หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทีมพี่กูรู “วินทุกเว(ที)” ลุยติวเข้มว่าที่น้องบัณฑิต สร้างมูลค่าเพิ่มทรัพยากรบุคคลยุคดิจิทัล


เขียนโดย poti news

หลังจากที่เมื่อกว่า 4 ปี ได้รวมตัวกันเขียนพ็อกเกตบุ๊ก “วินทุกเว(ที) Ways to Win...คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลยุทธ์สู่ดวงดาว” หนังสือที่แนะนำการรู้จักชนะให้เป็นและแพ้ให้เป็น โดยไม่เพียงแค่เวทีประกวดเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงเวทีชีวิตของทุกคนด้วย

ล่าสุดกลุ่มนักเขียนวินทุกเว(ที) ทั้ง 4 คน (จากเดิม 5 คน คุณหนึ่ง สยามรัฐ เสียชีวิต) นำโดย พี่ใหญ่ ครูพี่ปิ่น-ปิ่นศิริ  ศิริปิ่น  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาศิลปิน SMD 1987,พี่รอง ครูพี่ปุ๋ย-อนุรี  อนิลบล  กรรมการบริหาร บริษัท เมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MTI) พี่สาม ครูพี่หนุ่ม-ประเสริฐ เจิมจุติธรรม ผู้บริหาร B-ORN และ ผู้เชี่ยวชาญความงาม บุคลิกภาพ การประกวด และน้องเล็ก ครูพี่บ๊อบ-จุมพล  โพธิสุวรรณ  รองบรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวบางกอก ทูเดย์ ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติภารกิจใหม่กับการอุทิศตัวเป็นติวเตอร์ให้กับน้อง ๆ นักศึกษาในฐานะ “ว่าที่บัณฑิตป้ายแดง” ซึ่งกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในรั้วมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มประเดิมแห่งแรกกับน้อง ๆ ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ณ อาคาร 9 ชั้น 2  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก  วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ในวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 เวลา 13.00 น. - 16.00 น.

ครูพี่ปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น กล่าวว่า ในฐานะเป็นพี่ใหญ่ได้คุยกับน้อง ๆ ว่า เราว่างเว้นจากการทำกิจกรรมของกลุ่มนักเขียน “วินทุกเว(ที)” มานานแล้ว โดยที่ผ่านมาจะเป็นลักษณะหน่วยงานหรือผู้จัดประกวดเชิญกลุ่มเราไปเป็นวิทยากรและกรรมการมากกว่า แล้วน้อยครั้งที่จะเชิญไปครบทีม บางครั้งขาด 1 หรือ 2 คน จึงควรที่จะกลับมารวมตัวร่วมทำกิจกรรมกันอีกสักครั้ง โดยเน้นที่ประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง จึงมาตกผลึกที่คุณบ๊อบ หนึ่งในทีมนักเขียน “วินทุกเว(ที)” เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาชั้นปีที่ 4   สาขาเทคโนโลยีโฆษณาและประชาสัมพันธ์ คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ได้จุดประกายความคิดว่า พวกเราน่าจะผันตัวมาเป็นติวเตอร์ให้กับน้อง ๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นบัณฑิต

“พวกเรามีความถนัดในเรื่องที่หลากหลายแตกต่างกันไป อย่างเช่น เรื่องบุคลิกภาพ การแต่งกาย เสื้อผ้า หน้า ผม ศิลปะการพูดและการสื่อสาร การแสดงความสามารถ ทัศนคติ วุฒิภาวะทางอารมณ์ ภาษา ประสบการณ์การทำงานในด้านต่าง ๆ มานับไม่ถ้วน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของบัณฑิตไทยยุคดิจิทัลอย่างมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก ๆ”

ทางด้าน ครูปุ๋ย-อนุรี อนิลบล กล่าวว่า ปกติถ้าเป็นกิจกรรมของเอ็มทีไอที่เกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษา ส่วนใหญ่มักให้การส่งเสริมและสนับสนุนเรื่องของเฟรชชี่ คือน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีการประกวดดาว เดือน และดาวเทียม (สาวประเภทสอง) เราได้จัดทีมไปอบรมเรื่องการแต่งหน้าสำหรับนักศึกษา พร้อมกับมอบผลิตภัณฑ์เอ็มทีไอให้กับผู้ที่ชนะการประกวด และหลายครั้งจะได้รับเชิญเป็นคณะกรรมการตัดสินด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการแสดงต่าง ของน้อง ๆ โดยเราจะมอบเซ็ตเครื่องสำอางไปให้แต่งหน้ากันเอง เพราะเดี๋ยวนี้น้อง ๆ มีความสามารถในการแต่งหน้าสูงมาก

“สำหรับกิจกรรมที่ทำอย่างครบวงจรในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับว่าที่บัณฑิตไทยนั้น ยังไม่เคยรวมทีมกันทำ นี่จะเป็นครั้งแรกในฐานะทีมนักเขียน  “วินทุกเว(ที)” พวกเราตั้งใจกันมาก นักเขียนทุกคนล้วนเคยผ่านชีวิตการเป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต และว่าที่ดอกเตอร์ จากรั้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แบบไม่ซ้ำกันเลย เมื่อบวกกับประการณ์ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของแต่ละคนแล้ว เชื่อมั่นว่า น้องๆ  นักศึกษาทุกคนจะได้กลยุทธ์นำไปใช้ในการเพิ่มศักยภาพให้กับตนเองอย่างแน่นอน ชนิดที่ไม่ต้องใช้เวลามากมายไปเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ พวกเราย่อโลกกว้างย่นทางไกลมาให้แล้ว”

ครูพี่หนุ่ม-ประเสริฐ เจิมจุติธรรม กล่าวเสริมว่า ส่วนมากได้รับเชิญให้เป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดประเภทต่าง ๆ มากกว่า ทั้งชายจริง หญิงแท้ กลุ่มเพศทางเลือก เด็กและเยาวชน สาวอ้วน คนพิการ สาวแก่ แม่ม่าย เรียกว่าครบทุกเพศทุกวัยทุกสภาพ แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับบทบาททางด้านวิทยากรจะน้อยกว่า ซี่งถามใจเราจริง ๆ แล้ว อยากเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับน้อง ๆ หรือบุคคลผู้สนใจ ได้ยอมรับความเป็นจริง มีความเข้าใจในชีวิต พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จมากกว่า เห็นบางคนยังหลงทิศเมาทาง ยังเดินสะเปะสะปะ ค้นหาตัวตนไม่เจอ บางคนถูกหลอกให้เสียทรัพย์ เสียตัว เสียความรู้สึก เพราะเพียงเชื่อมั่นว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้น ๆ จะสามารถนำพาให้พบกับความสำเร็จดั่งที่ตนเองต้องการ ดังที่เป็นข่าวปรากฏอยู่บ่อยครั้งไป

“การให้อะไรก็ไม่เท่ากับการให้ความรู้ โดยเฉพาะยุคดิจิทัลความรู้ก้าวไกลและรวดเร็วมาก ๆ ใครๆ  ก็สามารถเข้าถึงได้ ความรู้จะติดตัวเราไปจนวันตาย ไม่มีใครสามารถปล้นจี้ไปจากตัวเราได้ ความรู้ยิ่งใช้ยิ่งฉลาด ยิ่งเกิดความเชี่ยวชาญ เมื่อเราฉลาดมีความเชี่ยวชาญแล้วอยากให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ซึ่งต้องการคนเหล่านี้มาเป็นทรัพยากรบุคคลของบ้านเมืองมาก ๆ หากใครที่มีโอกาสดี ๆ อยากให้แบ่งปันความรู้ที่ตนเองถนัดให้กับผู้อื่นบ้าง”

ส่วน ครูพี่บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ กล่าวปิดท้ายว่า “เวลา” กับ “โอกาส” เป็นสองสิ่งถ้าไม่ไขว่คว้าไว้จะหายไปในพริบตา บางคนชอบ “ฆ่าเวลา” แต่ไม่เคยเห็น “ค่าเวลา” เหมือนที่มีการเปรียบเปรยว่า หายใจรดทิ้งไปวัน ๆ หนึ่ง คนเราหากเฉลี่ยอายุขัยที่ 60 ปีแล้ว เราจะอยู่ในโลกนี้ได้เพียงแค่ 21,900 วัน หรือ 3,120 สัปดาห์ หรือ 525,600 นาที เท่านั้น เวลาของโลกเดินหน้า แต่เวลาของเราเริ่มนับถอยหลัง จะตายวัน ตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า คนรุ่นใหม่มักตกหลุมพรางไปกับเปลือกของชีวิต มัวแต่ตกเป็นทาสกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ความโลภ ความโกรธ ความโลภ เราขาดทุนในเรื่องการใช้เวลาไปมาก ควรหันมาสร้างกำไรให้กับชีวิต ด้วยการมองในสิ่งที่ตนเองควรกระทำอย่างแท้จริง

“ทั้งนี้จากข้อมูลที่ผ่านมา ได้มีผู้ประกอบการหลายแห่งส่งเสียงสะท้อนออกมาว่า บัณฑิตใหม่ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำงานได้ทันที ทำให้ผู้ประกอบต้องเสียเวลากับการจัดอบรมและฝึกทักษะความชำนาญกันพอสมควร จึงสามารถปฏิบัติงานได้ ในทางตรงกันข้ามบัณฑิตที่จบออกมาแล้วทำงานได้เลยมีน้อยมาก ถึงเวลาแล้วที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาศักยภาพของบัณฑิตไทยในทุกด้านให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเดินให้ทันกับยุคไทยแลนด์ 4.0  เชื่อเหลือเกินว่า ทุกคน โดยเฉพาะพ่อแม่ ผู้ปกครอง อยากเห็นคุณภาพและมาตรฐานของบัณฑิตไทยซึ่งเป็นลูกหลานของท่านทั้งหลายมีความก้าวหน้า พัฒนาชีวิตกว้างไกล สร้างชาติไทยยั่งยืน สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้บริหารคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ที่เปิดโอกาสให้พวกเราทีมวินทุกเว(ที) ได้มีส่วนช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของบัณฑิตไทยยุคดิจิทัล

เนื้อหาโดย: poti news
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
poti news's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 167 ครั้ง
เขียนโดย poti news
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทางฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดก่อนยุค BYD และ Tesla ไทยเคยมี EV รุ่นบุกเบิกคันนี้มาก่อนมือถือรุ่นแรกๆที่ดู TV ได้ มีรุ่นไหนบ้างชายคล้ายตำรวจถูกโพสต์คลิปกลางร้าน ชาวบ้านบางระกำวอนตรวจสอบจักรยานล้อสี่เหลี่ยม นวัตกรรมสุดแปลกที่วิ่งได้จริงๆด้วยนะเนี่ย...5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย10 โทรศัพท์มือถือยุค 2000 ต้น ที่ล้ำที่สุดมีรุ่นไหนบ้างเสือโคร่งที่หาได้ยากที่สุด และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่สุดในธรรมชาติ5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยบริษัทสตาร์ตอัปสัญชาติไทย ที่มีมูลค่าบริษัทมากสุดเป็นอันดับหนึ่งพฤติกรรมทำร้ายกระดูกแบบไม่รู้ตัว เสี่ยงกระดูกบางเมื่ออายุมากขึ้น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เต็นท์นอนป่าราคาหลายล้าน สินค้าดีที่ควรมีไว้ในครอบครองก่อนยุค BYD และ Tesla ไทยเคยมี EV รุ่นบุกเบิกคันนี้มาก่อนจุดเริ่มต้นของน้ำจิ้มซีฟู้ดไทยชายคล้ายตำรวจถูกโพสต์คลิปกลางร้าน ชาวบ้านบางระกำวอนตรวจสอบ4 อาชีพที่รอดพ้นจาก AI และการปรับตัวของตลาดแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์SEC จะเป็นอย่างไรต้องดู EEC
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ก่อนยุค BYD และ Tesla ไทยเคยมี EV รุ่นบุกเบิกคันนี้มาก่อนพฤติกรรมทำร้ายกระดูกแบบไม่รู้ตัว เสี่ยงกระดูกบางเมื่ออายุมากขึ้นเราเติบโตในหน้าที่การงานได้ โดยไม่จำเป็น ต้องเก่งที่สุดเสมอไปเปิดพิเปิดพิกัดไหว้พระพิฆเนศในกรุงเทพ ขอพรงาน เรียน ธุรกิจ
ตั้งกระทู้ใหม่