16 ผู้คนที่มีสภาวะทางร่างกายต่างกัน จะมองเห็นโลกต่างกันแค่ไหน
เขียนโดย NgamYangThaiEveryday
16 ผู้คนที่มีสภาวะทางร่างกายต่างกัน จะมองเห็นโลกต่างกันแค่ไหน
ถึงแม้พวกเราทุกคนจะอาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกัน แต่ด้วยสภาวะทางร่างกายที่แตกต่างกันย่อมทำให้ผู้คนแต่ละคนมองเห็นโลกใบนี้แตกต่างกันไป และผู้คนที่แตกต่างกันเหล่านี้ มองเห็นโลกแตกต่างกันแค่ไหนในภาพเดียวกัน
1. ผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี
การมองเห็นของพวกเขาจะชัดเจนเป็นปกต
2. คนตาเหล่
หลายคนเชื่อว่าคนตาเหล่จะมองเห็นเป็นภาพซ้อนหรือสามารถมองไปยังทิศทางตรงกันข้ามได้ แต่ในความเป็นจริงคือ ในกรณีที่คนตาเหล่มาเป็นเวลานาน สมองของพวกเขาจะละเลยในสิ่งที่ตาข้างที่เหล่มองเห็น (เนื่องจากเป็นข้างที่สร้างปัญหาเช่นทำให้ภาพเบลอ) และพวกเขาจะมองเห็นด้วยตาข้างเดียวเท่านั้น ถ้าเราอยากทราบว่าคนตาเหล่มองเห็นเป็นอย่างไรก็แค่เอามือปิดตาเอาไว้ข้างนึง
3. คนสายตาสั้น
คนที่สายตาสั้นจะมองเห็นได้แค่วัตถุในระยะใกล้ๆ เท่านั้น ส่วนวัตถุที่อยู่ไกลออกไปจะเกิดเป็นภาพเบลอ
4. คนสายตายาว
ตรงกันข้ามกับคนสายตาสั้น เพราะพวกเขาจะมองวัตถุที่อยู่ใกล้ไม่ชัด แต่มองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้ชัดเจนดี
5. คนที่ตาเกือบบอด
นี่เป็นสิ่งที่คนตาเกือบบอดมองเห็น พวกเขาจะแยกแยะได้แค่สิ่งที่เป็นรูปทรงแบบคร่าวๆ สีสัน และแสง อย่างไรก็ตาม คนที่มีลักษณะตาเกือบบอดนี้จะไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติได้เลย
6. ตามัวขั้นสุดท้าย
คนที่มีอาการตามัวขั้นสุดท้ายยังคงรับรู้แสงได้บางส่วน พวกเขาสามารถแยกแยะได้แค่ความสว่างและความมืดเท่านั้น โดยปกติแล้วคนเหล่านี้จะมีปัญหาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งกลายเป็นคนตาบอดในที่สุด
7. ตาบอดสนิท
แน่นอนว่าคนที่ตาบอดสนิทจะบอกเห็นแต่ความมืดโดยสมบูรณ์ แต่พวกเขาจะไม่สามารถแยกแยะสิ่งรอบตัวเขาได้เลยว่ามันเป็นสีดำหรือเป็นความมืด ซึ่งในความฝันของพวกเขาก็จะไม่เห็นอะไรด้วยเช่นกัน
8. ตาบอดสี
จริงๆ แล้ว อาการตาบอดสีนั้นมีหลายประเภท ตั้งแต่การเห็นสีที่เพี้ยนจนไปถึงขั้นเห็นแค่สีขาวดำ (ซึ่งเป็นส่วนน้อยมาก) ส่วนภาพที่แสดงให้เห็นนี้เป็นอาการของคนตาบอดสีที่เรียกว่า Deuteranomaly ซึ่งถูกพบได้มากที่สุด โดยพวกเขาจะเห็นสีสว่างได้น้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะสีเขียวและสีแดง
9. เด็กแรกเกิด
นี่คือสิ่งที่เด็กแรกเกิดมองเห็น ซึ่งเป็นภาพที่เบลอเกือบจะสมบูรณ์ ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กทารกแรกเกิดจะแยกแยะได้ออกแค่สถานที่ๆ มีแสงกับไม่มีแสงเท่านั้น
10. เด็กอายุ 1 เดือน
หลังจาก 1 เดือน เด็กจะค่อยๆ เริ่มมองเห็นวัตถุขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปราว 20 ซม. ตัวอย่างเช่นใบหน้าของแม่ในขณะที่กำลังให้นม
11. เด็กอายุ 6 เดือน
หลังจาก 3 เดือน เด็กจะสามารถมองเห็นใบหน้าของพ่อแม่ได้ และหลังจาก 6 เดือน พวกเขาจะเริ่มมองเห็นสีสัน ซึ่งสีที่มองเห็นได้ดีที่สุดก็คือสีแดงและสีเหลือง
12. คนเมา
เชื่อว่าหลายคนคงมีประสบการณ์นี้แบบไม่ต้องฟังคำอธิบายอะไรมาก เอาเป็นว่าคนเมาก็จะมองเห็นภาพที่ปรากฏเบลอขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง
13. หลังพี้กัญชา
หลังจากที่คุณลองสูบกัญชาไปในปริมาณหนึ่ง การมองเห็นของคุณจะเริ่มคล้ายคนเมา ที่โฟกัสสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่
14. LSD
นี่คือยาเสพติดประเภทหลอนประสาทที่มีฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรงที่สุด อาการของผู้ที่ใช้ยาเสพติดประเภทนี้จะทำให้มองเห็นสีสันมากกว่าธรรมดา หรือเป็นประกายสวยงาม อาจเกิดภาพหลอนและมองเห็นภาพหลอนเหล่านั้นเป็นรูปทรงเรขาคณิต
15. โคเคน
สารเสพติดอีกหนึ่งประเภทที่เปลี่ยนการมองเห็นของคุณให้รู้สึก “ใหญ่กว่าเดิม” วัตถุที่เห็นจะสว่างขึ้นแถมมันยังบิดเบี้ยวเล็กน้อย
16. เฮโรอีน
จริงๆ แล้ว การมองเห็นไม่ใช่สาระสำคัญของเฮโรอีน เพราะเมื่อไหร่ที่คนใช้ยาเสพติดชนิดนี้ ชีวิตของพวกเขาก็แทบจะหลุดลอยไปอยู่อีกโลกหนึ่ง หลังจากความอิ่มเอมใจในการเสพแล้วพวกเขาจะต้องเจอกับผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
11 แหล่งรายได้หลังเกษียณ ลดเสี่ยงพึ่งเงินทางเดียว
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
5 ประเทศที่ "ลึกลับ" และ "เข้ายาก" ที่สุดในโลก
เลขบัตรประชาชนแม่นกว่าชื่อ เหตุผลที่ชื่อไทยยังซ้ำกันได้
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียสHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก


















