10 บ้านที่ขายดีและ 10 บ้านที่ขายไม่ดี. . .ต้องรู้
เราต้องรู้ข้อมูลให้ชัดเจนว่าบ้านแบบไหนขายได้ ขายไม่ได้ เป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่อย่างไร ไม่ใช่คิดเองเออเอง เราจะได้ลงทุนซื้อบ้านอย่างรอบรู้ มา10 บ้านที่ขายดีและ 10 บ้านที่ขายไม่
ผมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) จัดอันดับทำเล ประเภทบ้านและระดับราคาที่น่าสนใจที่สุดในการลงทุนเพราะราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากไว้ 10 อันดับดังต่อไปนี้:
อันดับที่ 1 บ้านเดี่ยว ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ในทำเล E2: นิมิตใหม่ มีจำนวน 365 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 3.698 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 4.077 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 10.3% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 2 บ้านเดี่ยว ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ในทำเล M4: นครไชยศรี มีจำนวน 64 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 2.744 ล้าน
อันดับที่ 3 ทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 1.001-2.000 ล้านบาท ในทำเล H6: ปากน้ำ มีจำนวน 474 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 1.636 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 1.780 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 8.8% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 4 ห้องชุด ระดับราคา 1.001-2.000 ล้านบาท ในทำเล M4: นครไชยศรี มีจำนวน 150 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 1.651 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 1.790 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 8.4% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 5 ทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ในทำเล H6: ปูเจ้าฯ - เทพารักษ์ มีจำนวน 85 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 3.590 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 3.890 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 8.4% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 6 บ้านเดี่ยว ระดับราคา >20.000 ล้านบาท ในทำเล F4: ลาดพร้าว 91 - บางกะปิ มีจำนวน 57 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 22.282 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 24.077 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 8.1% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 7 บ้านแฝด ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ในทำเล E3: หนองจอก มีจำนวน 244 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 2.823 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 3.050 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 8.0% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 8 บ้านเดี่ยว ระดับราคา 5.001-10.000 ล้านบาท ในทำเล E3: กาญจนาภิเษก-เพชรเกษม มีจำนวน 348 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 7.994 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 8.625 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 7.9% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 9 ห้องชุด ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ในทำเล I3: สุขุมวิท-พระรามที่ 4 มีจำนวน 507 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 2.111 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 2.276 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 7.8% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
อันดับที่ 10 ทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ในทำเล M2: กาญจนาภิเษก-บางแวก มีจำนวน 189 หน่วย มีราคาขาย ณ เดือนมิถุนายน 2559 หน่วยละ 3.758 ล้านบาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 4.044 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 7.6% ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังของปี 2559
สำหรับการปรับใช้เป็นดังนี้:
1. ในการพัฒนาที่ดิน หากจะพัฒนาที่ดินตามทำเล ประเภทและระดับราคานี้ น่าจะถือเป็นสินค้าที่ดีที่มีผู้สนใจซื้อจริง เพราะราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
2. ในการอำนวยสินเชื่อของสถาบันการเงิน หากสินค้าที่มาขออำนวยสินเชื่อ เข้ากลุ่ม 20 กลุ่มนี้ น่าจะเป็นสินค้าที่น่าอำนวยสินเชื่อ
3. ในการซื้อขายสินค้าของนักลงทุน นายหน้า และในการประเมินค่าทรัพย์สิน ก็แสดงให้เห็นว่าสินค้ากลุ่มนี้มีอนาคตที่ดี ราคาไม่น่าจะตก น่าสนใจที่จะลงทุนนั่นเอง
ในทางตรงกันข้ามผมก็ได้ชี้ให้เห็นว่ามีสินค้าที่ขายได้ยากและไม่ควรเลียนแบบ แยกตามประเภท ระดับราคาและทำเล ถือเป็น "ข้อเตือนใจ" ว่าไม่ควรพัฒนาสินค้าเหล่านี้โดยเด็ดขาด ยกเว้นจะมีกลยุทธ์การตลาดและการขายที่เป็น "ทีเด็ด" จริงๆ จึงอาจจะประสบความสำเร็จ
ลักษณะโครงการที่มีแนวโน้มไม่สำเร็จ เป็นดังนี้:
บ้านเดี่ยว ราคาประมาณ 3.001-5.000 ล้านบาท ในทำเล E7: สุขาภิบาล 2, 3 ซึ่งมีอยู่จำนวน 117 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 6 หน่วย มีเหลือถึง 111 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 29 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.7% ต่อเดือน เพราะรูปแบบอาจไม่สวยงาม
บ้านเดี่ยว ราคาประมาณ >20.000 ล้านบาท ในทำเล K1: พระรามที่ 2 กม.1-10 ซึ่งมีอยู่จำนวน 157 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 7 หน่วย มีเหลือถึง 150 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 312 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.9% ต่อเดือน เพราะราคาขายสูงเกินไป
บ้านแฝด ราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาท ในทำเล E3: หนองจอก ซึ่งมีอยู่จำนวน 270 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 7 หน่วย มีเหลือถึง 263 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 10 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.5% ต่อเดือน เพราะเป็นโครงการเก่าที่เหลือมานาน
ทาวน์เฮาส์ ราคาประมาณ 5.001-10.000 ล้านบาท ในทำเล E1: หทัยราษฎร์ ซึ่งมีอยู่จำนวน 202 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 8 หน่วย มีเหลือถึง 194 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 45 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.2% ต่อเดือน เพราะราคาขายสูงเกินไป
ตึกแถว ราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาท ในทำเล K3: มหาชัย-เศรษฐกิจ ซึ่งมีอยู่จำนวน 113 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 3 หน่วย มีเหลือถึง 110 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 9 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.8% ต่อเดือน เพราะคงอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมนัก
ห้องชุด ราคาประมาณ < 0.500 ล้านบาท ในทำเล G4: ศรีนครินทร์-อุดมสุข ซึ่งมีอยู่จำนวน 516 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 8 หน่วย มีเหลือถึง 508 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 3 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 1.4% ต่อเดือน เพราะเป็นโครงการห้องชุดเก่าๆ ที่ไม่เป้นที่นิยม
ที่ดินจัดสรร ราคาประมาณ 0.500-1.000 ล้านบาท ในทำเล H8: บางนา-ตราด กม.10-30 ซึ่งมีอยู่จำนวน 90 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 2 หน่วย มีเหลือถึง 88 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 2 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.2% ต่อเดือน เพราะเป็นสินค้าที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวยสินเชื่อ
ที่ดินจัดสรร ราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาท ในทำเล M5: สาย7 ปิ่นเกล้า-เพชรเกษม ซึ่งมีอยู่จำนวน 142 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 0 หน่วย มีเหลือถึง 142 โดยขายไม่ได้เลย เพราะเป็นสินค้าที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวยสินเชื่อ
ที่ดินจัดสรร ราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาท ในทำเล H8: บางนา-ตราด กม.10-30 ซึ่งมีอยู่จำนวน 520 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 6 หน่วย มีเหลือถึง 514 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 16 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.5% ต่อเดือน เพราะเป็นสินค้าที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวยสินเชื่อ
ที่ดินจัดสรร ราคาประมาณ 3.001-5.000 ล้านบาท ในทำเล H9: บางนา-ตราด กม.30 ขึ้นไป ซึ่งมีอยู่จำนวน 97 ณ สิ้นปี 2559 ขายได้เพียง 3 หน่วย มีเหลือถึง 94 หน่วย โดยมีมูลค่าการพัฒนาที่ขายได้แล้วเพียง 12 ล้านบาท และมีอัตราการขายต่อเดือนค่อนข้างต่ำคือ 0.8% ต่อเดือน เพราะตั้งอยู่ไกลมาก ราคาค่อนข้างสูง
ดังนั้นสินค้าข้างต้นจึงเป็นสินค้าที่พึงให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคิดจะพัฒนาโดยนักพัฒนาที่ดิน จะอำนวยสินเชื่อโดยสถาบันการเงิน หรือจะคิดซื้อโดยนักลงทุนหรือผู้ซื้อบ้านทั่วไป
รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง
ท่านที่สนใจเกี่ยวกับภาวะตลาดที่อยู่อาศัย สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่: www.area.co.th/thai/head6_releases.php หรือสมัครเป็นสมาชิกข้อมูล Real Estate Index ได้ที่ www.area.co.th/thai/rei_t.php
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
ปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชา
5 สัตว์เลี้ยงนำโชคยอดนิยมในประเทศไทย
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง: ปล่อยเลขเด็ด 3 ตัวเม็ดเดียว รับงวดสัญจรสุราษฎร์ธานี
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
รวมภาพตลก เฮฮา ขำขันประจำวันนี้ วันที่เข้าสู่ช่วงปลายเดือนกุมภาฯ แล้วจ้า สงกรานต์มาเลยได้ไหม อยากหยุดอีกแล้ว (ฮา)
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
ดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่น
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย
ปิดภารกิจน้ำตาคลอ! พบร่าง "น้อง ม.6" ใต้สะพานแม่กลอง หลังอุบัติเหตุปริศนาทิ้งไว้เพียงความเศร้า
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
ด่วน! เม็กซิโกประกาศภาวะสงครามกลางเมือง หลัง "เอล เมนโช" เจ้าพ่อคาร์เทลเบอร์ 1 ถูกเด็ดหัว ทั่วประเทศลุกเป็นไฟ!
เขาโรไรมา (Mount Roraima) เป็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายกับโต๊ะขนาดใหญ่ คอยกั้นดินแดนอยู่ถึง 3 ประเทศ
ใส่หูฟังนาน ๆ ส่งผลอย่างไรกับหู
5 เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อตับและระบบย่อยอาหารเป็นอย่างยิ่ง



