หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฮีทสโตรค (Heat stoke) ในแมว


เขียนโดย KhaoJee

ภาวะฮีทสโตรคในสัตว์เลี้ยง ไฮเปอร์เทอเมีย (Hyperthermia) หรือ ฮีทสโตรค (Heat Stroke) คืออาการที่อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เนื่องจากร่างกายได้รับความร้อนจากภายนอกมากขึ้น หรือเนื่องจากร่างกายเกิดความร้อนภายในมากขึ้น หรือเนื่องจากการระบายความร้อนออกจากร่างกายน้อยลง

แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ได้ทนต่อความร้อนไปได้มากกว่ามนุษย์ แมวจะระบายความร้อนด้วยการหอบ และมีต่อมเหงื่อเพียงแค่บริเวณแผ่นรองเท้าเท่านั้น เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นแมวจะทรมานจากความเหนื่อยล้า และเกิดฮีทสโตรคตามมา หากไม่ลดอุณหภูมิร่างกายลงโดยเร็ว อวัยวะภายในจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และส่งผลให้เสียชีวิตในที่สุด

อาการเบื้องต้นที่พบทั่วไปในแมวที่มีความเครียดจากความร้อน ได้แก่
1.พฤติกรรมกระวนกระวาย พยายามหาที่เย็น
2. หอบ เหงื่ออกที่อุ้งเท้า 
3. พยายามเลียขนมากกว่าปกติเพื่อระบายความร้อน
4. อุณหภูมิร่างกายที่วัดได้จะอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูงขึ้นเล็กน้อย

เมื่ออุณหภูมิร่างกายของแมวเริ่มสูงขึ้น อาการของความล้าจากความร้อนจะเริ่มแสดงให้เห็น ได้แก่
ชีพจรเต้นเร็วและหายใจเร็ว
ลิ้นและปากแดง
อาเจียน
อ่อนเพลีย
เดินโซเซ
อุณหภุมิร่างกายที่วัดได้มากกว่า 105°F
หลังจากนั้นอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้แมวหมดสติและอาจมีอาการชักจนเข้าสู่ภาวะโคม่

สาเหตุ 
- สาเหตุสำคัญก็คือการที่อากาศภายนอกร้อนจัดเป็นเวลานาน 
- เกิดจากให้สัตว์ออกกำลังกายมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อขณะมีความชื้นในอากาศสูง 
- สัตว์อ้วนเกินไป 
- สัตว์มีขนดก หนา และจำเป็นต้องอยู่ในที่ที่การระบายอากาศไม่ดีพอ

 

การดูแลเบื้องต้น
1. หากแมวหมดสติในสิ่งแวดล้อมที่มีความร้อนสูง จุ่มแมวให้เปียกทั้งตัวด้วยน้ำเย็น (แต่ต้องไม่เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง) ระวังอย่าให้น้ำเข้าจมูกหรือปาก วางถุงน้ำแข็งระหว่างขาและพาไปพบสัตวแพทย์ทันที 
2. หากแมวยังมีสติแต่แสดงอาการของความเหนื่อยล้าจากความร้อน ให้พาแมวไปที่ ๆ เย็นทันที ทำให้ตัวเปียกและให้ดื่มน้ำเท่าทีต้องการ แล้วพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
3. หากแมวเริ่มแสดงความเครียดจากความร้อน พาไปอยู่ในที่เย็น เงียบ และมีน้ำเพียงพอสำหรับดื่ม
4. หากคุณสามารถวัดไข้แมวของตัวเองได้อย่างปลอดภัย ให้วัดไข้ ดังนี้
100°-103°F เป็นอุณหภูมิปกติถึงสูงเล็กน้อย
103°-104°F อุณหภูมิเริ่มสูงและควรได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์
มากกว่า 105°F เป็นอันตรายต่อชีวิตจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือทันที
โพสท์โดย: Pukpuy
แหล่งที่มา: https://www.facebook.com/TAROPURPLE
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
KhaoJee's profile
เขียนโดย KhaoJee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: bemygon, karn23
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี20265 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูตผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มี จำนวนวัดที่ตั้งอยู่ริมคลองมากที่สุดในไทยรถยนต์ไฟฟ้าไม่ง่ายอย่างคิด…นี่คือ 5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า"ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์" เมื่อเจ้าของบริษัทน้ำมันมานั่งคุมราคาน้ำมันทำไมเวลาเครียด ๆ การได้ออกไปกินอะไรอร่อย ๆ ถึงช่วยเยียวยาใจเราได้?10 รายจ่ายที่คนไทย ‘ไม่คิดว่าเปลือง’ แต่กินเงินเงียบที่สุดในแต่ละเดือนต้นกำเนิดของ "น้ำจิ้มซีฟู้ด"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดที่มี จำนวนวัดที่ตั้งอยู่ริมคลองมากที่สุดในไทยAbout อิสราเอลทำไมเวลาเครียด ๆ การได้ออกไปกินอะไรอร่อย ๆ ถึงช่วยเยียวยาใจเราได้?ต้นกำเนิดของ "น้ำจิ้มซีฟู้ด"
ตั้งกระทู้ใหม่