พระราชประวัติ: พระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐
พระราชประวัติ: พระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย

พระราชประวัติ: พระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 และรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ไม่มีพระราชพิธีสถาปนาองค์รัชทายาทหรือมงกุฎราชกุมาร เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ไม่ทรงมีพระราชโอรส การสืบราชสมบัติในรัชกาลที่ 7 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน จึงเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อพุทธศักราช 2467 พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ว่างเว้นมาเป็นเวลาถึง 78 ปี บัดนี้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าชิราลงกรณ ได้มีพระชนมายุ 20 พรรษาบริบูรณ์ ทรงบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายจึงกำหนดให้มีการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ในเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2515 ทางราชการได้กำหนดให้มีพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 พระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ในครั้งนี้ได้กำหนดพระราชพิธีอกกเป็น 3 อันดับ คือ
พระราชพิธีอันดับแรกได้แก่ การจารึกพระสุพรรณบัฏพระนามาภิไธย รวมทั้งพระราชสัญจรคือตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชพิธีนี้จัดทำขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 1 นาฬิกา 56 นาที
พระราชพิธีอันดับที่สอง ได้แก่ พระราชพิธีเสกน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ซึ่งจัดทำ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกัน ในวันที่ 27 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 เวลา 15 นาฬิกา ในเวลา 16 นาฬิกา 30 นาที เป็นพระราชพิธีทักษิณานุปทาน ถวายสักการะ พระสยามเทวาธิราช และสดับปกรณ์พระบรมอัฐิพระบรมราชบูรพการี พระราชพิธีนี้จัด ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
พระราชพิธีอันดับที่สาม คือ พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชพิธีนี้จะจัดขึ้น ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมพระราชวังดุสิต ในวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 พระราชพิธีนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 12 นาฬิกา 23 นาที เป็นต้นไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังขทักษิณาวรรตพระราชทานแต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพแตวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ยิงปืนใหญ่ เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด ขณะเดียวกันตามวัดต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักรรัวระฆังพร้อมกัน 3 ลา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 พระราชทานน้ำพระมหาสังข์แล้วจะได้พระราชทานพระสุพรรณบัฏพระนามาภิไธย พระราชลัญจกร พระแสงดาบ และเครื่องราชอิสริยยศ ตามลำดับ
พระราชพิธีนี้จัดขึ้นท่ามกลางมหาสมาคมอันประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน และคณะทูตานุทูต นอกจากนั้นในวันเดียวกันนี้ เวลา 15 นาฬิกา 30 นาที สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ทรงถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ซึ่งพราหมณ์ได้ทิธีไว้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
หลังจากวันสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 เวลา 07:00 นาฬิกา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปยังพลับพลาพิธี ณ ท้องสนามหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงบาตรร่วมกับประชาชน ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ ต่อมาในเวลา 16 นาฬิกา 30 นาที ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร ณ ศาลาสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตในตอนค่ำเวลา 18 นาฬิกา 30 นาที คณะรัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตถวาย ณ ทำเนียบรัฐบาล
ในโอกาสพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทางราชการจะได้จัดงานเฉลิมฉลอง คือ มีการตกแต่งพระนครเช่นเดียวกับวันเฉลิมพระชนมพรรษารวม 3 วัน ระหว่างวันที่ 27-29 ธันวาคม ทั้งนี้จะมีงานมหรสพฉลอง ณ ท้องสนามหลวง เช่นเดียวกับวันขึ้นปีใหม่และหน่วยราชการต่างๆ ก็จะได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า จอมพลถนอม กิตติขจรหัวหน้าคณะปฏิวัติ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่าสภาบริการคณะปฏิวัติได้ประชุมปรึกษาลงมติให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานให้ทรางสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ให้ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ตามโบราณขัตติยราชประเพณี ทรงพระราชดำริพิจารณาแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ให้ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” โดยอนุโลมตามขัตติยราชประเพณีที่เคยมีมาแล้ว และเมื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดการพระราชพิธีต่อไปนี้
ที่มาข้อมูล : หนังสือ 62 พรรษามหาวชิราลงกรณ
เครดิตภาพ : (คลังภาพสำนักพระราชวัง), (เพจสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร), (สำนักราชเลขาธิการ)
แหล่งที่มา: http://google.co.th
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
ทำไมรถหรูที่เศรษฐีไทยใช้จริง อาจไม่ใช่ซูเปอร์คาร์
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?
ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้าม
ทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้
ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น
