หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ย้อนข่าว!! “คิตตี้สยอง” คดีฆาตกรรมที่โด่งดังที่สุดในเกาะฮ่องกง!!! (มีคลิป)

 

เฮลโล คิตตี้น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักตัวการ์ตูนแมวที่ขึ้นชื่อว่าน่ารักและโด่งดัง ที่สุดในประวัติศาสตร์ตัวนี้ แต่แล้วคาแรกเตอร์ของคิตตี้ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในหมู่เด็กสาววัยทีน

แต่ถึงแม้เฮลโล คิตตี้ จะขึ้นชื่อว่าเป็นตัวละครที่มีความน่ารักหรือโรแมนติกขนาดไหนก็ตาม (ตัวละครตัวนี้ถูกผู้สร้างวางเอาไว้ว่า ชอบเล่นเปียโนและอยากเป็นกวี) แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่น่าสยดสยองและแสนสะเทือนขวัญเข้ามาเกี่ยวพันกับมันจนได้

ย้อนกลับไปในปี 2542 ที่เกาะฮ่องกง ได้มีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญคดีหนึ่งเกิดขึ้น และมันก็ได้รับการขนานนามว่า “คดีฆาตกรรมคิตตี้สะเทือนขวัญ” (Hello Kitty murder)

 

บริเวณย่านชุมชนที่มีชื่อว่า จิมซาจุ่ย ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการฆาตกรรมในครั้งนี้ก็คือหญิงสาววัย 23 ปีที่มีนามว่า ฟานมันยี โดยเธอนั้นโดนชาย 3 คนลักพาตัวไปขังไว้ในอพาร์ทเมนท์ที่ถนนแกรนด์วิลล์ 31 ในย่านจิมซาจุ่ย และชายทั้ง 3 คนก็ได้ทรมานฟานมันยีด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมต่างๆ นาๆ นานถึง 1 เดือน จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลงเพราะทนไม่ไหว

หลังจากเธอเสีย ชีวิต ชายทั้งสามคนก็ได้ทำการอำพรางศพของเธอด้วยการหั่นร่างกายของเธอออกเป็นชิ้นๆ เอาไปต้มให้สุก ก่อนที่จะนำเอาไปทิ้งตามที่ต่างๆ แต่คดีนี้เป็นที่สนใจของคนจำนวนมาก ก็เนื่องมาจากคนร้ายได้ตัดเอาหัวของเธอไปยัดใส่ไว้ในตุ๊กตาเฮลโล คิตตี้นั่นเอง

สาเหตุของการที่คนร้ายจับเอาเธอมาทรมานจนตายนั้น เนื่องมาจาก ฟานมันยี นั้นมีหนี้สินที่ติดค้างชายทั้งสามอยู่ 20,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (หรือประมาณ 90,000 บาท) และไม่สามารถใช้คืนได้ตามกำหนด

ฆาตกรทั้งสามนั้นมีชื่อว่า ชานมันลก, เหลียงชิงโช และเหลียง ไหวหลัน พวกเขาจับเธอมาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2542 และเริ่มต้นทรมานเธอด้วยวิธีการที่โหดร้ายต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อม ทุบตีให้ร่างกายเกิดบาดแผลแล้วเอาน้ำมันพริกมาทาตามตัว นำเอาพลาสติกที่หลอมละลายมาหยดใส่บนผิวหนัง นำไฟมาลนที่ฝ่าเท้า บังคับให้เธอดื่มและกินปัสสาวะและอุจจาระ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นวิธีการทรมานคนที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์

จนกระทั่งเดือนเมษายนหลังจากที่เธอถูกจับมาทรมานเป็นเวลา 1 เดือน ฟานมันยีก็สิ้นลมหายใจ และฆาตกรทั้งสามก็ได้กำจัดศพของเธอด้วยวิธีการที่กล่าวมาในข้างต้น ซึ่งมันออกจะเป็นวิธีการที่ค่อนข้างวิปริตและหาเหตุผลแบบปกติไม่ได้ว่า มีแรงจูงใจอะไร ทำไมถึงต้องกระทำการโหดเหี้ยมแบบนั้นทำแบบนั้น

พ.ต.ต. ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ประธานบริหารหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา ได้ให้ความเห็นว่า

“ผมเชื่อว่า รายนี้ ไม่ใช่รายแรกที่โดนกลุ่นคนร้ายกลุ่มนี้กระทำ มันต้องมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ว่ามันอาจจะไม่รุนแรงถึงตาย แต่พอเกิดการตายขึ้นมา ก็ต้องมีการคิดทำลายศพ ส่วนการตัดศีรษะแล้วไปยัดไว้ในตุ๊กตานั้น มองแง่หนึ่งมันอาจจะเป็นการข่มขู่ลูกหนี้รายอื่น คือถ้ามีคนอื่นที่ไม่ยอมใช้หนี้ก็อาจจะเจออย่างนี้ได้ อีกประเด็นก็อาจจะเป็นเรื่องของความสะใจ ผมก็ไม่รู้ว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายและเหยื่อมีการปะทะคารมกันกี่ครั้ง อาจจะมีการท้าทายกันมาก่อน”

“การ ที่คนร้ายพวกนี้มีพฤติกรรมที่ดูโหดเหี้ยมนั้น เป็นเพราะพื้นฐานจิตใจเขาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว รูปแบบการกระทำเลยออกมาน่ากลัวสะเทือนขวัญ คือคนที่ทำอย่างนี้ได้ต้องมีปัญหาทางจิตมาก่อน โดยหลักการนั้น คนแต่ละคนจะโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ต่อให้เป็นพี่น้องกันก็อาจจะโตมาต่างกันได้คนร้ายทั้งสามต้องเติบโตมาอย่าง ไม่พร้อม และอาจจะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีการทุบตีทำทารุณกรรมกัน และมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมัน ฟรอยด์ เจ้าตัวเองอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ว่าตนมีความกดดันหรือความเครียดที่ออกมาจิต ใต้สำนึก ดังนั้นการตอบโต้หรือปฏิกิริยาที่ออกมาจากตัวคนเหล่านี้มันจะรุนแรงกว่า ปกติ” พ.ต.ต. ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงเหตุผลที่ทำให้คดีอาชญากรรมบางคดีดูโหดเหี้ยมผิดวิสัยที่ มนุษย์ทั่วไปจะสามารถกระทำ

2 เดือนต่อมา ในวันที่ 24 พฤษภาคม ปีนั้น แฟนสาวของหนึ่งในสามฆาตกรก็ได้เข้าไปแจ้งความกับตำรวจถึงคดีที่แฟนของตนเอง ก่อขึ้น ซึ่งเธอบอกว่าเหตุผลที่ต้องมาแจ้งความนั้น ก็เพราะว่าเธอนั้นโดนดวงวิญญาณของฟานมันยีมาตามรังควาญทุกคืน ทำให้ตำรวจฮ่องกงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา

ภาพที่ ปรากฏต่อหน้าตำรวจ ก็คือห้องเช่าที่อยู่ในสภาพรกร้างที่มีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ภายในเต็มไปด้วยเศษขยะ คราบเลือดและยังคงมีหลักฐานบางอย่างหลงเหลืออยู่ นั่นก็คือบรรดามีดและอุปกรณ์เครื่องครัวทั้งหลายที่ใช่ในการกำจัดศพ นอกจากนั้นยังมีตุ๊กตาคิตตี้เปื้อนเลือดพิงอยู่ที่ผนังริมทางเดิน 1 ตัว ซึ่ง ข้างในนั้นมีศีรษะและอวัยวะภายในบางส่วนของฟางมันยีบรรจุอยู่ ต่อมาฆาตกรทั้งสามคนก็ถูกจับและทำให้พวกเขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เนื่องมาจากฮ่องกงไม่มีโทษประหาร และด้วยความโด่งดังและน่าสะพรึงกลัวของคดีทำให้เกิดการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ‘Human Pork Shop’ ขึ้นในอีก 2 ปีต่อมา ซึ่งหนังเรื่องนี้อ้างอิงเรื่องราวมาจากคดีของฟานมันยีนั่นเอง

ในปัจจุบัน อพาร์ทเมนท์ที่ถนนแกรนด์วิลล์ 31 ในย่านจิมซาจุ่ยนั้นได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นร้านทำผมและร้านขายชุดชั้นใน ไปแล้ว แต่ทว่าตำนานความโหดเหี้ยมของคดีฆาตกรรมคิตตี้นั้นยังคงเล่าขานกันจนปัจจุบัน

ชมคลิปวิดีโอได้ที่นี่

โพสท์โดย: joo jung
แหล่งที่มา: https://allthatsinteresting.com/hello-kitty-murder
http://www.onenee.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: GOVID
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: zerotype
 
ย้อนข่าว!! “คิตตี้สยอง” คดีฆาตกรรมที่โด่งดังที่สุดในเกาะฮ่องกง!!! (มีคลิป)
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
ความดูดีที่มาพร้อมกับภัยเงียบ!!!
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ความดูดีที่มาพร้อมกับภัยเงียบ!!!สนใจไหม? แค่มีบัญชี ธ.ออมสิน ให้ยืม 50,000 ผ่อนสบาย แค่เดือนละ 1,000 บาทเสื้อเหลืองวุ่น! มึนงง ไม่รู้จะนอนไหน หลัง ม็อบคณะราษฏร ประกาศเปลี่ยนสถานที่เดือดมากแม่ "ดิว อริสรา" ปล่อยภาพใส่บิกินี่สุดแซ่บ จิกกล้องแตกชื่นชม!หนุ่มพาคุณตาพิการทางสายตา มานั่งที่ของตนแทน หลังคุณตา ถูก จนท.ทวงที่นั่ง5 หลุมสีฟ้าที่น่าประทับใจที่สุดทั่วโลกต้นฉบับ"ปูหนีบ" ของ Lisa BlackPink ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก20เมนู วิธีทำอาหาร อร่อยใบแบบ เมนูคนจน!!คนบ่นอุบ #รถติด กระหึ่มโซเชียล เหตุตำรวจขนตู้คอนเทนเนอร์วางปิดถนนสกัดม็อบ8 ภาพท้าทายสติปัญญา ที่จะทำให้คุณเห็นความแตกต่าง ระหว่างจีนกับคนทั้งโลก"ถุงเท้าลุงตู่" พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ม็อบ บริเวณ สำนักงานใหญ่ SCBเคาะแล้ว! วันลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 รีบเช็คด่วนอย่าหาทำ! เตรียมชุดให้พร้อม ถ่ายลง TikTokขนมาเพิ่ม! ตู้คอนเทรนเยอร์จำนวนมากโผล่ จปร. ใกล้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปิดกั้นไม่ให้เข้าไปยังสะพานมฆวานได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
Bell's palsy โรคใกล้ตัว ที่ใครๆก็เป็นได้แบบงงๆประโยคสุดท้าย {เรื่องสั้นชวนขบคิด}การบูลลี่ (Bully) ภัยร้ายในสังคมมนุษย์ เรื่องสำคัญในระดับสากล*ตื่นขึ้นมา... กับ “ เช้าวันใหม่ ” ...
ตั้งกระทู้ใหม่