อาหารของ ฮองเฮา เหล่าสนม และนางในสมัยราชวงศ์ชิง
โพสท์โดย ภูติบูรพา

ในสมัยราชวงศ์ชิงนั้นมีการคัดเลือกเหล่าสนมนางในจากทั่วแผ่นดิน ตระกูลต่างๆก็อยากให้ลูกสาวได้เข้ามาอยู่ในวัง เพื่อที่จะได้สุขสบาย และอาจได้มีอำนาจวาสนาเพิ่มขึ้น นางในที่เข้ามาอยู่ในวังนั้น มีตั้งแต่ยศสูงส่งคือพระพันปีหลวง ยันต่ำสุดคือนางข้าหลวงตัวน้อย ล้วนแต่ได้รับเงินปีกันโดยทั่วหน้า วันนี้จะพาไปดูอาหารการกินของนางเหล่านี้กัน
ใน ๑ วันราชสำนักแมนจูจะรับประทานอาหาร ๓ มื้อ ถ้านับตามธรรมเนียมปฏิบัติของฮ่องเต้ มื้อเช้าประมาณ ๖.๐๐ นาฬิกา ๑ มื้อ มื้อเที่ยงตอน ๑๔.๐๐ ๑ มื้อ และมื้อเย็นตอน ๑๗.๐๐ นาฬิกาจะเป็นเครื่องว่าง ที่ไม่ค่อยจะเบานัก อาทิ ไก่ทอด หมูทอด ซาลาเปา จากธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าว อาจจะสันนิษฐานว่าเหล่านางในแต่ละวันกินกี่มื้อ และมื้อหนึ่งกินกี่โมงคงไม่ได้แตกต่างไปจากฮ่องเต้เท่าใดนัก
ทางด้านชนิดของอาหารที่จะทำให้นางในกินนั้นไม่ได้กำหนดชนิดตายตัว ขึ้นอยู่กับห้องเครื่องหลวงจะทำถวาย อันนี้อย่าได้คิดว่าอาหารในวังจีนนั้นจะเป็นหนวดเต่าเขากระต่ายเป็นพื้น จริงๆก็ใช้เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อแพะธรรมดาๆนี้เอง ของแปลกๆก็มีมาเรื่อยๆตามแต่ว่ามีใครส่งมาเป็นบรรณาการประจำปี ที่ผิดจากอาหารคนธรรมดาคือของนั้นแม้จะเป็นของธรรมดาๆ แต่ว่าจะเป็นของชั้นเลิศ อาทิ แป้งที่ใช้ประกอบอาหารในวังจะโม่ถึง ๖ ครั้ง ขณะที่บ้านชาวบ้านจะโม่แค่ ๒ ครั้งเท่านั้น
ห้องเครื่องสำหรับปรุงอาหารถวายพระสนมจะแยกเป็นเอกเทศไม่ยุ่งเกี่ยวกับห้องเครื่องของฮ่องเต้ และฮ่องไทเฮา ห้องเครื่องจะทำอะไรมาถวายแก่นางในนั้นเป็นสิ่งที่นางในเลือกไม่ได้ แต่อาจจะสั่งได้ว่าไม่กินอะไร หรือไม่ก็ถ้าทำมาแล้วไม่ถูกใจจะสั่งออกไปว่าให้ทำอะไรเพิ่มมาก็ได้เช่นกัน หรือไม่ก็สั่งนางข้าหลวงและขันทีออกไปซื้อจากนอกวังมาให้กิน ไม่ก็ทำกินเองเพิ่มเติมก็ได้ แต่ปรกติแล้วอาหารปริมาณมากขนาดนั้น มันคงมีอะไรถูกใจสักอย่าง
ปริมาณมากนี้มากแค่ไหนลองมาดูกัน
ปริมาณอาหารที่จะทำให้นางในแต่ละคน จะแบ่งจำนวนตำลำดับศักดิ์ของนางในยิ่งสูงมากปริมาณยิ่งมาก ต่อไปนี้คือปริมาณเนื้อสัตว์ที่ใช้ปรุงอาหารถวายนางในแต่ละลำดับในวันๆหนึ่ง แต่ก่อนที่จะกล่าว ทั้งนี้ ขออธิบายเล็กน้อยเกี่ยวกับอัตราชั่งตัววัดของจีนโบราณกล่าวคือ ๑ ถาด หรือเรียกว่า “ผาน”(盘: pan) เท่ากับ ๑๖ จิน (斤: jin) ๑ จิน เท่ากับ ๕๙๖.๙๒ กรัม และ๑ จิน เท่ากับ ๑๖ เหลี่ยง (两:liang) โดย ๑ เหลี่ยงเท่ากับ ๓๑. ๒๕ กรัม
ต่อไปนี้คือปริมาณเนื้อสัตว์ที่เป็นส่วนแบ่งให้นางในแต่ละลำดับศักดิ์ในแต่ละวัน
๑. ฮองไทเฮา – หมู ๑ ตัว แพะ ๑ ตัว ไก่เป็ด อย่างละ ๑ ตัว
๒. ฮองเฮา – หมู ๑ ถาด (๙.๖ กิโลกรัม) แพะ ๑ ถาด (๙.๖ กิโลกรัม)ไก่เป็ด อย่างละ ๑ ตัว
๓. ฮวงกุ่ยเฟย – หมู ๑๒ จิน (๗.๒ กิโลกรัม) แพะ ๑ ถาด (๙.๖ กิโลกรัม) ไก่ หรือเป็ด อย่างละ ๑ ตัว
๔. กุ่ยเฟย – หมู ๙ จิน ๒ เหลี่ยง (๕.๙๒ กิโลกรัม) เป็ดไก่รวมแล้วเดือนละ ๑๕ ตัว แพะเดือนละ ๑๕ ถาด(๑๔๓.๒๘ กิโลกรัม)
๕. เฟย – หมู ๙ จิน (๕.๔ กิโลกรัม) เป็ดไก่รวมแล้วเดือนละ ๑๐ ตัว แพะเดือนละ ๑๕ ถาด(๑๔๓.๒๘ กิโลกรัม)
๖. ผิน – หมู ๖ จิน (๓.๕๖ กิโลกรัม) เป็ดไก่รวมแล้วเดือนละ ๑๐ ตัว แพะเดือนละ ๑๕ ถาด(๑๔๓.๒๘ กิโลกรัม)
๗. กุ่ยเหริน – หมู ๖ จิน (๓.๕๖ กิโลกรัม) เป็ดไก่รวมแล้วเดือนละ ๘ ตัว แพะเดือนละ ๑๕ ถาด(๑๔๓.๒๘ กิโลกรัม)
๘. ฉางจ้าย – หมู ๕ จิน (๒.๙๘ กิโลกรัม) เป็ดไก่รวมแล้วเดือนละ ๕ ตัว แพะเดือนละ ๑๕ ถาด(๑๔๓.๒๘ กิโลกรัม)
๙. ตาอิ้ง – หมู ๑ จิน ๒ เหลี่ยง (๖๕๙.๔๒ กรัม) เนื้อสัตว์อื่นๆและผักในแต่ละวัน รวมแล้ว ๒ จิน (๑.๒๐ กิโลกรัม)
๑๐. กวนนู่ (นางพนักงาน) – หมู ๑ จิน (๕๙๖.๙๒ กรัม) เนื้อสัตว์อื่นๆและผักในแต่ละวัน ๑๒ เหลี่ยง (๓๗๕ กรัม)
๑๑. กงนู่ (นางข้าหลวง) – หมู ๑ จิน (๕๙๖.๙๒ กรัม) เนื้อสัตว์อื่นๆและผักในแต่ละวัน ๑๐เหลี่ยง (๓๑๒.๕ กรัม)
จากปริมาณเฉพาะเนื้อสัตว์ ยังไม่นับรวมผัก รวมข้าว จะเห็นได้ว่าอาหารที่ให้นางในรวมถึงนางพนักงานและนางข้าหลวงในแต่ละวันนั้นมากมายมหาศาล ถ้ากินหมดคงไม่ใช่มนุษย์ และแน่นอนไม่มีใครกินหมด แต่อาหารที่เหลือนั้นจะไม่ถูกทิ้งเด็ดขาด แต่ว่าจะเหลือให้เหล่าบ่าวไพร่ในวังกินต่อ อาทิ ฮ่องเต้เสวยอาหารเหลือ (มื้อหนึ่งประมาณ ๒๐ กว่าชนิด) จะประทานอาหารที่เหลือนั้นให้แก่เจ้านาย เชื้อพระวงศ์ ขุนนาง รวมไปถึงขันทีที่รับใช้
สำหรับอาหารที่เหลือ นางในเองก็ไม่ได้ต่างกัน หลังจากเหล่าพระสนมเสวยเสร็จ นางข้าหลวงขันทีจำนวนไม่น้อยก็กินต่อ หลักฐานมีปรากฎในบันทึกคุณหญิงเต๋อหลิง (德龄公主:de ling gong zhu) นางสนองพระโอษฐ์พระนางสูซีไทเฮา คุณหญิงเล่าว่า หลังจากที่พระนางเสวยเสร็จแล้ว ฮ่องเฮา และเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่คอยถวายงาน รวมไปถึงนางสนองพระโอษฐ์ก็จะนำของเสวยมากินร่วมกัน กินเสร็จแล้วเหล่านางข้าหลวงและขันทีก็จะนำไปกินต่อ สรุปง่ายๆคืออาหารเหลือนั้นไม่มีทางเหลือทิ้ง เพราะคนงานในวังนี้มากมายเหลือจะนับ แต่ถ้าสงสัยว่าทำไมไม่ทำเฉพาะนายกิน และทำเฉพาะบ่าวกิน ก็มีคำอธิบายว่า นายที่ดี ควรจะให้บ่าวร่วมสุขด้วย มีของกินดีๆก็ควรแบ่งเหลือไว้ให้บ่าวกิน ไม่เช่นนั้นจะบ่งว่านายนี้เหนียวเกินจะรับใช้
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก
10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปี
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เจาะแนวทางเลขมหาลาภ รับสงกรานต์ งวด 1 เมษายน 2569
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/4/69
เลขเด่นงวด สรุปแนวทาง 2 ตัวน่าสนใจ
อำเภอที่อากาศร้อนที่สุดในประเทศไทย
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
เปิด 11 ประเทศที่นิยมใช้ “สินค้าไทย” มากที่สุดในโลก
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส2มาแน่นอน
ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ 256 ปี วันอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง
ลูกแมวน้ำท้าพายุ! บุกนอนหน้าร้านกลางสกอตแลนด์ กู้ภัยตั้งรั้วกันวุ่น แต่เจ้าตัวเมิน…หลับต่อเฉย
โรคโหยหาอดีต ภาวะที่หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำเก่า ๆ ที่หลอกใจและรบกวนชีวิต
เจาะลึกรายได้และเส้นทางอาชีพของ"เชฟมืออาชีพ"
สีเขียวจาก “ใบเตย” และที่มาของกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่สัมผัสได้ในขนมไทย
เจาะลึกรายได้และเส้นทางอาชีพของ"เชฟมืออาชีพ"
จากผลไม้สีเขียว สู่การนำเอามาทำเป็นสีดำเพื่อการใช้งาน เจาะลึก "มะเกลือ" ผลไม้ที่เอาไปทำสีย้อมผ้าได้
ความแตกต่างระหว่าง 'กุ๊ก' และ 'เชฟ' ในแต่ละประเภทธุรกิจ