กินลูกชิ้น เสี่ยง เสียชีวิต
ลูกชิ้น เมนูสุดแสนจะหาทานได้ง่ายและเป็นอาหารโปรดของหลายๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าลูกชิ้นแสนอร่อยที่เราซื้อมารับประทานกันนั้น มีส่วนประกอบหลักคือ แป้ง เนื้อสัตว์ และไขมัน แต่นอกจากส่วนประกอบหลักทั้ง 3 อย่างที่กล่าวไปแล้ว ลูกชิ้นยังมีของแถมที่เรียกว่า สารบอแรกซ์ สารกันบูด และเครื่องปรุงรส ที่อาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายของเราอีกด้วย
ดร.วนพร ทองโฉม นักวิชาการ กลุ่มสาขาโภชนาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ลูกชิ้น ถือเป็นอาหารที่หากินได้ง่าย เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ จะพบเห็นได้ทั้งหน้าโรงเรียน หรือกระทั่งในโรงเรียนเองก็มีขาย ส่วนผู้ใหญ่ก็เป็นเมนูที่ชื่นชอบด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทอด ยำ หรือผัดก็ตาม ลูกชิ้นถือเป็นอาหารแปรรูป อยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์ที่มีไขมันปานกลาง หากร่างกายได้รับสารเคมีเข้าไปในปริมาณที่ไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
ในลูกชิ้นขนาดกลาง 5 ลูก มีโปรตีน 7 กรัม และมีไขมัน 5 กรัม เนื่องจากเป็นเนื้อสัตว์แปรรูปจะมีปริมาณโซเดียมสูงกว่าเนื้อสัตว์ปกติถึง 10 เท่า หากเรากินเนื้อหมูปกติในปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จะมีโซเดียม 35 มิลลิกรัม ฉะนั้นถ้าเรากิน ลูกชิ้น ขนาดกลาง 5 ลูก เท่ากับว่าเรากินโซเดียมถึง 350 มิลลิกรัม แม้ว่าจะเป็นแหล่งโปรตีน แต่มีโซเดียมที่สูง และในบางครั้งเราเลือกลูกชิ้นที่มีปริมาณแป้งสูง ก็จะได้รับโปรตีนที่น้อยลงไป
อีกทั้งสีสันที่น่าสนใจของลูกชิ้นมักจะมีหลากสี ทั้งสีแดง ส้ม ชมพู อันตรายที่เกิดจากสีผสมอาหารที่รับมากเกินไป ส่งผลต่อระบบตับและไต ในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ขับสารเคมีที่ร่างการไม่ต้องการออกไป แต่หากเรารับสารเคมีมากเกินไป ทำให้ตับ และไตทำงานหนัก ทำให้ตับและไตอักเสบได้
สารบอแรกซ์ หรือน้ำประสานทองซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม ใช้เป็นสารต้านจุลินทรีย์ รวมถึงใช้ทำความสะอาด จึงไม่ควรใส่ในอาหาร แต่ด้วยในกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการบางคน ทีไม่ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค มักจะใส่เพื่อให้ลูกชิ้นมาความเด้งกรอบ และช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์นั้นได้
อาการบ่งชี้ในกรณีที่ร่างกายได้รับสารในระดับอันตราย สามารถเกิดได้ 2 กรณี คือ
1. กรณีอาการเฉียบพลัน
ผู้ได้รับสารเข้าไปจะมีอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ หงุดหงิด ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นแดง ผมร่วงผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บในช่องท้อง กระเพาะอาหารและลำไส้ อุจจาระเป็นเลือดในบางครั้ง หรือท้องร่วง
2. กรณีอาการเรื้อรัง
ผู้ที่ได้รับสารเข้าไปจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง หน้าบวม ตาบวม เยื่อตาอักเสบ ตับหรือไตอักเสบหรือพิการ
แม้การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารบอแรกซ์ โซเดียม และสารกันบูด ปนเปื้อนอาจไม่ง่ายนักหากว่าเราใส่ใจเลือกรับประทานอาหารมากขึ้นอีกสักหน่อย อย่างน้อยความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับสารพวกนั้นเข้าไปสะสมจนเกิดอันตรายต่อสุขภาพก็อาจจะลดน้อยลงได้ รวมถึงการปิ้ง ย่าง ในส่วนที่ไหม้เกรียมนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง แนะนำให้ นึ่ง ลวก หรือผัด จะเป็นการช่วยป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็งได้
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
รถยนต์ไฮบริดไทย ปี 2026 รุ่นไหนบ้างที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
ถ้ามนุษย์ทุกคนมีบรรพบุรุษ แล้วมนุษย์คนแรกของโลกมีพ่อแม่เป็นใคร
มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?
ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้าม
ทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้
ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น