เมื่อแรก “เหล้าฝรั่ง” บุกในไทย
(ร้านขายเหล้าฝรั่งโดยเฉพาะ จะเห็นว่ามีเฉพาะเหล้าประเภทต่างๆ และบุหรี่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าคู่กัน)
“เหล้าฝรั่ง” แรกเข้ามาขายในไทย มีครบเบียร์-ไวน์-บรั่นดี ฯลฯ เพราะมีการติดต่อกับต่างชาติ ทั้งเจ้านายและขุนนางนักเรียนนอกใช้ออกสังคม ขายได้ปีละ 3 ล้าน
การนำสุราจากต่างประเทศเข้ามาจัดจำหน่ายในเมืองไทยนั้น คงมีมานานแล้ว น่าจะนับได้ตั้งแต่เมื่อประเทศไทยมีการติดต่อการค้ากับฝรั่งชาติยุโรป โดยในเอกสารของสังฆราชปาลเลกัวซ์ ที่เขียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ขณะที่ท่านสังฆราชเดินทางกลับไปยังประเทศฝรั่งเศสก่อนที่จะเดินทางมาที่เมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้มีบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าต่างๆ จากนานาประเทศของประเทศไทย ตอนหนึ่งความว่า
“ในช่วงนั้นมีสินค้าขาเข้า คือ ผ้านุ่ง ผ้าฝ้าย เครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้อง เครื่องลายคราม เครื่องเหล็กจากยุโรป ปืนใหญ่ ปืนยาว ผ้าแดงและเขียว เครื่องมีด ผ้าลาย ผ้าขนสัตว์ สีแดงและเขียว ฯลฯ แท่งเหล็กกล้า หัวน้ำมันจันทน์ กระแจะคราม ฝิ่น แพรจากเมืองจีน ใบชา แป้งสาลี สบู่ กระเช้า แว่นตา กระจก ลูกตะกั่ว อบเชย เส้นฝ้ายสีแดง ร่มกันฝน ร่มกันแดด ดินปืน ทองแดงแผ่นบุท้องเรือ ตาปู เหล็กวิลาศ สี ผ้าใบ ผ้ากำมะหยี่ ลวดดอกไม้ไหว ทองและเงิน ดาบปลายปืน สังกะสี เบียร์ เหล้าองุ่น เหล้าบรั่นดี เหล้ารัม เหล้ายิน สารส้ม กานพลู การบูร”
(ร้านนี้จำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ ทั้งเครื่องใช้ต่างๆ บุหรี่ และเหล้า จนถึงการวัดสายตาประกอบแว่น)
อันเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีการนำเขาสุราต่างประเทศอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลพวงจากที่ประเทศไทยติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ในขณะเดียวกันในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อรัชกาลที่ 5 นั้น ประเทศไทยได้เริ่มมีชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวยุโรปเข้ามารับราชการในประเทศไทยกันบ้างแล้ว ซึ่งฝรั่งต่างชาติเหล่านี้ก็ย่อมนิยมที่จะซื้อหาอาหารการกินตามวัฒนธรรมที่ตนคุ้นเคย อาหารต่างประเทศจำนวนหนึ่งจึงถูกสั่งเข้ามาเพื่อขายให้กับฝรั่งต่างชาติเหล่านี้ด้วยส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพระราชโอรสและพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลที่ 5 รวมถึงลูกหลานขุนนางจำนวนหนึ่งสำเร็จการศึกษามาจากต่างประเทศ จึงซึมซับเอาวัฒนธรรมการกินการอยู่ของชาติตะวันตกเข้ามาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันบ้างตามสมควร เพื่อเป็นการ “ออกสังคม” และสังสรรค์ในกลุ่มชนชั้นเดียวกัน จึงทำให้เริ่มมีร้านจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดถนนสายใหม่ๆ มีการก่อสร้างอาคารทรงยุโรปตั้งอยู่สองฟากถนน ร้านขายสินค้าจากต่างประเทศจึงกระจายโดยทั่วไปและมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกอาคารหรือตึกแถวทรงยุโรปเหล่านี้ว่า “ห้าง” ที่รู้จักกันดีก็เช่น ห้างแบดแมน เป็นต้น
นายเทพชู ทับทอง ได้เล่าถึงร้านค้าของชาวต่างประเทศที่ตั้งอยู่ตามถนนสายใหม่ๆ นี้ ว่า “สำหรับห้างร้านค้าขายใหญ่ๆ ที่สำคัญก็มี ห้างหลุย ตี เลียว โน เวนส์ ห้างโอเรียลเต็ล อยู่ในตรอกโอเรียลเต็ล โฮเต็ล ขายอาหารกระป๋องนมเนย เหล้าบุหรี่ เครื่องเขียน เครื่องใช้ในการเดินทาง เครื่องแก้ว และเครื่องหุงต้มเป็นร้านแบบสรรพสินค้า”
นอกจากร้านจำหน่ายสุราที่เป็นของชาวต่างประเทศแล้ว ร้านจำหน่ายสุราที่แพร่หลายอีกจำพวกหนึ่งก็ได้แก่ ร้านจำหน่ายสุราของชาวจีน ขุนวิจิตรมาตราได้เขียนถึงคนจีนที่เข้ามาค้าขายในสยามโดยเฉพาะจำหน่ายสุรา ว่า “ของที่จีนเคยพายเรือเร่ขายในคลองบางหลวง ไม่เห็นเร่ขายในกรุงเทพฯ สมัยนั้น จำได้ว่าไม่เห็นเร่ขายตามถนน ก็มีข้าวสาร หมู และเหล้า…
ส่วนเหล้าก็ตั้งร้านขายตามริมถนนเหมือนกัน ร้านเหล้าจะมีธงแดงติดไว้หน้าร้านเป็นสัญญาว่าขายเหล้า คนติดสุรางอม พอเห็นธงแดงก็มักจะอ้วกเสียก่อน เหล้าที่ขายประจำมักจะเป็นอย่างที่เรียกว่า ‘เหล้าโรง’ ใช้กระบอกทองเหลืองตวงเหล้าใส่ถ้วยแก้วย่อมๆ ดูเหมือนกระบอกละเฟื้องเท่ากับในคลองบางหลวง คนคอเหล้าซื้อเหล้าแล้ว บางคนมือขวาที่จับแก้วเหล้าสั่น จนเหล้าแทบกระฉอกออก ต้องเอามือซ้ายยันกับที่ขายเหล้า เอามือขวาที่ถือแก้วเหล้าไต่มาตามแขนซ้ายเหมือนสะพาน จนกระทั่งปากดื่มได้ ดื่มแล้วก็เอามะยมหรือส้มมะขามหรือของเปรี้ยวอะไรจิ้มเกลือแกล้มคอนิดหน่อยแล้วเดินตุปัดตุเป๋ออกจากร้านไปอย่างครึ้มใจ
ส่วนที่พายเรือขายเร่ในคลองบางหลวง ดูเหมือนจะไม่มีธงแดงปัก มีแต่เสียงร้อง ‘จิ๊วโว’ หรือไม่ก็ ‘โว’ คำเดียวเป็นรู้กัน บ้านข้าราชการริมคลองไม่กินเหล้าโรงนี้ จะมีก็แต่คนใช้ในบ้าน หรือบ้านเล็กเรือนน้อยซึ่งมีประปราย ได้ยินเสียง ‘โว’ ก็เป็นรู้กันว่าเรือเจ๊กมาแล้ว เรียกเข้าไปกินที่หัวสะพานน้ำนั้นเอง”
(ร้านเหล้าของคนชั้นสูงในสังคมไทย มีเครื่องเล่นเพลงอยู่มุมหนึ่งของร้าน)
อาจจะกล่าวได้ว่าในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 นั้นประเทศสยามได้มีการนำเข้าสุราต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยมีการบันทึกไว้ในสถิติสินค้าขาเข้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444-74 แจ้งว่า ได้มีการนำเข้าเบียร์และเหล้าฝรั่งต่างๆ เป็นมูลค่าถึงปีละ 3 ล้านกว่าบาท แต่หลังจากปี พ.ศ. 2475 เป็นต้นมาก็ลดลงถึง 1 ใน 3 คือเหลือเพียงปีละ 1 ล้านบาทเท่านั้น
ส่วนในปีปัจจุบันนั้น ประเทศไทยน่าจะมีทั้งการนำเข้าเบียร์และสุราจากต่างประเทศ และส่งออกเบียร์และสุราที่ผลิตในประเทศไทยไปยังต่างประเทศ ซึ่งเฉพาะการนำเข้านั้นคงเพิ่มขึ้นกว่าในยุคแรกหลายเท่าทวีคูณ แต่จะเป็นเท่าไรนั้น ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะค้นคว้ามาชี้แจงแสดงผล เพราะเดี๋ยวจะเข้าข่ายเป็นการโฆษณา เผลอๆ จะทำให้ “ภาพเก่า” เหล่านี้ไม่ได้ลงตีพิมพ์ไปด้วย เลยหยุดข้อมูลทั้งหมดไว้ที่ในอดีตคงจะดีกว่า
ข้อมูลจาก “ร้านขายเหล้าต่างประเทศ”, ศิลปวัฒนธรรม
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
30 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน เสริมเฮง ทนแดด เลือกให้ปัง
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
สอบเข้า ม.1 ปี 2569 โรงเรียนไหนดี? เช็กเกณฑ์โรงเรียนดัง 7 วิธีเตรียมสอบ และแผนสำหรับรอบถัดไป
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
ประวัติศาสตร์หมากฝรั่ง จากยางไม้โบราณ สู่พลาสติกสังเคราะห์ที่ครองโลก
หวยซองห้าหมื่น งวด 16 ตุลาคม 2569
สำเนียงสยามสมัยอโยธยา เรียกฝรั่งแต่ละชาติว่าอย่างไร
นอนกี่ชั่วโมงถึงพอ เปิดเวลานอนแต่ละวัย เตือนสายติดกาแฟ
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ในปานามา! โบสถ์พังถล่มและอาคารหลายหลังได้รับความเสียหาย มีการออกประกาศเตือนภัยสึนามิสำหรับชายฝั่งในห้าประเทศ
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ตื่นมาอย่าเพิ่งลุก 5 ท่าบริหารหน้าท้องบนเตียง ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ แม้มีเวลาน้อย
สอบเข้า ม.1 ปี 2569 โรงเรียนไหนดี? เช็กเกณฑ์โรงเรียนดัง 7 วิธีเตรียมสอบ และแผนสำหรับรอบถัดไป
ข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทย
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
เปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้าง
เปิดชื่อเขื่อนขนาดใหญ่ของไทย แต่ละแห่งผลิตไฟฟ้าได้เท่าไร และมีหน้าที่มากกว่าการผลิตพลังงานอย่างไร
ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

