อุโบสถกลางน้ำ300ปี วัดหมื่นไวย (เที่ยวใกล้บ้าน)
" วันนี้มาเที่ยวใกล้บ้านกันจ้า ไม่ต้องถึงวัดไชยฯ วัดหมื่นไวยก็พอนะออเจ้า ^___^
อุโบสถกลางน้ำ300ปี วัดหมื่นไวย ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา "
.
หากจะกล่าวว่า วัดใดเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโคราช คงไม่อาจชี้ชัดๆ ลงไปได้ แต่ วัดหมื่นไวย
ก็ได้ชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของโคราชที่แม้จะเป็นวัดรอบนอกคูเมืองโคราช
แต่ก็มากเอกลักษณ์ความสวยงามและมีเรื่องเล่าตำนานการสร้างวัดที่น่าสนใจ
โดยเฉพาะอุโบสถกลางน้ำที่ยืนหยัดคู่วัดมานานกว่า 300 ปี และพระพุทธรูปปางปาลิเลย์ (ปางเลไลย์) อันศักดิ์สิทธิ์
และเคารพเลื่อมใสจากพุทธศาสนิกชน
.
วัดหมื่นไวย เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ.2253 โดยบริเวณที่ตั้งวัดในสมัยนั้นเป็นที่พักตั้งด่านของ ขุนหมื่นไวย จึงตั้งชื่อวัดว่า ‘วัดหมื่นไวย’ เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วก็สร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ได้อาศัยทำกิจวัตรและบำเพ็ญสมณธรรม เมื่อที่อยู่อาศัยทรุดโทรม ชาวบ้านก็ได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์ ทำนุบำรุงให้พระสงฆ์ได้มีที่พักอาศัยตลอดมา
สำหรับประวัติอุโบสถหลังเก่า ท่านผู้เฒ่าได้เล่าให้ฟังว่า ขรัวพ่อเจ้าวัดบึง (หลวงพ่อเพชร) ซึ่งเป็นตระกูลศรีหมื่นไวย ในขณะที่ท่านอุปสมบทอยู่ ท่านได้สร้างอุโบสถที่วัดบึง 1 หลัง พอทำโบสถ์ที่วัดบึงเสร็จแล้ว ท่านจึงได้มาสร้างโบสถ์ที่วัดหมื่นไวย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ลักษณะของโบสถ์ของวัดหมื่นไวยเป็นโบสถ์ที่มีเสาสี่เสาเก้าประตู แปดหน้าต่าง มีน้ำล้อมรอบโบสถ์ สร้างเสร็จแล้วก็ได้ให้พระสงฆ์ได้ทำสังฆกรรม และต่อมาโบสถ์ได้ชำรุดทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา
ต่อมามี พระสิริธรรมาทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นพระต้นตระกูลศรีหมื่นไวย ได้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ เพราะพิจารณาเห็นว่า อุโบสถหลังเก่าได้ชำรุดทรุดโทรมมากแล้ว ไม่สามารถที่จะทำการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้ จึงปรึกษากับ นายทอง ศรีหมื่นไวยเพื่อที่จะสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น แต่ให้คงสภาพเดิมไว้ คือ มีสี่เสา เก้าประตู แปดหน้าต่าง ท่านได้ไปดูโบสถ์ที่สร้างในจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสาน เพื่อจะนำมาประยุกต์สร้างอุโบสถหลังใหม่ให้เป็นที่เจริญตา
วันหนึ่งท่านได้ไปดูโบสถ์ที่วัดสิริสารวัน บ้านโนนทัน อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ซึ่งตั้งอยู่บนไหล่เขาภูพาน หลังคาโบสถ์เป็นรูปปราสาท จึงนำมาปรับปรุงอุโบสถหลังใหม่ของวัดหมื่นไวย โดยทำหลังคาโบสถ์เป็นรูปปราสาทตามแบบของโบสถ์วัดสิริสารวัน ส่วนตัวโบสถ์สร้างเป็นแบบโบสถ์หลังเก่า คือ เสาสี่เสา เก้าประตู แปดหน้าต่าง ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ อุโบสถ์หลังใหม่ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2518
----------------------------------------------------------------------------------------------
อุโบสถกลางน้ำ300ปี
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหมื่นไวย เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนมาช้านาน ซึ่งน่าจะย้อนกลับไปได้ถึงสมัยอยุธยาตอนปลายเลยทีเดียว เพราะภายในวัดปรากฏหลักฐานหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือ อุโบสถกลางน้ำ อายุ ๓๐๐ กว่าปีที่สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ด้วยลักษณะของอุโบสถเป็นแบบก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานอุโบสถก่อเป็นแนวโค้งที่เรียกตามเชิงช่างว่า ‘หย่อนท้องช้าง’ หรือ ‘หย่อนท้องสำเภา’ อันเป็นหนึ่งในลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายที่สามารถพบเห็นได้ตามวัดเก่าแก่ (ที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ) ต่างๆ ในเขตกำแพงเมือง และว่ากันว่า อิฐที่ใช้ก่อสร้างฐานและผนังพระอุโบสถนั้นเป็นอิฐก้อนใหญ่แบบเดียวกับที่ใช้ก่อสร้างกำแพงเมืองเก่า โดยภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิเยก์ (ปางเลไลยก์) พระพุทธปูนปั้นลงรักปิดทองที่ชาวบ้านให้ความเลื่อมใสและศรัทธาเป็นอย่างมาก
อุโบสถกลางน้ำ (อุโบสถหลังเก่า) ก่อด้วยอิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปักใบเสมาหิน
ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิเยก์ (ปางเลไลย์) ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ขนาด 3 ห้อง เจาะช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ข้างละ 2 ช่อง ด้านหน้าและด้านหลังก่อเป็นมุขลดชั้นยื่นออกมาทั้ง 2 ด้าน มุขด้านหน้า ด้านทิศตะวันออกก่อผนังทึบเจาะช่องประตูทางเข้า 2 ช่อง และช่องหน้าต่างที่ผนังข้างละ 1 ช่อง ผนังกั้นระหว่างมุขกับห้องโถงกลางเจาะช่องประตูทางเข้า 2 ช่องแล่ะองหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ผนังด้านข้างอีกข้างละ 1 ช่อง ที่ผนังกั้นโถงกลางเจาะเป็นช่องประตูเข้าสู่ห้องโถงกลาง 2 ช่อง ตรงกลางทำซุ้มปราสาทประดิษฐานเจดีย์ขนาดเล็ก (พระธาตุจุฬามณี) ไว้ภายใน หน้าบันมุขทั้ง 2 ข้าง สลักเป็นลายเครือเถาประดับกระจก ตอนล่างสุดเป็นลายแนวกระจังคั่นระหว่างหน้าบันและขอบผนัง
ภายในห้องโถงกลางที่ผนังกั้นมุขตะวันตก ก่อเป็นแท่นชุกชีประดิษฐาน พระพุทธรูปปางปาลิเลย์ (ปางเลไลย์)ปูนปั้นลงรักปิดทอง ฐานอุโบสถก่อเป็นแนวโค้ง หย่อนท้องช้าง หรือหย่อนท้องสำเภา ซุ้มหน้าต่างและซุ้มประตูเป็นซุ้มรูปสามเหลี่ยม ลักษณะคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายและได้รับการบูรณะสืบเนืองมาในชั้นหลังปัจจุบันสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ได้มีการขุดแต่งบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานอุโบสถวัดหมื่นไวย
ข้อมูลประวัติวัดจาก : http://moremove.com/mmV5/?p=13758
โรงแรมที่สวยงามหรูหราที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
"ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางเศรษฐีตัวจริง
ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7
จังหวัดเดียวในไทย ที่ พื้นที่เล็กที่สุด แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนสูงติดอันดับประเทศ
โซเชียลเขมรเรียกร้องจัดสงกรานต์แบบไทย ไม่เอาเขมรโบราณ สะท้อนกระแสอยากได้ความสนุกมากกว่าพิธีการ
เปิดสถิติหวย “วันพุธ 20 ปี” เลขเดิมวนซ้ำจริงไหม งวด 1 เม.ย. 69 ลุ้นกลับมาอีกครั้ง
กำนัน กับ อบต. ต่างกันยังไง ใครดูแลอะไรบ้าง
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
รถโดยสารนอนราบคันแรกของญี่ปุ่น
AI วิเคราะห์เลขเด็ด ใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
ผู้โดยสารย้ายที่นั่งเอง ถูกเชิญลงจากเครื่องบินทันที
UAE โดรนโจมตีคลังน้ำมัน กระทบราคาพลังงานไทย
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ร้อนระอุทั่วไทย! เหนือแตะ 40 องศา ฝนฟ้าคะนองแทรก ลมแรงบางพื้นที่
แมงกะพรุนอิรุคันจิ พิษร้ายแรงระดับโลก พบได้ในไทย














