“กบฏเงี้ยวเมืองแพร่” กับการปฏิรูปการปกครองของสยาม
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เปลี่ยนจากการปกครองจากผู้เจ้าครองนครเป็นเทศาภิบาลในปี พ.ศ. 2440 และได้โปรดเกล้าให้พระยาไชยบูรณ์ (ทองอยู่ สุวรรณบาตร) ไปเป็นข้าหลวงกำกับการปกครองเมืองแพร่เป็นคนแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2445 พวกเงี้ยวที่อาศัยอยู่ในเมืองแพร่ได้ก่อความวุ่นวายขึ้น โดยได้บุกยึดสถานที่ราชการที่สำคัญ เช่น ศาลากลางจังหวัด ไปรษณีย์ เป็นต้น และปล้นเงินคลังของจังหวัด ตลอดจนปล้นนักโทษออกจากเรือนจำซึ่งพระยาไชยบูรณ์ได้ทำการต่อสู้ปกป้องอย่างเต็มความสามารถแต่ก็ถูกพวกเงี้ยวจับตัวได้และบังคับให้ลงนามยกเมืองให้ ซึ่งพระยาไชยบูรณ์ไม่ยอม พวกดเงี้ยวจึงได้นำตัวไปตัดศีรษะที่บ้านร้องกาศ ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) นำทัพหลวงและกองทัพจากเมืองใกล้เคียงทำการปราบปรามพวกเงี้ยวได้อย่างราบคาบ
หลังเหตุการณ์กบฎ เจ้าพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่ได้ไปพำนักอยู่ที่เมืองหลวงพระบางประเทศลาว จึงถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง เนื่องจากขาดราชการนานเกินกำหนดในภาวะที่บ้านเมืองไม่สงบ ตำแหน่งเจ้าหลวงเมืองแพร่จึงถูกยกเลิก ในระหว่างที่กองเงี้ยวเข้าโจมตีสถานที่ราชการต่าง ๆ อยู่นั้นราษฏรเมืองแพร่ตื่นตกใจกันมากบางส่วนได้อพยพหลบออกไปอยู่นอกเมืองทันที กองโจรเงี้ยวจึงประกาศให้ราษฏรอยู่ในความสงบ เพราะพวกตนจะไม่ทำร้ายชาวเมืองจะฆ่าเฉพาะคนไทยภาคกลางที่มาปกครองเมืองแพร่เท่านั้น ราษฏรจึงค่อยคลายความตกใจและบางส่วนได้เข้าร่วมกับพวกกองโจรเงี้ยวก็มีทำให้กองโจรเงี้ยวทำงานคล่องตัวและมีกำลังเข้มแข็งขึ้น เมื่อกองโจรเงี้ยวสามารถยึดเมืองแพร่ได้แล้ว พะกาหม่องและสลาโปไชย ก็ไปที่คุ้มเจ้าหลวง เพื่อเชิญให้เจ้าเมืองแพร่ปกครองบ้านเมืองตามเดิม
ก่อนจะปกครองเมือง พะกาหม่องได้ให้เจ้าเมืองแพร่ และเจ้านายบุตรหลานทำพิธีถือน้ำสาบานก่อน โดยมีพระยาพิริยวิไชย เป็นประธานร่วมด้วยเจ้าราชบุตร เจ้าไชยสงคราม และเจ้านายบุตรหลานอื่น ๆ รวม 9 คน ในพิธีนี้ มีการตกลงร่วมกันว่า จะร่วมกันต่อต้านกองทัพของรัฐบาล โดยพวกกองโจรเงี้ยวเป็นกองหน้าออกสู้รบเอง ส่วนเจ้าเมืองและคนอื่น ๆ เป็นกองหลังคอยส่งอาหารและอาวุธตลอดทั้งกำลังคน
วันที่ 26 กรกฎาคม พวกกองเงี้ยวเริ่มลงมือตามล่าฆ่าข้าราชไทยและคนไทยภาคกลางทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือสตรีที่หลบหนีไปโดยประกาศให้รางวัลนำจับ เฉพาะค่าหัวพระยาไชยบูรณ์ และพระเสนามาตย์ยกบัตรเมืองแพร่ คนละ 5 ชั่ง นอกนั้นลดหลั่นลงตามลำดับความสำคัญ
วันที่ 27 กรกฎาคม พระยาไชยบูรณ์ซึ่งอดอาหารมาเป็นเวลา 3 วัน กับ 2 คืน โดยหลบซ่อนอยู่บนต้นข่อยกลางทุ่งนา ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านร่องกาศ ได้ออกจากที่ซ่อน เพื่อขออาหารจากชาวบ้านร่องกาศ ราษฎรคนหนึ่งในบ้านร่องกาศชื่อ หนานวงศ์ จึงนำความไปแจ้งต่อพะกาหม่อง เพื่อจะเอาเงินรางวัล พะกาหม่องนำกำลังไปล้อมจับพระยาไชยบูรณ์ทันที จับตัวได้ก็คุมตัวกลับเข้าเมืองแพร่ และได้บังคับขู่เข็ญพระยาไชยบูรณ์ตลอดทาง
พระยาไชยบูรณ์จึงท้าทายให้พวกโจรเงี้ยวฆ่าตนเสียดีกว่า ดังนั้นพอมาถึงทางระหว่างร่องกวางเคา (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์ ถนนยันตรกิจโกศล ขึ้นอยู่กับ ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) โจรเงี้ยวคนหนึ่งชื่อ จองเชิน จึงคิดฆ่าพระยาไชยบูรณ์ทันที นอกจากพระยาไชยบูรณ์แล้ว พวกเงี้ยวยังได้จับข้าราชการไทยอีกหลายคนฆ่า ที่สำคัญทางรัฐบาลไทยได้ส่งกองทัพจากเมืองใกล้เคียง เช่น พิชัย สวรรคโลก สุโขทัย ตาก น่าน และเชียงใหม่เข้ามาปราบปรามพวกกองโจรเงี้ยวในเมืองแพร่พร้อมกันทุกด้าน และยังได้มอบหมายให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) นำกองทัพหลวงขึ้นมาปราบปรามพร้อมทั้งให้ดำเนินการสอบสวนสาเหตุการปล้นครั้งนี้ด้วย และให้ถือว่าเป็น กบฎ ด้วย ดังนั้นจึงเรียกว่า กบฎเงี้ยวเมืองแพร่
เมื่อพิจารณา สาเหตุกบฎเงี้ยวเมืองแพร่ อาจแบ่งได้เป็น 2 ประการ คือ
ประการแรก เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในเมืองแพร่ นับตั้งแต่ช่วงจัดการปกครองแบบเทศาภิบาล ซึ่งเป็นตอนที่รัฐบาลยุบเลิกฐานะเมืองประเทศราช และรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง ดังจะเห็นได้ว่าฐานะทางการเมืองนั้น เจ้าเมืองมีแต่เกียรติยศ ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริงเพราะอำนาจสิทธิ์ขาดตกเป็นของข้าหลวงซึ่งเป็นข้าราชการที่ส่งมาจากส่วนกลาง ในทางด้านเศรษฐกิจก็ถูกตัดทอนผลประโยชน์ลงสร้างความไม่พอใจแก่เจ้าเมือง และเจ้านายาบุตรหลานทั้งหลายในแต่ละเมือง จึงปรากฎปฏิกิริยาออกมา ในลักษณะต่าง ๆ กัน เช่นที่เชียงใหม่ เจ้านายบุตรหลานไม่พอใจเรื่องลดผลประโยชน์เป็นอันมาก เมืองแพร่ตกอยู่ในสภาพลำบาก เนื่องจากในช่วงที่พระยาศรีสหเทพ (เส็ง วิรยศิริ) ปฏิรูปการปกครอง พ.ศ.2442 ได้จัดการอย่างรุนแรงและบีบบังคับยิ่งกว่าเมืองอื่น ๆ โดยไม่คำนึงถึงว่า เมืองแพร่เพิ่งจะจัดการปกครองเป็นครั้งแรก พ.ศ.2437
ประการที่สอง เนื่องจากเงี้ยวชาวเมือง และราษฎรพื้นเมืองให้การสนับสนุนกองโจรเงี้ยว การโจมตีเมืองแพร่ มิใช่มีแต่บรรดาเจ้านายเมืองแพร่เท่านั้นที่สนับสนุนพวกโจรเงี้ยว ชาวเมืองก็จับอาวุธขึ้นช่วยเหลือกองโจรเงี้ยวด้วย ทั้งนี้ มีสาเหตุสืบเนื่องมาจากชาวเงี้ยวซึ่งเป็นกลุ่มน้อยจากรัฐฉาน เข้ามาอาศัยกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในมณฑลพายัพเป็นเวลานานแล้ว พวกเงี้ยวส่วนใหญ่มักเป็นผู้ทำมาหากินตามปกติ และปะปนอยู่กับชาวบ้านเมืองแพร่ ทำให้มีความสนิทสนมกันเป็นอันดีเมื่อเกิดความทุกข์ยากลำบากใจ จึงร่วมมือสนับสนุนทันที
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
ปิดตำนาน 13 ปี มิตซูบิชิ มิราจ! ยุติการผลิตถาวร พร้อมเหตุผลที่ต้องโบกมือลาตลาดอีโคคาร์
นี่สนามรบไม่ใช่ฮาเร็ม ทหารเขมรหิ้วเมียเข้าสนามรบ ช่วยใส่ลูกปืน สุดท้าย ดับคาบังเกอร์
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดก็คือวันหยุด วันแห่งความสุขมักจะหมดเร็ว แป๊บเดียววันหยุดมันก็จะผ่านไป ขอบคุณครับ
รวมภาพตลกเฮฮาประจำวันนี้ 05/01/69 วันที่อากาศเย็น แถมเป็นวันทำงานหลังปีใหม่ อยากนอนอยู่บ้านอีกจังหนอ
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
ด่วนที่สุด กรุงการากัสเดือด! สหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการ "โทมาฮอว์ก" ถล่มเวเนซุเอลา
แฉให้ยับ! "เชลยเขมร" ถึงบ้านปุ๊บ รีบอัดคลิปแฉทันที! "เงินบริจาค" หายเกลี้ยง! โดนรัฐบาลปล้นเรียบไม่เหลือถึงมือแม้แต่บาทเดียว!
เขมรโวย หาว่าไทยล้ำแดน หลังทหารไทย ยกตู้คอนเทนเนอร์ไปวาง
อดีตค่าเงินที่มีธนบัตรมูลค่าใบละหนึ่งร้อยล้านล้าน
ปิดตำนาน 13 ปี มิตซูบิชิ มิราจ! ยุติการผลิตถาวร พร้อมเหตุผลที่ต้องโบกมือลาตลาดอีโคคาร์



