การบำบัดโดยไม่ใช้ยาจากพลังงานเรกิ แนวคิดจากศาสนาพุทธ+ชินโต
จั่วหัวมาขนาดนี้ไม่ใช่ธุรกิจขายตรงหรือการเชิญชวนเข้าศาสนา/ลัทธิแต่อย่างใดนะคะ แต่เป็นการบำบัดจิตอย่างนึงตามแนวจิตวิทยา ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ถ้าเราพยายามฝึกจิต
พลังงานนี้ค้นพบโดยชาวญี่ปุ่นชื่อว่า มิคาโอะ อุซุอิ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2419 เขาปลีกวิเวกไปทำสมาธิถือศีลอดอยู่ในถ้ำบนภูเขาคุรามะ จังหวัดเกียวโต เป็นเวลา 21 วัน ซึ่งทำให้เขาตื่นรู้ทางจิตวิญญาณและได้รับพลังงานเรกิมา หลังจากนั้นไม่นาน เรกิก็ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น
พลังงานเรกิ คืออะไร?
ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า เรกิ (霊気 / reiki) คือ พลังงานชีวิตจากธรรมชาติ ผู้บำบัดจะรับพลังงานจากจักรวาล แล้วส่งพลังงานผ่านมือสองข้างไปยังผู้รับการบำบัดเพื่อปรับสมดุลระดับในระดับกาย จิตใจ อารมณ์ ไปจนถึงระดับจิตวิญญาณ โดยจะสัมผัสถูกตัวหรือไม่ถูกตัวผู้รับการบำบัดก็ได้
หลักการที่สำคัญ 5 ข้อ
今日だけは (เคียว ดะเกะ วะ) = เฉพาะวันนี้
怒るな (โอโกรุ นะ) = เราจะไม่โกรธ
心配すな (ชิมไป สุนะ) = เราจะไม่กังวล
感謝して (คันฉะ ชิเตะ) = เราจะแสดงความขอบคุณ
業を励め (เกียว โอะ ฮาเกเมะ) = เราจะตั้งใจทำงานและหน้าที่ของตนเอง
人に親切に (ฮิโตะ นิ ชินเซ็ทสึ นิ) = เราจะทำดีต่อผู้อื่น
จะเห็นได้ว่าการฝึกจิต ฝึกสติแบบนี้ คือการฝึกคิดพลังบวกให้แก่เราเอง เหมือนกับการฝึกตามแนวทางจิตวิทยา ปัจจุบันเรกิเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกตะวันตกถึงขั้นที่โรงพยาบาลบางแห่งยอมรับเรกิเป็นการแพทย์ทางเลือก แต่ไม่ค่อยโด่งดังในญี่ปุ่น
ข้อมูลจากสสส. ในประเทศไทย ระบุว่า การถ่ายทอดพลังเรกิคือผู้ศึกษาต้องได้รับการปรับพลังในร่างกาย-จิตใจเป็นระยะเวลานานเพื่อสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งพลังงานเรกิที่มีอยู่ในจักรวาล เมื่อเริ่มใช้เรกิ พลังงานเรกิมีการไหลผานตัวผู้ปฏิบัติอย่างอัตโนมัติ
เรกิไม่ใช่เรื่องของศาสนาลัทธิ แต่เป็นเรื่องของจิตที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอาศัยความเชื่อหรือพิธีกรรม และไม่เป็นอันตราย
เป็นเครื่องมือแห่งการพัฒนา เมื่อปฏิบัติสม่ำเสมอช่วยให้กายจิตเป็นหนึ่งเดียวกัน เกิดความสงบทางจิตและเข้าใจความสัมพันธ์แห่งชีวิต ช่วยปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเรียนรู้เรกิ ต้องถ่ายทอดโดยครูผู้ซึงมีเรกิอยู่ก่อน (ปัจจุบันได้รับควมนิยมในยุโรป และมีการนำมาใช้กับโรงพยาบาลในออสเตรเลียบางแห่ง) เรกิไม่ได้ทำให้ร่ำรวยหรือมีความเหนือผู้อื่น แต่เป็นการดึงศักยภาพของตัวเองออกมาเพื่อช่วยบำบัดผู้อื่นหรือบำบัดตัวเองได้
กระบวนการปรับสมดุลร่างกาย 21 วัน
(ท่านั่ง)
- 7 วันแรกเป็นการปรับสมดุลด้านร่างกาย
- สัปดาห์ที่สองปรับด้านจิตและอารมณ์
- สัปดาห์ที่สามเป็นการปรับเปลี่ยนด้านจิตวิญญาณ
ผลที่ได้จากการทำเรกิ
ผ่อนคลาย พัฒนาความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความรักและเมตตาตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น เมื่อเกิดปัญหาสามารถคิดหาทางออกได้ง่ายขึ้น
และทำให้สมดุลร่างกายดีขึ้น เช่น
อาการปวดหลัง เส้นประสาท ริดสีดวง ภาวะซึมเศร้า มะเร็งหรือเนื้องอกบริเวณลำไส้ตรง ปัญหาสูตินรีเวช อุ้งเชิงกราน ระบบขับถ่ายปัสสาวะ สมรรถภาพทางเพศ ข้ออักเสบ ทางเดินอาหาร โรคลำไส้/อาหารไม่ย่อย ตับ หัวใจ ฯลฯ (ปรับสมดุลร่างกาย)
วิธีการบำบัด รายละเอียดท่านั่งการปฏิบัติเรกิเกรงว่าจะยาวไปทำให้กระทู้น่าเบื่อ สามารถศึกษาเพิ่มเติมเองได้จากเว็ป สสส. ค่ะ
http://resource.thaihealth.or.th/library/hot/13316
สัญลักษณ์ของเรกิคล้าย ๆ ก้นหอย
มีการนำไปทำเครื่องประดับด้วย ดังรูปข้างล่าง
ซึ่งเครื่องประดับเหล่านี้เป็นคริสตัล สอดคล้องกับการใช้คริสตัลบำบัดโดยวิธีธรรมชาติค่ะ เป็นการแนะนำเฉย ๆ คงคล้าย ๆ กับศาสตร์โยคะหรือการนั่งสมาธิ ที่ทำให้พัฒนาจิตและร่างกายให้ดีขึ้น
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
รวยแบบไม่รู้ตัว! 5 "ของใช้ในบ้าน" ที่มีทองแท้ซ่อนอยู่ เปลี่ยนขยะเป็นเงินล้าน พร้อมวิธีสังเกตง่ายๆ 💰🔍
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
รถ EV ปี 2569 วิ่งเกินกี่กิโลต่อปี ถึงคุ้มกว่ารถน้ำมัน
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
เปิดโลกใต้พิภพ! “Hang Son Doong” ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซ่อนป่า-แม่น้ำ และความมหัศจรรย์
5 งานฟรีแลนซ์ในกรุงเทพ รายได้แตะ 50,000 แต่หลายคนออกไว
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
5 งานฟรีแลนซ์ในกรุงเทพ รายได้แตะ 50,000 แต่หลายคนออกไว
เปิดโลกใต้พิภพ! “Hang Son Doong” ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซ่อนป่า-แม่น้ำ และความมหัศจรรย์
ป่าตองฉาว! นทท.กินบวบบนตุ๊กตุ๊ก..ไม่แคร์สายตาใคร
โรงเรียนเอกชนที่มีเด็กนักเรียนหนาแน่นที่สุดในประเทศไทย







