หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

วิบากกรรมเจ้านายลำปาง

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย PoGuS BigBooM

 

    เมื่อสยามได้เริ่มเข้ามาปกครองล้านนาอย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นจึงส่งผลกระทบถึงเจ้านายล้านนาโดยตรง ที่แต่เดิมมีอิสระในการปกครองตนเองในระดับหนึ่ง แต่ภายหลังถูกลดถอนอำนาจลงเรื่อย ๆ ถูกจำกัดสิทธิทางการปกครองและเศรษฐกิจ และเมื่อไม่สามารถปรับตัวได้จึงต้องเผชิญสภาวะการเงินแทบล้มละลาย

    ในด้านการปกครอง สยามยังคงตำแหน่งเจ้าหลวงและตำแหน่งผู้ปกครองท้องถิ่นอยู่ แต่เจ้านายล้านนาไม่ได้มีอำนาจในการปกครองเท่าใดนัก เพราะรัฐบาลสยามได้ดำเนินการปฏิรูปการปกครองในล้านนาจนลดอำนาจและบทบาทของเจ้านายล้านนาไปมาก ส่วนด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลสยามก็ดำเนินการปฏิรูปการเงิน มิให้เจ้านายล้านนามีส่วนเกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีและสัมปทานป่าไม้ แต่รัฐบาลสยามก็พยายามประนีประนอมโดยการจ่ายเงินเดือนประจำตำแหน่ง และให้กรรมสิทธิ์ป่าไม้แก่เจ้านายล้านนาอยู่

    เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงนครลำปาง เป็นผู้หนึ่งที่ได้เงินเดือนประจำตำแหน่งจากรัฐบาลสยาม โดยในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เดือนละ 15,000 บาท และได้รับรายได้อีกทางหนึ่งจากกรรมสิทธิ์ทำสัมปทานป่าไม้ เจ้าบุญวาทย์ฯ ได้รับกรรมสิทธิ์ทำป่าไม้ที่แม่ต้าและเมืองลอง โดยได้ทำการกู้ยืมเงินจากบริษัทบอมเบย์เบอร์มา บริษัทแองโกลสยาม หลวงโยนการพิจิตร และคนอื่น ๆ ราว 1,000,000 บาท แต่ดูเหมือนว่าการค้าไม้ครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะภายหลังที่เจ้าบุญวาทย์ฯ ถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ.ศ. 2465 ก็มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์มรดกถึง 1 เท่าตัว

    เจ้าหนี้ของเจ้าหลวงนครลำปางได้ยึดเครื่องประดับยศหน้าพระศพและเครื่องไทยธรรมยึดไปขัดดอกเบี้ย รวมถึงยึดคุ้มหลวงนครลำปางหมายจะนำไปประมูลขายทอดตลาดนำเงินมาใช้หนี้เช่นกัน ขณะเดียวกันพระศพเจ้าบุญวาทย์ก็ยังตั้งอยู่ในคุ้มหลวงด้วย ขณะที่เจ้าศรีนวล พระธิดาเจ้าบุญวาทย์ฯ กับพระสวามีคือเจ้าราชบุตร (บุตรเขยเจ้าบุญวาทย์ฯ) เป็นผู้รับผิดชอบมรดกแต่ไม่สามารถจัดการเรื่องหนี้สินได้ เจ้าราชบุตรได้พยายามขอยืมเงินรัฐบาลไปประมูลซื้อคุ้มหลวงคืน และยังร้องขอให้รัฐบาลสยามรับซื้อคุ้มหลวงเอง

    เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาเสนาบดีโดยมีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป ส่วนหนึ่งต้องการให้ขาย แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพและ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงเห็นว่ารัฐบาลควรซื้อคุ้มหลวงนครลำปางไว้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเจ้านายนครลำปาง โดยกรมพระยาดำรงฯ มีดำริว่าที่ดินบริเวณนั้นเป็นของรัฐบาลมิใช่สมบัติส่วนตัว และมีความสำคัญเนื่องด้วยเป็นที่ประทับของเจ้าหลวงนครลำปางมาตลอดหลายสมัย และทรงกังวลว่า “…ศพเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตยังอยู่ที่คุ้มเจ้าหลวงนั้น ถ้าต้องรื้อย้ายไปที่อื่นน่าจะลุกลามกระทบกระเทือนความรู้สึกของพวกเจ้าลาว ซึ่งถ้าใครได้ขึ้นไปที่ลำปางจะทราบเหตุการณ์เหล่านี้ได้ดี ซึ่งไม่มีเยี่ยงอย่างที่จะยกรื้อศพเจ้าประเทศราชจากคุ้มไปไว้ที่อื่น…”

    กระทั่งมีรับสั่งให้พระยาเพ็ชรพิสัยศรีสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ รักษาราชการแทนสมุหเทศาภิบาลพายัพ ทำเรื่องขัดข้องทรัพย์ต่อศาลมิให้ขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเป็นของรัฐบาล

    แต่การจัดงานพระศพเจ้าบุญวาทย์ฯ ก็ยังไม่เรียบร้อย เพราะยังขาดเงินจัดการพระศพ กระทั่งล่วงเลยมาถึงคราวที่รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสมณฑลพายัพ พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นเวลากว่า 4 ปีนับแต่เจ้าหลวงนครลำปางถึงแก่พิราลัย รัชกาลที่ 7 ทรงแต่งตั้งให้เจ้าดารารัศมี พระราชชายาในรัชกาลที่ 5 เป็นประธานกรรมการปลงพระศพเจ้าบุญวาทย์ฯ พร้อมทั้งพระราชทานเงินส่วนพระองค์ช่วยเหลืออีก 2,000 บาท กรมพระยาดำรงฯ ทรงช่วยหาเงินจากบริษัทป่าไม้ รวมกับเงินบริจาคจากเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงนครเชียงใหม่อีกจำนวนหนึ่ง จึงจัดการงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตได้ภายหลัง รัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริว่า ไม่ให้รัฐบาลสยามออกเงินช่วยค่าทำพระศพของเจ้าประเทศราชอีกต่อไป

    อย่างไรก็ตาม กรรมสิทธิ์ป่าไม้ที่แม่ต้าและเมืองลองตกทอดจากเจ้าบุญวาทย์ฯ มาเป็นของเจ้าราชบุตรและได้ขอขยายสัญญาออกไปอีก 15 ปี แต่เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าเจ้าราชบุตรคงจะยกให้บริษัทตะวันตกทำต่ออีกทอดหนึ่ง ขณะที่เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเห็นต่างออกไปว่า รัฐบาลสยามควรช่วยเหลือเจ้าราชบุตรให้ทำป่าไม้ต่อไปเพื่อรักษาตระกูล ณ ลำปาง อีกทั้งทางรัฐบาลสยามก็หมายตั้งเจ้าราชบุตรเป็นเจ้าหลวงนครลำปางต่อจากเจ้าบุญวาทย์ฯ จึงต้องช่วยเหลือเพื่อไม่ให้สายสกุล ณ ลำปางล้มละลาย รัชกาลที่ 6 จึงทรงให้กรรมสิทธิ์ป่าไม้แก่เจ้าราชบุตร

    ต่อมา เจ้าราชบุตรได้ขอพระบรมราชานุญาตเพิ่มชื่อนายวงศ์เกษม ณ ลำปาง บุตรชายคนโตอายุ 21 ปีให้มีส่วนร่วมในกรรมสิทธิ์ป่าผืนนี้ด้วย เนื่องจากเจ้าราชบุตรป่วยและเกรงว่ากรรมสิทธิ์ป่าผืนนี้จะตกไปอยู่ในมือผู้อื่นที่มิใช่สายสกุล ณ ลำปาง ซึ่งรัชกาลที่ 6 ก็ทรงอนุญาตตามที่ร้องขอ ภายหลังเจ้าราชบุตรถึงแก่พิราลัย นายวงศ์เกษมได้ยื่นหนังสือถึงกรมป่าไม้ว่าจะยกกรรมสิทธิ์ป่าไม้ให้บริษัทแองโกลสยาม แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากเจ้าหนี้ร้องขัดทรัพย์ รัฐบาลสยามได้ยึดผืนป่าคืนเพื่อตัดปัญหาทั้งหมด เนื่องจากรัชกาลที่ 7 ทรงเห็นด้วยกับเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการและกรมพระยาดำรงฯ ว่านายวงศ์เกษมมีอายุน้อยเกินไปที่จะจัดการเรื่องกิจการป่าไม้ได้ และเห็นควรอุ้มชูสายสกุล ณ ลำปางไม่ให้สิ้นเนื้อประดาตัว

    รัชกาลที่ 7 มีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับนายวงศ์เกษมเข้าทำงานในกระทรวงเกษตราธิการ และทรงรับอุปการะเจ้าบุญส่ง บุตรคนเล็กของเจ้าบุญวาทย์ฯ มาเลี้ยงดูในพระบรมมหาราชวังเพื่อฝึกหัดอ่านหนังสือก่อนจะส่งไปเรียนที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง กรุงเทพฯ อีกทั้งยังทรงมอบหมายให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินรับหน้าที่ดูแลเจ้าบุญสารเสวตร์ บุตรชายคนโตของเจ้าบุญวาทย์ฯ ที่พึ่งกลับมาจากประเทศอังกฤษ เนื่องจากไม่มีเงินศึกษาต่อ โดยให้นำไปฝึกหัดราชการในกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม

    ดังจะเห็นได้ว่า เจ้านายสายสกุล ณ ลำปาง ไม่สามารถปรับตัวได้ เมื่อสูญเสียอำนาจการปกครองและเศรษฐกิจ ภายหลังจากรัฐบาลสยามรวบอำนาจเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม เจ้านายล้านนาองค์อื่นก็ปรากฏว่ามีการทำสัมปทานป่าไม้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ ก็มี แต่ส่วนใหญ่แล้วล้วนได้รับผลลบมากกว่า กรมพระยาดำรงฯ ทรงสรุปสถานภาพของบรรดาเจ้านายล้านนาหลังจากสยามเข้าควบคุมการปกครองไว้ว่า “…ครั้นจำเนียรกาลนานมาให้ราษฎรมีอิสระแก่ตัวไม่จำเปนต้องพึ่งพาผู้อื่น พวกสมพลบ่าวไพร่ของเจ้านายก็น้อยลงทุกที ยังการป่าไม้เมื่อจัดรวมเปนของหลวง และให้เปนตัวเงินทดแทนผลประโยชน์ที่ขาดแก่เจ้านาย ก็ได้เพียงเจ้านายที่ขาดผลประโยชน์ พวกเจ้านายที่เกิดภายหลังได้รับมรดกแต่ความนิยมการใช้สอยฟุ่มเฟือยต่าง ๆ แต่ไม่มีกำลังและทุนทรัพย์ เมื่อเกิดร้อนเงินก็ได้แต่เที่ยววิ่งหาสินบน หรือวิงวอนต่อรัฐบาล

…พวกเจ้านายในชั้นนี้ที่ทิ้งความฟุ่มเฟือยไม่ได้ และที่ไม่แสวงหาการงานทำเปนอาชีพ ก็ตกเปนลูกหนี้ผู้อื่นไปตามกัน บางทีถึงต้องเอาทรัพย์สมบัติสำหรับตระกูลออกจำหน่ายขายเปนตัวเงินหมดไปทุกที เปนเช่นนี้แทบทุกเมืองในมณฑลพายัพ…”

 

 

เรื่องเล่าชาวล้านนา

ขอบคุณที่มา:
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: PoGuS BigBooM
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: ไทยเฉย, หัวหน้าแก๊งแมวน้ำ, แสร์
 
วิบากกรรมเจ้านายลำปาง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ชายวัยเกษียณ มีซองปริศนาส่งมาที่บ้าน รีบไปโรงพักเปิดต่อหน้าตำรวจ

20 ภาพผู้คนที่ถูกแอบถ่ายตอนหลับ ในแบบท่าทางที่ไม่ธรรมดา

สาวสวยโพสต์แชทคุย น้ำอุ่น คุยกันได้ 3 วัน (ภาพ)

ชิงชิงมีเงิบ !! ต่อ ธนภพ ตอบแล้ว หลังมีภาพหลุดกับชิงชิง

แจ๊ค แฟนฉัน เผยนิสัยที่แท้จริง ลัลลาเบล หลังเคยได้ร่วมงาน

แฟนเบล ร่ำไห้ ส่งหลักฐาน ตร. เพื่อนลั่น เจอหลักฐานเด็ดชิ้นโบว์แดง

เมื่อชาวเน็ตคิดว่า งูควรจะมีแขนเพื่อเพิ่มความน่ารักขึ้นแบบนี้

ช่างภาพเคนยาพบลูกม้าลายประหลาดเกิดมาเป็นลายจุด แทนที่จะเป็นลายขาวดำ

พีคหนัก!! เมื่อหนุ่มลองถายภาพด้วยไอโฟน 11 แล้วโพสต์ลง ทวิตเตอร์

“บิ๊กตู่” ถามหา สส.เพื่อไทยอุบลฯ บอกชาวบ้านถ้าไม่มา คราวหน้าอย่าไปเลือก

ชีสถ้วยนี้กลายเป็นตำนาน หลังถูกทิ้งไว้ในตู้เย็นที่ทำงานถึง 7 ปี

แม่อส.พัลลภ โพสต์อาลัยเศร้า จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายเราจะนอนอยู่ด้วยกัน

เหมาะกับบ้านเรา!! เมื่อหน่วยงานรัฐอินเดียไม่ยอมซ่อมถนน ชายคนหนึ่งเลยสร้างผลงานศิลปะแปะใส่ซะเลย

รู้ป่าว? อาหาร 7 ชนิดนี้ห้ามกินกับกล้วยหอมเด็ดขาด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้ป่าว? อาหาร 7 ชนิดนี้ห้ามกินกับกล้วยหอมเด็ดขาดไขปริศนาไข่พะโล้ ทำไมไข่พะโล้ที่เห็นมันเหี่ยวๆ ย่น ๆ เป็นชั้น ๆอาหารเป็นยา!!! แค่2สิ่ทานตอนเข้าช่วยหยุุดผมหลุดร่วง ป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ สาขาธุรกิจดิจิทัล
ตั้งกระทู้ใหม่