วาฬหลังค่อมตายปริศนา กลางป่าอเมซอน ทำนักวิจัยเครียด มาอยู่ตรงนี้ได้ไง
เป็นที่น่าฉงนอย่างมาก เมื่อมีการพบศพวาฬหลังค่อมยาวกว่า 10 เมตร นอนตายอยู่กลางป่าอเมซอน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยว่าวาฬที่อยู่ในทะเล จะมาตายอยู่กลางป่าแบบนี้
ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยในบราซิลทุกคน ถึงกับงงไปไม่ถูก ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว หลังพบศพวาฬหลังค่อมยังไม่โตเต็มวัย นอนอยู่กลางป่าบนเกาะ Marajo ปากแม่น้ำอเมซอน พากันงงกันว่าทำไมวาฬหลังค่อมตัวนี้ ที่มีถิ่นที่อยู่ในมหาสมุทรกว้างใหญ่ ถึงมาตายอยู่กลางเขตป่าอย่างนี้? เบื้องต้นก็ได้แต่สันนิษฐานว่าวาฬตัวนี้ อาจตายในทะเลมาก่อนแล้ว และถูกพัดมาเกยอยู่กลางป่าในช่วงกระแสน้ำหนุนตัวสูง แต่มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
ทีมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ได้ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบซากวาฬดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นวาฬหลังค่อม อายุราว 12 เดือน นอนตายอยู่กลางป่าเขาต้นไม้ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดเจ็บ หรือถูกทำร้ายใดๆทั้งสิ้น พบเพียงร่างที่ถูกเถาไม้มัดและพันทั้งตัว ก่อนจะถูกซัดมาเกยในป่าเช่นนี้ ทาง Maritime Herald คาเดาว่าวาฬตัวนี้ อาจเผลอกินขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งลงทะเลเข้าไปก็เป็นได้
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
งานนี้ร้อนถึงนักชีววิทยาจาสถาบัน Bicho D'agua ประเทศบราซิล ที่ต้องลงพื้นที่มาเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อนำไปตรวจสอบ และระบุสาเหตุการตายของมัน "เรายังไม่แน่ใจว่า ซากวาฬดังกล่าวมาเกยตื้นที่นี่ได้อย่างไร แต่ทางเราได้สันนิษฐานเอาไว้ว่า มันน่าจะถูกพัดเข้าชายฝั่ง เลยไปยังป่าข้างในฝั่งด้วยกระแสน้ำ ซึ่งก็ดูจะเป็นไปได้ถ้านับจากสถานการณ์น้ำทะเลไม่กี่วันที่ผ่านมา" เรนาต้า อีมิน ประธานโครงการ และผู้เชี่ยวชาญทางทะเลกล่าวเอาไว้
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
นอกจากงงกันอยู่ว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังงงต่ออีกว่า เจ้าวาฬหลังค่อมตัวนี้มาทำอะไรในอ่าวทางตอนเหนือของบราซิลในช่วงเดือน ก.พ. อย่างนี้ เพราะปกติวาฬหลังค่อม จะมาแถวนี้แค่ในช่วงเดือน ส.ค ถึง พ.ย. เพื่อมาหาที่วางไข่ แล้วก็กลับมหาสมุทรแอนตาร์กติกาไป งานนี้ต้องพึ่งการชันสูตรซากวาฬตัวนี้อย่างเดียว ถึงจะรู้สาเหตุการตายของมัน แต่มันก็เป็นไปได้ยากลำบากเพราะบริเวณดังกล่าว ค่อนข้างเดินทางลำบาก แถมจะให้เคลื่อนย้ายซากวาฬไปยังศูนย์วิจัยก็ยุ่งยากอีก คงต้องติดตามกันต่อไปว่าปริศนาครั้งนี้ จะคลี่คลายได้หรือไม่???
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
(Photo credit: SEEMA / FocusOn News)
แหล่งที่มา: ขอบคุณข้อมูลจาก: DailyMail, Mirror , Maritime Heraldhttps://mekhaoduan.com
















