หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ย้อนดูข่าวในอดีตเมื่อครั้ง สามเณร2รูป หลงถ้ำนานกว่า44ชั่วโมงรอดชีวิต

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย showtonight

ย้อนไปเมื่อ พ.ค. 2550

ทีมค้นหาชาวบ้านชมพูแกะจากรอยเท้าบนกองหินย้อนศรลึกเข้าไปจากจุดสุดท้ายที่คณะไปเที่ยวถ้ำมัจฉา 4 กม.จนพบในสภาพอิดโรย หมดเรี่ยวแรง ขึ้นจากปากถ้ำได้ร้องไห้โฮ เปิดใจคิดว่าเอาชีวิตไม่รอด เผยได้ยินเสียงตะโกนเรียก แต่คลำทางออกมาไม่ถูก มีไฟฉายติดไฟแช็คอันเดียว ต้องดื่มน้ำจากลำธารในถ้ำประทังชีวิต นายอำเภอสั่งล้อมคอก ให้อุทยานฯทำป้ายเตือนเที่ยวถ้ำทุกแห่ง

หลังจากใช้ความพยายามค้นหาสามเณร 2 รูป คือ สามเณรต้า หรือ นายคณิต พูลสวัสดิ์ อายุ 17 ปี และ และสามเณรณัฐ หรือ นายณัฐวุฒิ หลวงภาโร อายุ 17 ปี พระลูกวัดหนองน้ำเต้า ( คามวาสี ) หมู่ที่ 4 ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ที่พลัดหลงในถ้ำขณะเที่ยวถ้ำพระวังแดง หมู่ ที่ 3 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ. พิษณุโลก ตั้งแต่ 14.00 น. ของวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 หลังจากผ่านไปนานกว่า 44 ชั่วโมง ทีมค้นหาชาวบ้านที่นำโดยนายนาญ โมรา อายุ 45 ปี ชาวบ้านบ้านชมพู หมู่ที่ 3. ต.ชมพู อ.เนินมะปราง พร้อมญาติของสามเณรอีก 3 คนที่เข้าไปค้นหาภายในถ้ำตั้งแต่เวลา 08.15 น. สามารถนำสามเณรต้าและสามเณรณัฐ ขึ้นมาถึงปากถ้ำได้อย่างปลอดภัย

ทันทีที่ทีมค้นหานำสามเณรทั้ง 2 รูป ขึ้นมาถึงปากถ้ำ บรรดาญาติ ๆ และหน่วยกู้ภัยที่รออยู่บริเวณปากถ้ำกว่า 50 คนต่างปรบมือแสดงความยินดีและไชโยโห่ร้องที่การค้นหาประสบความสำเร็จ ส่วนสามเณรทั้งสองรูปที่หลงติดอยู่ในถ้ำยาวนานถึง 44 ชั่วโมง อยู่ในสภาพอิดโรย สภาพสวมเพียงสบงติดตัวเท่านั้น และเมื่อออกมาจากถ้ำก็ได้ร้องขอน้ำดื่มทันที โดยสามเณรณัฐที่ขึ้นมาก่อนถึงกับปล่อยร้องไห้โฮออกมา เช่นเดียวกับสามเณรต้าที่ร้องไห้อยู่พักใหญ่ นายพล พูลสวัสดิ์ และนางบุญศรี พูลสวัสดิ์ บิดามารดาของสามเณรต้า ต่างดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นายพลถึงกับก้มกราบที่ตักของนายนาญ โมรา ผู้ค้นพบสามเณรทั้งสองรูป
จากนั้น ทีมค้นหาได้นำสามเณรทั้งสองรูปลงจากปากถ้ำ มายังกองอำนวยการค้นหา ที่อยู่ด้านล่างเชิงเขาห่างจากปากถ้ำประมาณ 800 เมตร ภายในที่พักสงฆ์ถ้ำพระธรรมมาสน์ สามเณรณัฐและสามเณรต้าได้ก้มลงกราบ พระครูพิพิธปุญญาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดหนองน้ำเต้า วัดที่สามเณรทั้งสองจำวัดอยู่ จากนั้น พญ.จันทร์เพ็ญ ขวัญศิริกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเนินมะปราง ได้ให้พยาบาลตรวจเช็คความดัน การตอบสนองของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ และให้น้ำเกลือกับสามเณรทั้งสองทันที เพราะร่างกายอ่อนเพลียอย่างมาก

นายนาญ โมรา ชุดที่ค้นพบสามเณรทั้งสอง เปิดเผยว่า ได้มาช่วยเหลือค้นหาตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าว เพราะมีความชำนาญในพื้นที่เคยเข้าออกถ้ำ พระวังแดงอยู่หลายครั้ง แต่ 2 วันแรกไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะพยายามค้นหาทุกซอกมุม ที่คาดว่าเณรจะพลัดหลงก็ตาม สุดท้ายในวันที่ 4 พฤษภาคม ตนและญาติเณรอีก 3 คน ได้ตัดสินใจเข้าไปค้นหาอีกครั้ง โดยเริ่มเข้าถ้ำเวลาประมาณ 08.15 น. ใช้เส้นทางย้อนเข้าไปยังถ้ำมัจฉา หรือจุดที่คณะพระ-เณร มาเที่ยวเป็นจุดสุดท้ายเมื่อ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา มีความลึกจากปากถ้ำประมาณ 3-4 กิโลเมตร

นายนาญ เผยต่อว่า ทีมของตนได้เดินย้อนลึกเข้าไปจากถ้ำมัจฉา และพบร่องรอยเท้าบนพื้นทราย เดินกลับไปมา เชื่อว่าน่าจะเป็นรอยเท้าของเณรทั้งสองแน่นอน จึงแกะจากรอยเท้า ที่พบว่าเดินเลยจากถ้ำมัจฉาเข้าไปเรื่อย ๆ สภาพถ้ำมีทั้งลำธารและโขดหินที่มีสภาพถ้ำถล่ม พื้นแหลมคม บางช่วงไม่มีพื้นทรายและเป็นโขดหิน มืดมาก โดยตนใช้วิธีเอามือคลำตามโขดหิน พบเศษทรายติดอยู่ตามโขดหิน จึงแกะรอยไปเรื่อย ๆ และตะโกนเรียกสามเณรทั้งสองไปตลอดทาง สุดท้ายเมื่อเข้าไปลึกเลยจากถ้ำมัจฉาประมาณ 4 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงตอบรับจากเณรทั้งสอง ตนจึงตะโกนเรียกขานกันไปมาและบอกให้สามเณรทั้งสองอยู่กับที่ จนกระทั่งพวกตนเข้าไปพบ

เมื่อคณะไปถึงเณรทั้งสองต่างดีใจกันมาก สอบถามทราบว่า จุดที่หลงทางกับคณะครั้งแรก เป็นช่วงกึ่งกลางระหว่างถ้ำมัจฉาและทางออกถ้ำธรรมมาสน์ โดยเณรเดินล่วงหน้าออกมาก่อน แต่เลี้ยวเข้าไปผิดช่อง ไม่สามารถออกมาทางถ้ำฉัตรที่เป็นทางออกได้ จึงเดินย้อนกลับไปทางเดิม และตะโกนเรียกพระมาเรื่อย ๆ แต่เสียงอยู่ไกลมาก จนกระทั่งไม่มีเสียงตอบรับ จึงตัดสินใจเดินย้อนกลับที่ถ้ำวังมัจฉาและเดินกลับไปมาอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งคณะของตนเข้าไปพบ โดยระหว่างทางที่พาสามเณรเดินกลับมานั้น น้ำในลำธารภายในถ้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นอย่างเร็ว จึงต้องรีบเดินทางออกมา

สามเณรต้า เปิดเผยว่า คิดว่าจะไม่รอดชีวิตเสียแล้ว เพราะในถ้ำมืดมาก มีเพียงไฟฉายติดไฟแช็คอยู่อันเดียวเท่านั้น ไม่มีอาหารและน้ำดื่ม ระหว่างที่ หลงในถ้ำ ต้องฉันน้ำจากลำธารในถ้ำประทังชีวิต ใช้ผ้าสบงและจีวรที่ติดตัวอยู่เผา เพื่อส่องแสงสว่างนำทาง ช่วงที่มีการค้นหา ได้ยินเสียงเรียกชื่อแต่อยู่ไกลมาก เมื่อตะโกนกลับไปก็ไม่มีการตอบรับ จึงพยายามหาทางออก แต่กลับเป็นการเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ได้พยายามขึ้นที่สูงเพื่อหาทางออก แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งนอนหมดแรง แต่แล้วก็มีเสียงของชาวบ้านตะโกน จึงรีบตะโกนตอบ กระทั่งพบกันและได้รับความช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้

ขณะที่สามเณรณัฐสภาพยังอิดโรยอยู่มาก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า รู้สึกดีใจที่รอดชีวิตกลับมาได้ เหมือนมีอะไรมาบังตา ได้ยินเสียงคนเรียก แต่ตะโกนกลับไปก็หาต้นเสียงไม่เจอ กระทั่งเดินต่อไปจนเหนื่อย หมดแรง นอนพักรอเวลาอย่างเดียว
นายพล พูลสวัสดิ์ บิดาของสามเณรต้า กล่าวว่า มีชาวบ้านแนะนำให้บนกับพลวงพ่อพระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำพระธรรมมาสน์ จึงทำตามโดยบนว่า ขอให้พบบุตรชายโดยเร็วและปลอดภัย จะบวชให้เป็นเวลา 9 วัน และจะมาพำนักที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ หลังจากที่กล่าวคำอธิษฐานบนบานได้ประมาณ 30 นาที ก็ได้ทราบข่าวดีทันที และจะกลับมาบวชแก้บนในเร็ว ๆ นี้

สำหรับการค้นหาสามเณรทั้งสองรูปเป็นวันที่ 3 นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้ามาอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย นายเกรียงวิทย์ ไกรพวิมล นายอำเภอเนินมะปราง พ.ต.อ.จตุเดช อยู่สวัสดิ์ ผกก.สภ.อ.เนินมะปราง ร.อ.ถวัลย์ เหมเพชร หัวหน้าชุดมวลชนสัมพันธ์ ค่ายสฤษดิ์เสนา นายมานิต บุญปู่ นายกอบต.ชมพู พญ.จันทร์เพ็ญ ขวัญศิริกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเนินมะปราง มูลนิธิกู้ภัยข่าวภาพทับคล้อ มูลนิธิกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเขต 9 พิษณุโลก เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงรวมแล้วเกือบ 100 ชีวิตได้มาตั้งกองอำนวยการค้นหาที่เชิงเขา ซึ่งช่วงเริ่มต้นของการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกหนัก บริเวณถ้ำมีน้ำฝนสีขุ่นไหลเข้าไปในในถ้ำอย่างแรง ทำให้ทีมค้นหากังวลว่าระดับน้ำในถ้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถค้นหาต่อได้

นายเกรียงวิทย์ ไกรพวิมล นายอำเภอเนินมะปราง เปิดเผยว่า ได้เริ่มค้นหาตั้งแต่เช้าของวันที่ 4 พฤษภาคม และบอกกับทีมงานว่าจะต้องค้นหาให้เจอให้ได้ และก็ประสบความสำเร็จ การพลัดหลงในถ้ำครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดี ที่การเข้ามาเที่ยวถ้ำ หรือเที่ยวป่า ควรแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทราบและต้องมีผู้ชำนาญทางเป็นคนนำเที่ยว หลังจากนี้จะประสานกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จัดทำป้ายประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังและต้องติดต่อผู้รู้เส้นทางนำเที่ยวเท่านั้น

 
ทีมค้นหาชาวบ้านชมพูแกะจากรอยเท้าบนกองหินย้อนศรลึกเข้าไปจากจุดสุดท้ายที่คณะไปเที่ยวถ้ำมัจฉา 4 กม.จนพบในสภาพอิดโรย หมดเรี่ยวแรง ขึ้นจากปากถ้ำได้ร้องไห้โฮ เปิดใจคิดว่าเอาชีวิตไม่รอด เผยได้ยินเสียงตะโกนเรียก แต่คลำทางออกมาไม่ถูก มีไฟฉายติดไฟแช็คอันเดียว ต้องดื่มน้ำจากลำธารในถ้ำประทังชีวิต นายอำเภอสั่งล้อมคอก ให้อุทยานฯทำป้ายเตือนเที่ยวถ้ำทุกแห่ง

หลังจากใช้ความพยายามค้นหาสามเณร 2 รูป คือ สามเณรต้า หรือ นายคณิต พูลสวัสดิ์ อายุ 17 ปี และ และสามเณรณัฐ หรือ นายณัฐวุฒิ หลวงภาโร อายุ 17 ปี พระลูกวัดหนองน้ำเต้า ( คามวาสี ) หมู่ที่ 4 ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ที่พลัดหลงในถ้ำขณะเที่ยวถ้ำพระวังแดง หมู่ ที่ 3 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ. พิษณุโลก ตั้งแต่ 14.00 น. ของวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 หลังจากผ่านไปนานกว่า 44 ชั่วโมง ทีมค้นหาชาวบ้านที่นำโดยนายนาญ โมรา อายุ 45 ปี ชาวบ้านบ้านชมพู หมู่ที่ 3. ต.ชมพู อ.เนินมะปราง พร้อมญาติของสามเณรอีก 3 คนที่เข้าไปค้นหาภายในถ้ำตั้งแต่เวลา 08.15 น. สามารถนำสามเณรต้าและสามเณรณัฐ ขึ้นมาถึงปากถ้ำได้อย่างปลอดภัย 

ทันทีที่ทีมค้นหานำสามเณรทั้ง 2 รูป ขึ้นมาถึงปากถ้ำ บรรดาญาติ ๆ และหน่วยกู้ภัยที่รออยู่บริเวณปากถ้ำกว่า 50 คนต่างปรบมือแสดงความยินดีและไชโยโห่ร้องที่การค้นหาประสบความสำเร็จ ส่วนสามเณรทั้งสองรูปที่หลงติดอยู่ในถ้ำยาวนานถึง 44 ชั่วโมง อยู่ในสภาพอิดโรย สภาพสวมเพียงสบงติดตัวเท่านั้น และเมื่อออกมาจากถ้ำก็ได้ร้องขอน้ำดื่มทันที โดยสามเณรณัฐที่ขึ้นมาก่อนถึงกับปล่อยร้องไห้โฮออกมา เช่นเดียวกับสามเณรต้าที่ร้องไห้อยู่พักใหญ่ นายพล พูลสวัสดิ์ และนางบุญศรี พูลสวัสดิ์ บิดามารดาของสามเณรต้า ต่างดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นายพลถึงกับก้มกราบที่ตักของนายนาญ โมรา ผู้ค้นพบสามเณรทั้งสองรูป
จากนั้น ทีมค้นหาได้นำสามเณรทั้งสองรูปลงจากปากถ้ำ มายังกองอำนวยการค้นหา ที่อยู่ด้านล่างเชิงเขาห่างจากปากถ้ำประมาณ 800 เมตร ภายในที่พักสงฆ์ถ้ำพระธรรมมาสน์ สามเณรณัฐและสามเณรต้าได้ก้มลงกราบ พระครูพิพิธปุญญาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดหนองน้ำเต้า วัดที่สามเณรทั้งสองจำวัดอยู่ จากนั้น พญ.จันทร์เพ็ญ ขวัญศิริกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเนินมะปราง ได้ให้พยาบาลตรวจเช็คความดัน การตอบสนองของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ และให้น้ำเกลือกับสามเณรทั้งสองทันที เพราะร่างกายอ่อนเพลียอย่างมาก

นายนาญ โมรา ชุดที่ค้นพบสามเณรทั้งสอง เปิดเผยว่า ได้มาช่วยเหลือค้นหาตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าว เพราะมีความชำนาญในพื้นที่เคยเข้าออกถ้ำ พระวังแดงอยู่หลายครั้ง แต่ 2 วันแรกไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะพยายามค้นหาทุกซอกมุม ที่คาดว่าเณรจะพลัดหลงก็ตาม สุดท้ายในวันที่ 4 พฤษภาคม ตนและญาติเณรอีก 3 คน ได้ตัดสินใจเข้าไปค้นหาอีกครั้ง โดยเริ่มเข้าถ้ำเวลาประมาณ 08.15 น. ใช้เส้นทางย้อนเข้าไปยังถ้ำมัจฉา หรือจุดที่คณะพระ-เณร มาเที่ยวเป็นจุดสุดท้ายเมื่อ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา มีความลึกจากปากถ้ำประมาณ 3-4 กิโลเมตร

นายนาญ เผยต่อว่า ทีมของตนได้เดินย้อนลึกเข้าไปจากถ้ำมัจฉา และพบร่องรอยเท้าบนพื้นทราย เดินกลับไปมา เชื่อว่าน่าจะเป็นรอยเท้าของเณรทั้งสองแน่นอน จึงแกะจากรอยเท้า ที่พบว่าเดินเลยจากถ้ำมัจฉาเข้าไปเรื่อย ๆ สภาพถ้ำมีทั้งลำธารและโขดหินที่มีสภาพถ้ำถล่ม พื้นแหลมคม บางช่วงไม่มีพื้นทรายและเป็นโขดหิน มืดมาก โดยตนใช้วิธีเอามือคลำตามโขดหิน พบเศษทรายติดอยู่ตามโขดหิน จึงแกะรอยไปเรื่อย ๆ และตะโกนเรียกสามเณรทั้งสองไปตลอดทาง สุดท้ายเมื่อเข้าไปลึกเลยจากถ้ำมัจฉาประมาณ 4 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงตอบรับจากเณรทั้งสอง ตนจึงตะโกนเรียกขานกันไปมาและบอกให้สามเณรทั้งสองอยู่กับที่ จนกระทั่งพวกตนเข้าไปพบ

เมื่อคณะไปถึงเณรทั้งสองต่างดีใจกันมาก สอบถามทราบว่า จุดที่หลงทางกับคณะครั้งแรก เป็นช่วงกึ่งกลางระหว่างถ้ำมัจฉาและทางออกถ้ำธรรมมาสน์ โดยเณรเดินล่วงหน้าออกมาก่อน แต่เลี้ยวเข้าไปผิดช่อง ไม่สามารถออกมาทางถ้ำฉัตรที่เป็นทางออกได้ จึงเดินย้อนกลับไปทางเดิม และตะโกนเรียกพระมาเรื่อย ๆ แต่เสียงอยู่ไกลมาก จนกระทั่งไม่มีเสียงตอบรับ จึงตัดสินใจเดินย้อนกลับที่ถ้ำวังมัจฉาและเดินกลับไปมาอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งคณะของตนเข้าไปพบ โดยระหว่างทางที่พาสามเณรเดินกลับมานั้น น้ำในลำธารภายในถ้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นอย่างเร็ว จึงต้องรีบเดินทางออกมา

สามเณรต้า เปิดเผยว่า คิดว่าจะไม่รอดชีวิตเสียแล้ว เพราะในถ้ำมืดมาก มีเพียงไฟฉายติดไฟแช็คอยู่อันเดียวเท่านั้น ไม่มีอาหารและน้ำดื่ม ระหว่างที่ หลงในถ้ำ ต้องฉันน้ำจากลำธารในถ้ำประทังชีวิต ใช้ผ้าสบงและจีวรที่ติดตัวอยู่เผา เพื่อส่องแสงสว่างนำทาง ช่วงที่มีการค้นหา ได้ยินเสียงเรียกชื่อแต่อยู่ไกลมาก เมื่อตะโกนกลับไปก็ไม่มีการตอบรับ จึงพยายามหาทางออก แต่กลับเป็นการเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ได้พยายามขึ้นที่สูงเพื่อหาทางออก แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งนอนหมดแรง แต่แล้วก็มีเสียงของชาวบ้านตะโกน จึงรีบตะโกนตอบ กระทั่งพบกันและได้รับความช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้

ขณะที่สามเณรณัฐสภาพยังอิดโรยอยู่มาก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า รู้สึกดีใจที่รอดชีวิตกลับมาได้ เหมือนมีอะไรมาบังตา ได้ยินเสียงคนเรียก แต่ตะโกนกลับไปก็หาต้นเสียงไม่เจอ กระทั่งเดินต่อไปจนเหนื่อย หมดแรง นอนพักรอเวลาอย่างเดียว

นายพล พูลสวัสดิ์ บิดาของสามเณรต้า กล่าวว่า มีชาวบ้านแนะนำให้บนกับพลวงพ่อพระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำพระธรรมมาสน์ จึงทำตามโดยบนว่า ขอให้พบบุตรชายโดยเร็วและปลอดภัย จะบวชให้เป็นเวลา 9 วัน และจะมาพำนักที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ หลังจากที่กล่าวคำอธิษฐานบนบานได้ประมาณ 30 นาที ก็ได้ทราบข่าวดีทันที และจะกลับมาบวชแก้บนในเร็ว ๆ นี้ สำหรับการค้นหาสามเณรทั้งสองรูปเป็นวันที่ 3 นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้ามาอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย นายเกรียงวิทย์ ไกรพวิมล นายอำเภอเนินมะปราง พ.ต.อ.จตุเดช อยู่สวัสดิ์ ผกก.สภ.อ.เนินมะปราง ร.อ.ถวัลย์ เหมเพชร หัวหน้าชุดมวลชนสัมพันธ์ ค่ายสฤษดิ์เสนา นายมานิต บุญปู่ นายกอบต.ชมพู พญ.จันทร์เพ็ญ ขวัญศิริกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเนินมะปราง มูลนิธิกู้ภัยข่าวภาพทับคล้อ มูลนิธิกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเขต 9 พิษณุโลก เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงรวมแล้วเกือบ 100 ชีวิตได้มาตั้งกองอำนวยการค้นหาที่เชิงเขา ซึ่งช่วงเริ่มต้นของการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกหนัก บริเวณถ้ำมีน้ำฝนสีขุ่นไหลเข้าไปในในถ้ำอย่างแรง ทำให้ทีมค้นหากังวลว่าระดับน้ำในถ้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถค้นหาต่อได้ นายเกรียงวิทย์ ไกรพวิมล นายอำเภอเนินมะปราง เปิดเผยว่า ได้เริ่มค้นหาตั้งแต่เช้าของวันที่ 4 พฤษภาคม และบอกกับทีมงานว่าจะต้องค้นหาให้เจอให้ได้ และก็ประสบความสำเร็จ การพลัดหลงในถ้ำครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดี ที่การเข้ามาเที่ยวถ้ำ หรือเที่ยวป่า ควรแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทราบและต้องมีผู้ชำนาญทางเป็นคนนำเที่ยว หลังจากนี้จะประสานกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จัดทำป้ายประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังและต้องติดต่อผู้รู้เส้นทางนำเที่ยวเท่านั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: showtonight
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ย้อนดูข่าวในอดีตเมื่อครั้ง สามเณร2รูป หลงถ้ำนานกว่า44ชั่วโมงรอดชีวิต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ชาวสวนยางจีนพัฒนา!! ส่องภาพ ‘หุ่นยนต์กรีดยางอัตโนมัติ’ ในไห่หนาน

เจ้าของห้องอ้าปากค้าง ซื้อแฟลตใหม่กลางเมือง ดันเจอสระว่ายน้ำลวงโลก

หน่อง อรุโณชา โผล่กลางไอจี แมท ภีรนีย์ หลังเจอแอนตี้ จนลิขิตรักข้ามดวงดาวพังไม่เป็นท่า

บรรยากาศต้อนรับกลับบ้าน "น้องบิ้นท์ สิรีธร" Miss International 2019

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศไทย

ถ้าเกิดกับลูกหลานคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร

เผยสิ่งของที่ไม่ควรซื้อ เมื่อไป”ตลาดโรงเกลือ” อาจถูก”ตำรวจ”จับโดยไม่รู้ตัว

เผยโฉมหน้า 2 ทายาท ลูกครึ่งไทย ของมูนา อัล ซารูณีย์ ที่รวยแสนล้านสุดเพอร์เฟค

ศึกนี้ดุเดือด "ตุ๊กเเก" vs "ตะขาบ" บนกำเเพง ใครจะอยู่ ใครจะไป มาชมคลิปกัน

สั่งปิดชั่วคราวอุโมงค์ทางลอดเมืองอุดร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
พนักงานเฮลั่น บริษัท เทคโนแฟบ ประกาศโบนัส บวกเงินพิเศษหนุ่มซื้อกุ้งมาจากตลาด นำมาย่างเตรียมจะกิน กลับเจอตะกั่วยัดหัวกุ้งเพื่อถ่วงน้ำหนักเชปวนมาเรียม นางสาวไทย ที่พลิกชีวิตได้เป็นราชินี เจ้าชายมาเลย์ฯพี่ชายตั้งรางวัลตามหาตัวหนุ่มจันทบุรี
ตั้งกระทู้ใหม่