#เพราะเหตุใดมุสลิมจึงร่วมประเพณีสงกรานต์ไม่ได้ ?
📍1.วันสงกรานต์ เป็นวันรื่นเริงของการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ของไทย แต่ศาสนาอิสลามได้กำหนดวันเฉลิมฉลองของมุสลิมไว้เพียง 2 วันเท่านั้น คือวันอีดิ้ลฟิตรฺและอีดิ้ลอัฏฮา ดังที่ปรากฏในอัล-หะดีษว่า :
عن أنس بن مالك رضي الله عنه قال: قدم رسول الله صلى الله عليه وسلم المدينة، ولهم يومان يلعبون فيهما. فقال: ما هذان اليومان؟. قالوا: كنا نلعب فيهما في الجاهلية، فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم: إن الله قد أبدلكم بهما خيرا منهما: يوم الأضحى، ويوم الفطر
รายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก รอฏิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : เมื่อท่านรอซูลุลลอฮฺﷺเดินทางมาถึงนครมะดีนะฮฺ เเละสำหรับชาวเมืองนั้นมีวันสองวันที่พวกเขาได้มีการละเล่นรื่นเริงกัน
ท่านรอซูลﷺจึงถามว่า : "ทั้งสองวันนั้นคือวันอะไร ?"
พวกเขาตอบว่า : "พวกเราได้มีการละเล่นในวันทั้งสองนี้ในสมัยยุคญาฮิลียะฮฺ(ยุคป่าเถื่อนก่อนอิสลาม)"
ท่านรอซูลุลลอฮฺﷺจึงกล่าวว่า :
"แท้จริงอัลลอฮฺﷻทรง(กำหนด)แทนให้แก่พวกท่านสองซึ่งวันที่มีความดีงามกว่าวันทั้งสองนั้น คือ วันอีดิ้ลอัฎฮา และวันอีดิ้ลฟิฎฺรฺ"
(บันทึกโดยอะบูดาวูด)
ฉะนั้น วันที่มีการละเล่น รื่นเริง เฉลิมฉลองใดๆก็ตามที่นอกเหนือจากสองวันดังกล่าวนั้นพระองค์ได้ทรงยกเลิกมันไป และทรงทดแทนมันด้วยกับวันที่มีความดีงามยิ่งกว่ามัน นั่นคือ วันอีดิ้ลอัฎฮา และวันอีดิ้ลฟิฎฺรฺ
ดังนั้น วันสงกรานต์ และการละเล่น การเฉลิมฉลองใดๆในวันสงกรานต์ หรือวันรื่นเริงอื่นๆนั้นจึงเป็นที่ต้องห้ามสำหรับบรรดามุสลิม
📍2.ความเชื่อที่เกี่ยวกับวันสงกรานต์
มีตำนาน ความเชื่อและเรื่องเล่ามากมายที่เกี่ยวกับวันสงกรานต์ และมันได้เกี่ยวพันธ์กับความเชื่อของศาสนาอื่น เช่น ความเชื่อที่ว่าการสาดน้ำกันในวันสงกรานต์จะทำให้ฝนตกตามฤดูกาล และอื่นๆ ฯลฯ ซึ่งความเชื่อต่างๆเหล่านี้ มุสลิมไม่สามารถที่จะนำมายึดถือเป็นความเชื่อหรือปฏิบัติมันได้ทั้งสิ้น เนื่องจากมันเป็นความเชื่อที่มาปฏิเสธความเป็นมุสลิม กล่าวคือ ผู้ที่มีความเชื่อหรือเห็นด้วยกับความเชื่อดังกล่าวนั้น เท่ากับเขาได้เชื่อในสิ่งที่เป็นการปฏิเสธศรัทธา(กุฟรฺ) ซึ่งมันเป็นความเชื่อที่ทำให้เขาสิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม(มุรตัด) และการเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆในประเพณีสงกรานต์นั้น อาจจะทำให้เขาหันเหออกจากหลักการศรัทธาที่ถูกต้องของศาสนาอิสลามไปตามความเชื่อของศาสนาอื่นได้
ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมุสลิมทั้งหลาย ที่จะเข้าร่วมกระทำกิจกรรมต่างๆในประเพณีสงกรานต์อย่างเด็ดขาด
📍3.การลอกเลียนแบบคนต่างศาสนิก
การเลียนแบบชนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดในการกระทำ หรือความเชื่อ ก็เปรียบเสมือนว่าเขาเป็นเฉกเช่นชนกลุ่มนั้น ดังที่ท่านรอซูลุลลอฮฺﷺได้กล่าวว่า :
مَنْ تَشَبَّهَ بِقَوْمٍ فَهُوَ مِنْهُمْ
"ใครที่เลียนแบบกลุ่มชนหนึ่งกลุ่มชนใด ดังนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชนนั้น"
(บันทึกโดยอบูดาวุด)
ดังนั้นถ้าเราเข้าร่วมการละเล่นในวันสงกรานต์เราก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเขาเลยดังตัวบทหะดีษ
เพียงเเค่สามประการนี้ถือเป็นเหตุผลเพียงพอแล้วสำหรับการที่มุสลิมจะไม่เข้าร่วมประเพณีสงกรานต์ ซึ่งยังไม่รวมถึงประเด็นย่อยอื่นๆเช่น การใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย กระปะปนกันระหว่างชายหญิง การแต่งตัวด้วยสภาพที่เปียกน้ำของมุสลิมะฮฺ และอื่นๆที่เป็นการเน้นย้ำถึงการห้ามการเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าวเป็นอันขาด
สำหรับมุสลิมผู้มีศรัทธานั้น เขาจะต้องไม่เข้าร่วมและจะต้องนำพาตัวเองให้ออกห่างจากพิธีกรรมต่างๆและการละเล่นทั้งหลายในวันสงกรานต์ ตลอดจนพิธีกรรมอื่นๆด้วย เพื่อที่จะให้ตัวเขานั้นบริสุทธิ์ปราศจากบาปใหญ่ที่จะเกิดขึ้นกับเขาในการเข้าไปมีส่วนร่วมในเทศกาลดังกล่าว อีกทั้งต้องช่วยกันตักเตือนและห้ามปรามญาติพี่น้องของเราและคนใกล้ชิดให้ออกห่างจากมันด้วย
- ขออัลลอฮฺﷻทรงนำทางเราสู่ทางอันเที่ยงตรงด้วยเถิด -
#อิสลามตามแบบฉบับ
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
ความเชื่อโบราณ "อาถรรพ์นางตานี"



