ตายายเก็บเห็ดเรื่องดรามา แท้จริงข้อหาแอบตัดไม้ทำลายป่า
ตามที่มีข่าวกันบ่อยๆ ว่ามีกรณีตายาย 2 คนไปเก็บเห็ดในป่าแล้วถูกตั้งข้อหาหนัก แต่ทีผู้มีตำแหน่งใหญ่โตปลูกบ้านบนเขายายเที่ยง หรือนักธุรกิจใหญ่ไปยิงเสือก็กลัวว่าจะไม่ได้รับการลงโทษเช่นเดียวกับตายายนั้น แท้จริงแล้วเรื่องนี้เป็นดรามา ความจริงก็คือ "สองตายาย" ทำผิดข้อหาแอบตัดไม้ทำลายป่า
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ยกกรณีตัวอย่างดรามาในสังคม โดยความจริงคือ
1. ไม่มีข้อหาการเก็บเห็ดในป่าแต่อย่างใดเลย
2. สองคน (นายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน)ตอนถูกจับเมื่อปี 2553 อายุ 51 ปีและ 48 ปีตามลำดับ แต่กลับเรียกขานว่าตายาย อย่างมากก็แค่ตายายเท่านั้น (คงเรียกให้ดูน่าสงสาร)
3. มีข่าวว่า "ตายายเก็บเห็ดพ้นคุก ยังแร้นแค้นขยาดป่าไม่เข้าใกล้" (16 มิถุนายน 2558: https://goo.gl/FaH5bg) แต่เห็นมีบ้านหลังใหญ่ มีรถ 6 ล้อ และมีสติ๊กเกอร์ "รับยกบ้าน" (อาชีพเป็นผู้รับเหมายกบ้าน?) ซึ่งก็น่าแปลกดี (7 กุมภาพันธ์ 2561 https://goo.gl/6HFYzz)
4. สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาปรากฏว่า ความผิดที่แท้จริงคือการแอบตัดไม้ทำลายป่า ไม่ใช่การเก็บเห็ด แต่ทนายและญาติก็บอกว่าถูกหลอกให้สารภาพ แต่ในกรณีนี้ ศาลทั้ง 3 ศาลก็พิจารณาชัดแล้ว (https://goo.gl/F71VG6)
คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 จำเลยทั้งสอง ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ
ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในการทำไม้ในป่าดงระแนง ตำบลคลองขาม อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ คิดเป็นเนื้อที่ 72 ไร่ และใช้อุปกรณ์เครื่องมือใดไม่ปรากฏชัดตัดและโค่นไม้สัก ไม้กระยาเลย ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ออกจากต้น 700 ต้น อยู่ในเขตที่ดินป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นป่าตามกฎหมายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้รับสัมปทานหรือได้รับยกเว้นใดๆตามกฎหมายให้ทำไม้ได้ อันเป็นการกระทำด้วยประการใดๆ ทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีไม้สักกับไม้กระยาเลยอันยังไม่ได้แปรรูป อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. จำนวน 1,148 ท่อน รวมปริมาตร 65.69 ลูกบาศก์เมตร คิด เป็นเงินค่าภาคหลวง 552,160 บาท โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือ รอยตรารัฐบาลขายไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว. . .พิพากษาให้จำคุกคนละ 15 ปี ริบของกลางทั้งหมด ให้จำเลยทั้งสองออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครอง. . .ศาลอุทธรณ์. . .ลงโทษฐานร่วมกันทำไม้ คนละ 5 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป คนละ 9 ปี 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 14 ปี 12 เดือน. . .ศาลฎีกา. . .พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันทำไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองจำคุกคนละ 6 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี
นอกจากนี้ศาลฎีกายังเห็นว่า. . .ข้ออ้างอาการป่วยของจำเลยที่ 1 ตามฎีกา เป็นการกล่าวอ้างเพิ่มขั้นในชั้นฎีกาแตกต่างกับข้ออ้างในชั้นอุทธรณ์. . .นอกจากนี้อาการป่วยของจำเลยที่ 1 ตามข้ออ้างในฎีกายังขัดแย้งกับใบรับรองแพทย์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์. . .ดังนี้ ส่อแสดงว่า จำเลยทั้งสองพยายามปรุงแต่งข้ออ้างอาการป่วยเจ็บของจำเลยที่ 1 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบิดเบือนไปให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงว่า เรื่องที่จำเลยกล่าวอ้างมานั้นขัดแย้งกันเองทั้งสิ้น จึงเป็นพิรุธรับฟังเป็นความจริงไม่ได้. . .
ความจริงกับความเชื่อบางทีก็แตกต่างกัน
ภาพดรามา 3
ที่มา : https://goo.gl/xfQeXo
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
โรคกระเพาะไม่ได้มาจากน้ำย่อย
เบื้องหลังป้ายทะเบียนเลขสวยกรุงเทพฯ ทำไมคนยอมประมูลแพง
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
พังในวันนั้น... ฮาในวันนี้!
ยิ่งไม่อาบน้ำ ยุงยิ่งชอบจริงไหม
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
รูบนมีดปังตอมีไว้ทำไม
ประโยชน์ของโซดาที่หลายคนมองข้าม
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
How pet cameras help owners spot problems they might otherwise miss
โรคกระเพาะไม่ได้มาจากน้ำย่อย
ยิ่งไม่อาบน้ำ ยุงยิ่งชอบจริงไหม
รูบนมีดปังตอมีไว้ทำไม
พังในวันนั้น... ฮาในวันนี้!
เบื้องหลังป้ายทะเบียนเลขสวยกรุงเทพฯ ทำไมคนยอมประมูลแพง





