้วยไม้ยืนต้นจำพวกไม้แพงหรือไม้เบญจพรรณ อยู่ในการถือครองของวัดศรีอุโมงค์คำและวัดราชคฤห์ ต่อมาภายหลังทางราชการได้เวนคืนที่ดินผืนนี้มาขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินราชพัสดุ ตามหมายเลขทะเบียนทั่วไปเลขที่ 65 และหมายเลขทะเบียนมณฑล เลขที่ 7349 ที่อยู่ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา มีเนื้อที่กว้าง 5 เส้น 6วา ยาว 6 เส้น 1วา

    ในปีพ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 7และสมเด็จฯพระราชินี เสด็จเลียบมณฑลพายัพ พระแสนสิทธิเขตนายอำเภอเมืองพะเยาสมัยนั้นได้ประชุมหารือกับคณะกรรมการอำเภอเพื่อจัดสถานที่สำหรับเตรียมการรับเสด็จ ในที่สุดเลือกเอาสนามเวียงแก้วเป็นสถานที่รับเสด็จเพราะเห็นว่าสะดวกและอยู่ใจกลางเมือง ทางอำเภอจึงเริ่มแผ้วถางบริเวณและดำเนินการก่อสร้างอาคารรับรองต่างๆเช่น เรือนประทับแรมซึ่งเป็นอาคารไม้รูปทรงเรือนปั้นหยา หลังคามุงด้วยแป้นเกล็ดมีมุขยื่นออกมาเป็นทางเชื่อมต่อกับพลับพลาที่ประทับซึ่งสร้างเป็นรูปทรงเรือนขนมปังขิง นอกจากนั้นได้ก่อสร้างอาคารเรือนพักของข้าราชบริพารที่ติดตามเสด็จอีกสองหลังและขุดสระน้ำเพื่อทำเป็นสระบัวพร้อมกับปลูกหญ้าและดอกไม้ทั่วทั้งบริเวณให้เป็นร่มรื่นสวยงามอย่างสมพระเกียรติ เนื่องจากลักษณะของเรือนที่ประทับแรมถูกออกแบบให้มีหน้าต่างรอบตัวอาคารทั้งหลังและเหนือหน้าต่างทุกบานจะทำเป็นช่องแสงติดกระจกหรือที่เรียกว่า "หน้าต่างคอสอง"จึงทำให้ดูราวกับว่า อาคารติดกระจกรอบไปทั้งหลัง ดังนั้นจึงเป็นที่มาของคำว่า "เวียงแก้ว"ที่ประทับของกษัตริย์หรือเจ้าเมือง ซึ่งคนทางเหนือมักเรียกว่า " เวียง " ส่วนกระจกมักเรียกว่า" แก้ว " ดังนั้นจึงเป็นความหมายที่ชาวบ้านเรียก ที่ประทับของกษัตริย์หรือเจ้าเมืองตามลักษณะรูปอาคาร

    ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 อาคารทั้งหมดภายในสนามเวียงแก้วได้ถูกใช้เป็นบ้านพักข้าราชการอำเภอเมืองพะเยาและใช้เรื่อยมากระทั่งชำรุดทรุดโทรมจนถูกปล่อยทิ้งร้างไป ภายหลังปีพ.ศ. 2506 ทางราชการจึงได้ทำการรื้อถอนอาคารทั้งหมดและนำไม้บางส่วนที่พอใช้ได้นำไปสร้างเป็นสโมสรข้าราชการอยู่ภายในสนามเวียงแก้ว

    เนื่องจากเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ในยุคต่อมาทางราชการจึงใช้เป็นที่จัดงานรัฐพิธีต่างๆ ตลอดจนใช้เป็นพื้นที่จัดงานประเพณีประจำปีเช่น งานฤดูหนาว งานประเพณีลอยกระทงหรืองานมหรสพต่างๆ บางครั้งก็ใช้ในกิจกรรมทางการเมืองเช่น การไฮปาร์คหาเสียงเลือกตั้งฯ

    การเปลี่ยนแปลงสนามเวียงแก้วได้เกิดขึ้นอีกครั้งในปีพ.ศ. 2528 เมื่อทางราชการได้ใช้พื้นที่แห่งนี้สร้างเป็นศาลหลักเมืองจังหวัดพะเยา ความทรงจำในอดีตของสนามเวียงแก้วค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา ทำให้คนรุ่นหลังแทบไม่รู้ว่า พื้นที่ของศาลหลักเมืองแต่เดิมคือ สนามเวียงแก้วอดีตเคยเป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7และสมเด็จฯพระราชินี เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองพะเยา พ.ศ. 2469

 

- แหล่งข้อมูล บันทึกรายงานของนายบุญรัตน์ ทิพย์มณี อดีตข้าราชการสรรพกรอำเภอเมืองพะเยา

    ข้อมูลภาพ ภาพแรก ที่ประทับแรมสนามเวียงแก้ว ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2469, ภาพที่สอง คณะช่างฟ้อนรับเสด็จฯรัชกาลที่ 7และสมเด็จฯพระราชินี คราวเสด็จประพาสเมืองพะเยาเมื่อพ.ศ. 2469 คนยืนซ้ายสุดในภาพคือ พระแสนสิทธิเขต นายอำเภอเมืองพะเยา,ภาพที่สาม คณะข้าราชการอำเภอเมืองพะเยาที่มารับเสด็จฯ คนนั่งกลางแถวหน้าคือ หลวงกมล ดิลกเลิศ อดีตผู้บังคับกองตำรวจภูธรอำเภอเมืองพะเยา

 

ราชอาณาจักรล้านนา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
PoGuS BigBooM's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,178 ครั้ง
โพสท์โดย PoGuS BigBooM
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ken 7
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เกาะที่แออัดที่สุดในโลกจังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้รวยแบบไม่รู้ตัว! 5 "ของใช้ในบ้าน" ที่มีทองแท้ซ่อนอยู่ เปลี่ยนขยะเป็นเงินล้าน พร้อมวิธีสังเกตง่ายๆ 💰🔍5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุดจังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุดจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?เลขบัตรประชาชนแม่นกว่าชื่อ เหตุผลที่ชื่อไทยยังซ้ำกันได้รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด6 จุดเช็กรถมือสองก่อนวางเงินจอง ไม่ให้เจอรถย้อมแมวทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศค่าไฟ พ.ค.–ส.ค. 2569 ขึ้นแค่ไหน 7 เครื่องใช้ไฟที่กินเงินเงียบ"ไข้สูง-ง่วงนอน" สัญญาณมรณะ! อุทาหรณ์เด็ก 4 ขวบเสียชีวิตด้วยโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (ANE)อุทาหรณ์โซเชียล: เมื่อแม่ป่วยหนักแต่ลูกชายเมินเฉย บทเรียนราคาแพงของการเลี้ยงลูกด้วย “อารมณ์”รับพลัง "立夏" (หลี่ป้าย) ฤกษ์เปลี่ยนฤดูกาล: เคล็ดลับเสริมดวง-แก้เคล็ด 2 นักษัตรที่ต้องระวัง!6 จุดเช็กรถมือสองก่อนวางเงินจอง ไม่ให้เจอรถย้อมแมว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศจังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรน้อยที่สุด6 จุดเช็กรถมือสองก่อนวางเงินจอง ไม่ให้เจอรถย้อมแมว3 วิธีใช้ ‘ตะเกียบไม้’ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ (รู้แล้วจะเสียดายที่เคยทิ้ง)
ตั้งกระทู้ใหม่