เจาะลึกลงทุนอสังหาฯ อเมริกา
เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกากำลังเติบโต เราคนไทยจะไปแสวงหาลู่ทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์กันอย่างไรดี ถึงจะประสบความสำเร็จ รุ่งเรืองไม่รุ่งริ่งกลับมา
ในโลกยุคใหม่ เรามักได้ข่าวการก่อการร้าย ในสหรัฐอเมริกาอยู่บ่อยๆ ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็มักมีฉากอาชญากรรมในนครใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกาอยู่เนืองๆ ทำให้หลายคนคงรู้สึกว่าสหรัฐอเมริกาไม่ปลอดภัยและไม่น่าอยู่อาศัย แต่ในความเป็นจริงประเทศนี้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จนทำให้คนหลากหลายเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันและเติบโตร่วมกันไปได้
คนไทยที่ไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่มีความรู้สึกเช่นนี้จริงๆ คนไทยที่ไปอยู่ที่นั่นมา 20 ถึง 40 ปี คงกลับบ้านเกิดเมืองนอนเป็นส่วนน้อยเพราะปักหลักปักฐานเรียบร้อย ญาติมิตรในไทยก็ร่อยหรอในขณะที่มีญาติมิตรใหม่อยู่ในสหรัฐยิ่งรุ่นลูกหลานก็คงยิ่งไม่คิดย้ายออกจากประเทศนี้ และความจริงอีกอย่างหนึ่งคือประเทศไทยมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินน้อยกว่ามาก
ผลสำรวจบอกว่าคนจีนเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับหนึ่งนอกเหนือจากการซื้อทรัพย์สินภายในประเทศ อินเดียซึ่งมีประชากรเกือบเท่าจีนแล้ว ก็เลือกสหรัฐอเมริกาเป็นเป้าหมายการลงทุนอันดับหนึ่งเช่นกัน อาจกล่าวได้ว่าทั่วโลกนิยมมาซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบ้านและที่ดินในสารัทธ์อเมริกา
ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกามีวิกฤตอสังหาริมทรัพย์มาแล้วสองรอบ รอบแรกเกิดเมื่อปี 2531 เรียกว่า the Saving and Loan Crisis ซึ่งเป็นผลพวงจากการปล่อยกู้ส่งเดช อีกครั้งหนึ่งเกิดเมื่อปี 2551 เรียกว่า the Subprime Crisis โดยการเล่นแร่แปลธาตุในตลาดอนุพันธ์พันธุ์ของสหรัฐอเมริกา ต่อมาราคาอสังหาริมทรัพย์ก็ค่อยๆ ฟื้นตัวมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน แต่หลายคนก็กังวลว่าจะเกิดฟองสบู่อีกในไม่ช้า
อย่างไรก็ตามฟองสบู่คงยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ทั้งนี้ดูได้จาก อัตราการว่างงาน หนังสือพิมพ์ไฟแนนซ์เชียลไทม์ฉบับวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2560 รายงานว่าอัตราการว่างงานทั่วสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 4.1% ถือว่าต่ำสุดในรอบ 17 ปีคือตั้งแต่ปี 2543 โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของ ตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตร อย่างไรก็ตามรายได้ของคนทำงานเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% ในรอบปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นราคาบ้านยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกเดือนมาจนถึงเดือนล่าสุดคือเดือน กันยายน 2560
การมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นก็ตามไม่ใช่จำกัดอยู่ในวงเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่แต่นักธุรกิจรายการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ก็สามารถลงทุนได้ ด้วยการซื้อบ้านห้องชุดอะพาร์ตเมนต์ หรือทรัพย์สินอื่นที่สร้างรายได้ การลงทุนข้ามชาติของเอสเอ็มอีอาจมีมากกว่าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เสียอีก การลงทุนข้ามชาติเป็นการกระจายความเสี่ยง แสวงหาโอกาสและสร้างแบรนด์ได้จากประเทศอีกด้วย
คนไทยและคนต่างชาติทั้งหลายสามารถซื้อบ้านและอสังหาริมทรัพย์ได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไม่มีข้อจำกัดมากมายเช่นในประเทศไทย นอกจากนี้ยังสามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาได้ด้วย แต่ ณ อัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 7-9% ในขณะที่คนท้องถิ่นกู้ในอัตราเพียง 3.75% ดังนั้นในการลงทุนจึงไม่ควรใช้เงินกู้ หรือใช้เงินกู้แต่น้อย
อีกลู่ทางหนึ่งในการลงทุนก็คือ EB5 ซึ่งย่อมาจาก 'employment base category five โดยลงทุน เป็นเงิน 1,000,000 เหรียญสหรัฐและสร้างงานให้ชาวอเมริกันได้ 10 งาน ผู้ขอและคู่ครองก็จะได้ใบผู้มีถิ่นฐานถาวรในสหรัฐอเมริกา สำหรับในพื้นที่ห่างไกลความเจริญเงินลงทุนเพียงแค่ 500,000 เหรียญเท่านั้นแต่ยังต้องสร้างงานได้ 10 งานเช่นเดิม นอกจากนั้นยังอาจมีการลงทุนผ่านกลไกบริษัทแบบ Regional center ที่เป็นแหล่งสร้างงานและเราเพียงวางเงินตามวงเงินที่กำหนดข้างต้น
ในการลงทุนภาคปฏิบัติ เราอาจซื้อบ้านหรือห้องชุดมาเพื่อให้บุตรหลานที่มาเรียนหนังสือหรืออาจซื้อมาเพื่อปล่อยเช่าและขายต่อเมื่อได้กำไรดีซึ่งจะทำให้เราได้ผลตอบแทนจากทั้งการเพิ่มขึ้นของราคาและค่าเช่านั่นเอง ทั้งนี้ในปัจจุบันราคาบ้าน (Capital Gain)ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ต่อปี อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนสุทธิจากการให้เช่า (Capitalization Rate) ช่วงเพียง 3-4% เท่านั้น
การลงทุนที่น่าสนใจก็คือประการแรกควรซื้อทรัพย์สินที่สร้างรายได้เช่นบ้านเช่า อพาร์ตเม้นต์ หรือโรงแรม เพื่อให้ทรัพย์สินสร้างรายได้หมุนเวียน เทคนิคอีกอย่างหนึ่งคือการให้เช่าระยะสั้นลงเช่นแทนที่จะให้เช่ารายปี ก็อาจเป็น 2-6 เดือนสำหรับวิชาชีพที่มีการหมุนเวียน เช่นแพทย์และพยาบาล นอกจากนี้ยังอาจให้เช่าเป็นโรงแรมแบบ Airbnb ก็จะสร้างรายได้ได้มากกว่าการเช่าตามแบบปกติ
ยิ่งกว่านั้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา ควรดำเนินการผ่านนายหน้าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการซื้อขายกันเองถึงแม้ว่าจะต้องเสียค่านายหน้าสูงถึง 5-6% ก็ตาม (ในไทย จ่ายเพียง 3% เท่านั้น) และยังสามารถตัดเรื่องยุ่งยากในการประสานงาน ทำสัญญา ฯลฯ อีกมากมาย แต่ใช่ว่าเราจะเชื่อนายหน้าโดยไม่มีการตรวจสอบ ยิ่งเป็นคนต่างชาติอีกอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนการทำสัญญาใด ๆ ในยุคบูมก่อนหน้านี้ นักลงทุนที่ไม่รอบรู้จากทั้งญี่ปุ่น รัสเซีย และจีนตาก็เสียค่าโง่มามากมายแล้ว
อย่างไรก็ตามการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นมักต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราสูงถึงราว 1-3% ของมูลค่าตลาดของทรัพย์สิน เช่นบ้านหลังหนึ่งราคา 20 ล้านบาทจะต้องเสียภาษี 1.5% ก็เท่ากับ 300,000 บาท ในขณะที่ในประเทศไทยมีแนวโน้มว่าบ้านราคาต่ำกว่า 50 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะเป็นประโยชน์จากต่างชาติและเป็นผลเสียต่อประเทศชาตินั่นเอง
สุดท้ายก็คือ เราต้องศึกษาข้อมูลภาวะตลาด อัตราผลตอบแทน และทิศทางแนวโน้มในอนาคตก่อนการตัดสินใจเพื่อความสำเร็จในการลงทุนในระยะยาวนั้นเอง ไม่รู้จริงอย่าเพิ่งลงทุน!
เบื้องหลังป้ายทะเบียนเลขสวยกรุงเทพฯ ทำไมคนยอมประมูลแพง
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
โรคกระเพาะไม่ได้มาจากน้ำย่อย
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ประโยชน์ของโซดาที่หลายคนมองข้าม
กรมอุตุฯ เตือน 27–30 ก.ค. ไทยฝนหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
รูบนมีดปังตอมีไว้ทำไม
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
พังในวันนั้น... ฮาในวันนี้!
ยิ่งไม่อาบน้ำ ยุงยิ่งชอบจริงไหม
How pet cameras help owners spot problems they might otherwise miss
โรคกระเพาะไม่ได้มาจากน้ำย่อย
ยิ่งไม่อาบน้ำ ยุงยิ่งชอบจริงไหม
รูบนมีดปังตอมีไว้ทำไม
พังในวันนั้น... ฮาในวันนี้!
เบื้องหลังป้ายทะเบียนเลขสวยกรุงเทพฯ ทำไมคนยอมประมูลแพง



