หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

วัดเจดีย์หลวง

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย PoGuS BigBooM

วัดเจดีย์หลวง : วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ

    วัดเจดีย์หลวง มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ ราชกุฏาคาร , วัดโชติการาม สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ.1934 ถ้านับจนถึงปัจจุบันมีอายุ 626 ปี

    ในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ แปลโดย ศาสตราจารย์แสง มนวิฑูร พิมพ์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2501 กล่าวถึงเจดีย์หลวงว่า “จุลศักราช 289 (พ.ศ.1874) พระเจ้าแสนภู โปรดให้สร้างเมืองเชียงแสน และต่อมาอีก 4 ปีทรงสร้างมหาวิหารขึ้นในท่ามกลางเมืองเชียงแสน” มหาวิหารที่ว่านี้คือวัดเจดีย์หลวงองค์ที่ 1 ซึ่งอยู่ในวัดพระเจ้าตนหลวง เมืองเชียงแสน ปัจจุบันยังปรากฏองค์พระธาตุให้เห็นอยู่

    สมัยพระเจ้าแสนเมืองมา ขณะที่มีพระชนมมายุ 39 ปี พระองค์โปรดให้สร้างพระเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จดีก็ทรงสวรรคต พระราชินีผู้เป็นอัครมเหสีของพระองค์ ได้โปรดให้ทำยอดพระธาตุเจดีย์หลวงจนแล้วเสร็จ “พระธาตุเจดีย์หลวงเมื่อสร้างเสร็จ (พระเจ้าติโลกราชสร้างเสริมให้สูงใหญ่ขึ้น) เรียบร้อยแล้ว มีระเบียบกระพุ่มยอดเป็นอันเดียว ฐานกว้างด้านละ 52 ศอก สูง 92 ศอก ก่อด้วยศิลาแลงทั้งสี่ด้าน”

    พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ราชวงศ์มังราย ลำดับที่ 11 โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต ไปจำลองแบบมหาเจดีย์จากเมืองลังกามาสร้างเป็นเจดีย์สูง 43 วา ฐานกว้าง 27 วา เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระเจ้าติโลกราชทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต (องค์เดียวกับที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ) มาจากเมืองลำปาง โปรดให้สร้างซุ้มประดิษฐานไว้ที่ข้างองค์พระเจดีย์ด้านทิศตะวันออก ในสมัยหลังพระแก้วมรกตถูกอัญเชิญไปประดิษฐานอยู่ที่เมืองล้านช้าง ประเทศลาว กระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาประดิษฐานที่กรุงธนบุรีและกรุงเทพมหานคร

    ตำนานเมืองเหนือกล่าวถึงการสร้างวัดเจดีย์หลวงในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้ากือนาว่า “ส่วนเจ้ากือนาตนพ่อ เมื่อละวางอารมณ์ไปแล้ว ก็ได้เป็นอสุรกายรุกขเทวดารักษาต้นไม้นิโครธต้นหนึ่ง อยู่ริมทางเดินที่จะเดินเข้าไปเวียง ขณะนั้นมีพ่อค้าหมู่หนึ่งไปเมืองพุกามมา ก็มาถึงต้นนิโครธต้นนั้นและพักอยู่ เมื่อนั้นรุกขเทวดาก็แสดงบอกแก่พ่อค้าทั้งหลายว่า กูนั้นเป็นพญากือนา กินเมืองเชียงใหม่ที่นี่แล ก็ครบด้วยสหาย มีศิลปอาคมเป็นหมอช้าง ครั้นกูตายก็ได้มาเป็นอสุรกายรุกขเทวดา อยู่รักษาต้นไม้นี้แล กูจะไปเกิดในสวรรค์เทวดาโลกไม่ได้ ให้สูไปบอกแก่ลูกกูเจ้าแสนเมืองมา ให้สร้างพระเจดีย์หลังหนึ่งที่ท่ามกลางเวียง สูงพอคนอยู่ไกลสองปันวาแลเห็นนั่นเถิด จึงให้ทานกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่กู กูจักได้พ้นอันเป็นรุกขเทวดาที่นี่ แล้วจักได้ไปเกิดในสวรรค์”

    เมื่อพระเจ้าแสนเมืองมาทราบความ จึงโปรดให้แผ้วถางที่ แล้วก่อพระเจดีย์สวมทับไว้ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จพระเจ้าแสนเมืองก็สวรรคตเสียก่อน ต่อมาจึงได้มีผู้สร้างเจดีย์เพิ่มเติมขึ้นภายหลัง ปี พ.ศ.2055 พระราชา (พระเมืองแก้ว) พร้อมด้วยชาวเมืองทั้งหลาย เอาเงินมาทำกำแพงล้อมพระธาตุเจดีย์หลวง 3 ชั้นได้เงิน 254 กิโลกรัม จากนั้นจึงได้เอาเงินมาแลกเป็นทองคำจำนวน 30 กิโลกรัม แล้วแผ่เป็นแผ่นทึบหุ้มองค์พระธาตุเจดีย์หลวง เมื่อรวมกับทองคำที่หุ้มองค์พระเจดีย์หลวงอยู่เดิม ได้น้ำหนักทองคำถึง 2,382.517 กิโลกรัม

    ต่อมาในสมัยพระมหาเทวีจิระประภา ประมาณ พ.ศ.2088 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเชียงใหม่ จึงทำให้ยอดพระเจดีย์หลวงหักพังทลายลงมา หลังจากนั้นพระเจดีย์หลวงจึงถูกทิ้งให้ร้างมานานกว่า 400 ปี กระทั่งปี พ.ศ.2423 พระเจ้าอินทวิชายานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ได้รื้อพระวิหารหลังเก่าและสร้างวิหารหลวงขึ้นใหม่ด้วยไม้ทั้งหลัง

    ช่วงปี พ.ศ.2471-2481 สมัยพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ถือได้ว่าเป็นทศวรรษแห่งการบูรณะครั้งสำคัญของวัดพระเจดีย์หลวง ได้มีการรื้อถอนสิ่งปรักหักพัง แผ้วถางป่าที่ขึ้นปกคุลมโบราณสถานต่างๆออก แล้วสร้างเสริมเสนาสนขึ้นใหม่ให้เป็นวัดสมบูรณ์แบบในเวลาต่อมา

    นอกจากนั้นในวัดเจดีย์หลวง ยังเป็นที่ประดิษฐานของเสาอินทขิล ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่มาช้านาน ซึ่งมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยก่อนบริเวณที่ตั้งของเมืองเชียงใหม่เป็นที่ตั้งเมืองของพวกลัวะ ซึ่งมักจะถูกผีร้ายรบกวนต่าง ๆ นานาจนเป็นที่เดือดร้อนทั่วทั้งเมือง พระอินทร์ทรงเล็งเห็นความเดือดร้อนของพลเมือง ก็คิดจะช่วยเหลือโดยได้บอกให้ชาวเมืองถือศีลรักษาคำสัตย์ บ้านเมืองจึงรอดพ้นจากอันตราย ชาวเมืองก็เชื่อฟังและปฏิบัติตาม เมื่อพระอินทร์เห็นว่าชาวเมืองมีสัตย์ดีแล้วจึงบันดาลให้บ่อเงินบ่อทองและบ่อแก้วขึ้นภายในเมืองและให้ชาวเมืองอธิษฐานเอาตามความปรารถนา เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “เมืองนพบุรี”

    พระเจดีย์หลวง ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2533 ใช้งบประมาณในการบูรณะถึง 35 ล้านบาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2535 จนปัจจุบันมีขนาดความกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมือง

สาเหตุที่องค์พระเจดีย์หลวงพังทลายลงมา นอกจากจะเกิดแผ่นดินไหวในปีพ.ศ. ๒๐๘๘ /ค.ศ.1512 ครั้งแผ่นดินพระนางเจ้ามหาเทวีจิรประภาแล้ว อีกสาเหตุหลักคือโครงสร้างภายในขององค์พระเจดีย์หลวงไม่แข็งแรง เนื่องจากมีโพรงหรืออุโมงค์ ซึงมีปัญหาการทรุดร้าวอยู่แล้วมาตั้งแต่แรกสร้ัา่ง อีกทั้งดูเหมือนว่าการพังทลายขององค์พระธาตุเจดีย์หลวงมิได้พังทลายมาแค่ครั้งเดียว แต่ได้พบว่ามีการพังทลายลงมาหลายครั้ง เนื่องจากโครงสร้างภายในไม่มั่นคง

หมายเหตุ : โครงการบูรณะพระเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่ เกิดขึ้นระหว่างปีพ.ศ.๒๕๓๓ - ๒๕๓๕ / ค.ศ.1990-1992

จำลองลักษณะรูปทรงขององคืพระเจดีย์หลวง

บริเวณด้านหน้าโดยรอบประดับรูปช้างโผล่ออกมาครึ่งตัว ปัจจุบันช้างพังเกือบหมดแล้ว ร่องรอยการประดับช้างรอบฐานนี้นับได้ถึง ๒๘ ตัว 

บันไดนาคที่ทอดลงมาจรดพื้นดิน มีนาคเป็นราวบันไดอยู่ทิศละ ๒ ตัว เชิงบันไดด้านล่างทำเป็น"มกร"คาบนาคที่ชูตั้งขึ้นสูง

บันไดมีลักษณะก่ออิฐแบบปูนเรียบ แสดงให้เห็นว่าเจาะจง"มิให้"ใช้ประโยชน์เป็นบันไดทางขึ้น จะมีร่องรอยของบันไดทางขึั้นสู่ระเบียงชั้นบนได้เพียงทางด้านทิศตะวันออกเท่านั้น

ที่มา : เรื่องเล่าจากตำรา ตอนหาทางขึ้นลานประทักษิณองค์พระเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่

 

เอกสารประกอบ
1.บุญเสริม สาตราภัย “ลานนาไทยในอดีต” ,2522
2.วัดเจดีย์หลวง พิมพ์ในโอกาสสมโภช 600 ปีพระธาตุเจดีย์หลวง,2538

ประวัติศาสตร์ล้านนา

ขอบคุณที่มา:
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: PoGuS BigBooM
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
25 VOTES (5/5 จาก 5 คน)
VOTED: jarasporn, plangchompoo, Endymion, PaMok, DivanIng
 
วัดเจดีย์หลวง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ปารีณา แจงเหตุผลที่ บิ๊กตู่ ต้องกู้เงินล้างหนี้จำนำข้าว เพราะนายกฯคนก่อน

สาวนอนอาบแดด อยู่ดีๆ เห็นชายห่มผ้าสีส้ม เกือบยกมือไหว้

คฤหาสน์หรูชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ถูกทิ้งร้างไว้เมื่อ 20 ปีก่อน เข้าไปดูข้างใน อนิจจา มีคนอาศัยอยู่

เอาใจคนเท​ คอนเสิร์ต​ ‘ทาทา ยัง มาย เฟอร์เฟ็กชั่น’ จน‘ทาทา’เองยังสะอึก​น้ำตาซึมกลางเวที

สาว สั่งอาหารสายการบินดัง

เปิดชีวิตฟ้าหลังฝน บังฮาซันจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จจากเงินติดกระเป๋า 700 บาทสุดท้าย

ด่วนตำแหน่งเฉียดว่างลง! “บิ๊กป้อม” เสียหลักลื่นล้มก้นกระแทกพื้นอย่างจังในห้องประชุมสภาฯ

หนุ่มรถบรรทุกห้าว ชูนิ้วท้าหาเรื่องกลางถนน เจอคนจริงยกมือไหว้แทบไม่ทัน

ด่วน! ไฟไหม้ ‘นิด้า’ (คลิป)

พลทหารทนไม่ไหว เข้ากองทัพรับใช้ชาติ สุดท้ายนายใช้ไปเลี้ยงนก แถมยึดเบี้ยเลี้ยง

หนุ่ม ซื้อขนุนลูกใหญ่จากตลาด หวังจะกินอิ่มทั้งครอบครัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ที่ จ.พะเยา (มีคลิบ)เมืองใต้ดิน ป้องกันน้ำท่วม อุโมงค์​ที่ มีไว้ระบายน้ำไม่ให้ท่วมโตเกียวใต้รางรถไฟฟ้า Airport Link น่าจะออกแบบให้เป็น Sky lane ด้านล่าง เพื่อทำเป็นทางจักรยานภาพน่ารู้ของร่างกายเมื่อนำมาส่องภายด้วยกล้องไมโครสโคป
ตั้งกระทู้ใหม่