หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องเล่าของสโมสรที่หายไป : จุดเริ่มต้นของ "ธำรงไทย"

โพสท์โดย sound walker

นี่ คือ “ทีมสหประชาชาติ” สโมสรแรกในเมืองไทย… ที่น้อยคนจะเชื่อว่าเกิดมาจากมันสมองและความบ้า กล้า ฝัน ของ….อดีตพนักงานโรงแรมคนหนึ่ง

“สุเมธ แก้วทิพยเนตร” ชายธรรมดาๆที่พกพาความบ้าและความฝัน… ปั่นจักรยานกว่าครึ่งโลกเพื่อไปเรียนโค้ชที่เชลซี… ก่อนจะได้รับพระราชานุเคราะห์จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารให้ศึกษาวิชาลูกหนังต่อยังประเทศเยอรมนี

ด้วยภูมิปัญญาสากลที่ได้ร่ำเรียนมาจาก 3 ชาติมหาอำนาจฟุตบอลทั้งอังกฤษ, เยอรมนี และบราซิล ทำให้ได้รับข้อเสนอทั่วโลก แต่เขากลับเลือกที่จะทำตามเจตนารมณ์ของตัวเอง… คือการฝึกสอนและสร้างเยาวชนไทยป้อนให้กับทีมชาติ ขณะเดียวกันก็ดึงแข้งฝีเท้าดีจากต่างแดนโดยเฉพาะถิ่นแซมบ้าเข้ามาเป็นตัวอย่างในการเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ถือเป็นต้นแบบให้ทีมอื่นๆในไทยเดินตามจนถึงทุกวันนี้… ทีมที่ชื่อว่า “ธำรงไทยสโมสร”

องค์ที่ 1 : ขี่-ตาม-ฝัน

“การเดินทางแบบคนทั่วไปเขาก็จะนั่งเครื่องบินใช้เวลาค่อนวัน หรือนั่งเรือขนส่งสินค้าก็ไม่เกิน15 วันถึงจุดหมายปลายทาง แต่มันไม่ใช่ผมระดับ “สุเมธ แก้วทิพยเนตร” ต้องปั่นจักรยานไปถึงจะใช่ตัวจริง” สุเมธกล่าวถึงวิธีการไล่ตามความฝันอันสุดระห่ำของตัวเองในการไปร่ำเรียนวิชาลูกหนังถึงดินแดนที่เป็นต้นกำเนิด

แต่กว่าจะถึงจุดนั้นเขาก็ต้องมุมานะเล่นฟุตบอลเพื่อสั่งสมประสบการณ์และทำงานโรงแรม เพื่อให้ได้เงินมาเป็นสิ่งประกอบในการตามความฝันไปด้วย

“ตอนนั้นผมอายุ 19 ปีมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล แต่สมัยก่อนบ้านเราถ้าใครหาเลี้ยงชีพด้วยการเล่นฟุตบอลมันค่อนข้างจะลำบากเพราะยังไม่มีใครยอมรับเท่าที่ควร”

“ผมมีโอกาสเล่นฟุตบอลกับทีมทหารอากาศสมัยนั้นค่าเหนื่อยไม่กี่ตังค์รวมกับค้าจ้างในการทำงานโรงแรมก็ประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อเดือน แต่ก็ถือว่าเยอะเพราะทองคำบาทละ 450 บาทเอง”

สุเมธ มุมานะเล่นฟุตบอลทำงานอยู่หลายปีกระทั่งเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งสำหรับเป็นปัจจัยในการออกเดินทาง โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่สโมสรเชลชี ทีมดังในลีกดิวิชั่น 1 ประเทศอังกฤษ ซึ่งเจ้าตัวอยากจะไปอบรมโค้ชที่นั่นเพื่อกลับมาพัฒนาเด็กไทย

“ในช่วง พ.ศ.2513 มีฟุตบอลเมอร์เดก้าคัพ แข่งขันที่มาเลเซีย ถ้าเอยถึงรายการนี้คนไทยรู้จักดีเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่มากในระดับทวีปเอเชีย ทีมชาติไทยเราเป็นขาประจำในการเป็นแขกรับเชิญให้ไปแข่งขัน ผมก็เป็นอีกคนที่ติดตามเขาไปกับพวกนักข่าว กระทั้งจบทัวร์นาเมนต์เขากลับบ้านแต่ผมเดินทางต่อ”

จุดหมายปลายทางของ สุเมธ แก้วทิพยเนตร คือประเทศอินเดียก่อนต่อไปยังประเทศอื่นๆในยุโรป “ผมไปลงเรือที่รัฐปีนัง ของประเทศมาเลเซีย เพื่อไปขึ้นฝั่งยังตอนใต้ของประเทศอินเดีย ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย 7 วัน 7 คืน”

“โดยในเรือโดยสารระหว่างประเทศสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 2,000 คน คิดดูว่าผู้คนต้องใช้ชีวิตแออัดยัดเยียดกันถึง 7 วัน ผมเกือบตายเพราะมีโรคระบาดบนเรือคนตายถึง 7 คนในขณะนั้นแต่ผมก็เอาตัวรอดมาได้” สุเมธเผยด้วยใจระทึกถึงการใช้ชีวิตบนเรือระหว่างเดินทางไปเมืองผู้ดี

หลังจากเอาชีวิตรอดช่วง 7 วันอันตรายมาได้ สุเมธ แก้วทิพย์เนตร เดินทางขึ้นสู่ฝั่งที่ประเทศอินเดียก่อนจะเดินทางต่อไปยัง วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร เพื่อบวชพระ

“ผมเอาชีวิตรอดมาได้นับว่าปาฏิหาริย์สุดๆบนเรือโดยสารในห้วงเวลานั้นพอขึ้นฝั่งมาได้ ก็เลยบวชที่วัดไทยพุทธคยา มีพระมหาวิทยานานันทา เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งก็มีบวชพร้อมกัน 9-10 รูป บวชอยู่ได้ 13 วันพอจิตใจสงบสุขแล้วผมก็เดินทางต่อไปยังปากีสถาน”

การเดินทางสู่ปากีสถาน ด้วยการปั่นจักรยานของ สุเมธ แก้วทิพยเนตร จัดว่าเป็นการเสี่ยงตายสุดๆประเทศหนึ่งเพราะเขาต้องผจญอุปสรรคทั้งการเป็นไข้มาเลเรียและโรคบิดซึ่งเป็นโรคระบาดในปากีสถานห้วงเวลานั้น

“ผมใช้การปั่นจักรยานจากอินเดียเพื่อไปปากีสถานข้ามทะเลทราย เกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งในประเทศนี้ เนื่องจากเป็นโรคไข้มาเลเรีย และ กินองุ่นที่มีแมลงวันตอมจนเป็นโรคบิด ซึ่งเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงมากในปากีสถาน”

“เนื่องจากอาหารการกินไม่สะอาดเลยมีแมลงวันตอมแบบน่าสะอิดสะเอียนมาก แต่ดูเหมือนประตูนรกและสวรรค์ไม่เปิดต้อนรับ ผมโชคดีที่เจอหมอที่เป็นคนไทยในปากีสถานช่วยรักษาชีวิตจนหายกระทั่งได้เดินทางต่อไป อัฟกานิสถาน” สุเมธ เอ่ยปากพูดถึงห้วงเวลาชีวิตจวนเจียนจะอยู่และไปจากโลกนี้ด้วยโรคระบาด

แม้จะรักษาชีวิตผ่านเข้าสู่ดินแดนอัฟกานิสถาน ซึ่งเขาก็เกือบเอาชีวิตมาทิ้ง ณ ดินแดนที่ยืนยันว่าแย่มากๆเท่าที่เคยเจอมา “ผมปั่นจักรยานฝ่าความหนาวเหน็บแถมยังปั่นจักรยานตกเขาเกือบตาย แต่ก็ยังพยายามประคองพาตัวเองมายังประเทศอัฟกานิสถานจนได้ ความซวยยังไม่หมดแค่นั้น พอไปพักยังสถานีรถไฟ มันก็มีคนอัฟกานิสถานสนทนากัน”

“ฟังออกพอจับใจความว่าไอ้หมอนี่มันมาจากไหน บ้างก็ว่าคนจีน บ้างก็ว่าคนไทย เวียดนาม ทำนองนี้ผมฟังไม่ชัดมาก หลังจากนั้นไอ้สองคนจะซัดกันนัวเนียเพราะความเห็นไม่ตรงกันต้องห้ามกันทัพกันจ้าละหวั่น มันเป็นเหตุการณฺ์ที่ผมทั้งขำระคนกลัวไปในคราวเดียวกัน” เขาเล่าพลางยิ้มพลางนึกถึงความหลัง

“แต่ที่เป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่มีวันลืมคือเจอโจรในอัฟกานิสถานปล้น มันมากัน 2 คน ถือมีดจะมาปล้นเอาเงินผมแต่ผมไม่ยอม สู้ด้วยวิชามวยไทยที่พอเรียนมาบ้าง พวกมันเป็นแค่ต่อยแต่ผมมีถีบ”

“ ดึงตัวหลบก่อนจะหวดแข้งเข้าชายโครงอีกคนกระโจนมาข้างหลังผมพยายามศอกกลับ จากนั้นก็ปล่อยหมัดกันคนละตุ๊บสองตุ๊บ! มันเห็นท่าว่าจะสู้ผมไม่ได้จึงหนีไปแต่น่าแปลกมากตรงที่มันมีมีดแต่ไม่กล้าแทงผมไม่งั้นชีวิตไม่รอดแล้ว” สุเมธว่า

กระนั้น สุเมธ ยังเอาชีวิตรอดเพื่อไปให้ถึงจุดหมายให้ได้เรียนโค้ชฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษให้ได้ดั่งที่ได้ตั้งปฎิธานเอาไว้ตั้งแต่แรก “ผ่านขุมนรกอัฟกานิสถาน ผมได้เข้าสู่ประเทศอิหร่าน ก็ต้องขอบอกว่าโล่งใจมากตอนนั้น อิหร่าน ยังอยู่ในยุคที่ปกครองโดย พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ผู้คนเป็นมิตรดีมาก เพราะช่วงนั้นอิหร่านนับว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้วทางวัฒนธรรม”

“ทว่ายังต้องเจอกับอุปสรรคเมื่อขับรถข้ามทวีป เจอแผ่นดินไหวกลางทะเลทราย ตอนนั้นถนนถึงกับขาด รถตกจากถนนที่อิหร่าน เตชะบุญไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นอีกครั้งที่ผมเอาชีวิตรอดอย่างหวุดหวิดในต่างแดน” สุเมธ เล่าด้วยใจระทึก

“จากอิหร่าน ผมต้องเดินทางเข้าสู่ตุรกี อีกหนึ่งประเทศที่อยู่ในความทรงจำที่แย่มากๆสำหรับผมคือชาตินี้จะไม่เข้าไปอีกเลยผู้คนป่าเถื่อนชอบรังแกชาวต่างชาติ เรียกได้ว่าสมัยนั้นการเหยียดผิวนี้แรงสุดๆแต่ก็ใช้ความอดทนเอาชนะได้เพื่อจะข้ามไปยังประเทศกรีซให้ได้ แล้วก็ทำได้สำเร็จ”

องค์ที่ 2 : เรียนรู้จากกุนซือแชมป์ยุโรป

ประเทศในโลกยุโรปนี้เองที่ สุเมธ แก้วทิพยเนตร ยืนยันว่าเดินทางด้วยการปั่นจักรยานที่มันส์สุดๆ เนื่งอจากบรรยากาศที่เย็นสบายแถมถนนหนทางยังเจริญมากอีกด้วย

“ข้ามไปยังฝั่งยุโรปนี่แหละที่ถือว่าผมหลุดพ้นกับชีวิตที่แย่ๆมาตลอดผมใช้การเดินทางทั้งการข้ามทะเลและปั่นจักรยาน จาก กรีซ เข้า อิตาลี ไปต่อที่ เนเปิ้ลส์ เข้ากรุงโรมไปอาศัยอยู่กับคนไทยที่นั่น ก่อนจะไปยังฝรั่งเศสเดินทางผ่านช่องแคบโดเวอร์ที่กั้นระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษด้วยระยะทางเพียงแค่ 34 กิโลเมตร ถึงประเทศอังกฤษตามเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้”

การเดินทางสู่ประเทศอังกฤษเป็นจุดหมายปลายทางที่ “สุเมธ” ภูมิใจสุดๆหลังจากที่ใช้เวลารอนแรมผ่านร้อนผ่านหนาว ผจญกับอุปสรรคนานานับประการใช้เวลา 5 เดือนกับ 16 วัน ถึงประเทศอังกฤษ

“พอผมไปถึงประเทศอังกฤษปุ๊บก็เข้ารายงานตัวกับ สถานฑูตไทยประจำกรุงลอนดอน ก็มีสื่อมวลชนมาทำข่าวเยอะมากกลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกไปทางไหนมีแต่คนรู้จัก”

ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสดั้งชีวิตของ สุเมธ แก้วทิพยเนตร ในลอนดอนมันได้เกิดขึ้นจริงๆในถิ่น “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลชีที่ตรงนี้เขาได้พบการสอนฟุตบอลด้วยวิธีการแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้เห็นในไทยเลยสักนิดเดียว

“ผมได้รับการดูแลจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างดี พร้อมกับประสานงานให้รับการอบรมที่สโมสรฟุตบอลเชลชี ซึ่งตอนนั้นมี เดวิด เจมส์ เซ็กซ์ตัน (หรือที่รู้จักในนาม เดฟ เซ็กซ์ตัน ที่ต่อมาได้คุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ยู-21) คุมทีม”

“เขาเป็นโค้ชที่เก่งมากโดยเฉพาะนับเอาศาสตร์ทางด้านกรีฑามาผสมผสานกับฟุตบอล ทำให้นักเตะมีความฟิตสูงวิ่งเพรสซิ่งไม่มีหมด บอลเชลชียุคนั้นจึงดูสนุกมันส์ ควัาทั้งแชมป์ เอฟเอคัพ และ ยูฟ่า คัพ วิเนอร์ส คัพ มาได้ผมก็เริ่มนำเอาแนวคิดจากตรงนั้นมาทำทีมฟุตบอลบ้านเรา”

“ขณะเดียวกันยังเป็นบุญแก่ครอบครัว “แก้วทิพยเนตร” ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามบรมราชกุมาร พระองค์ทรงสอบถามเรื่องราวของผมผ่านทาง อ.สำเริง ไชยยงค์ พระอาจารย์ทางด้านฟุตบอลของพระองค์ในสมัยนั้น”

“ทำให้มีความปลื้มปีติเหมือนมีแรงฮึดให้เราทำงานเพื่อชาติให้สำเร็จลุล่วงในอนาคตข้างหน้า อีกทั้งยังได้มีพระกระแสรับสั่งให้ อ.สำเริง ประสานงานไปอบรมโค้ชที่เยอรมนีให้ผมได้ไปฝึกฟุตบอลหาความรู้ต่อกับสโมสรอาชีพเอสเซน ”

หลังจากผ่านการอบรมโค้ชหลักสูตรจาก อังกฤษ และ เยอรมนี พร้อมกับได้ความรู้ทางด้านภาษาศาสตร์ หลายภาษาในยุโรป แล้ว สุเมธ แก้วทิพยเนตร เดินทางกลับสู่เมืองไทยเพื่อตามหาความฝันในการปั้นทีมฟุตบอลขึ้นมาสัก 1 ทีม

องค์ที่ 3 : กำเนิดธำรงไทย

เขาเลือกที่จะทำทีมเยาวชนในโครงการ “ฟุตบอลทีมชาติไทย” ของสมาคมฟุตบอลในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งยุคนั้น มี พิสิษฐ์ งามพานิช รักษาการแทนนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

“หลังจากกลับมาจากยุโรป ชีวิตผมเลือกสบายและรวยได้ เนื่องจากไปเรียนที่อังกฤษและเยอรมนี สอบได้ที่ 1 ของประเทศเป็นตัวแทนโค้ชทีมชาติไทยไปเรียนที่บราซิลด้วย ทีมจากอเมริกา, สิงคโปร์, ฮ่องกง มาเลเซีย, เวียดนาม เสนอเงินเดือนให้อย่างงามเพราะสามารถพูดได้ 4 ภาษาทั้งอังกฤษ, เยอรมัน, สแปนิช,โปรตุกีส ที่ได้ร่ำเรียนมาระหว่างฝึกฟุตบอล”

“แต่ผมก็เลือกอยู่ประเทศไทย ไม่เลือกเงิน”

การกลับสู่เมืองไทยสิ่งที่อยู่ในหัวของสุเมธตลอดเวลานั้นก็คือ อยากจะนำเอาความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาทั้งหมดพัฒนาวงการฟุตบอลไทย แม้มันไม่เป็นไปแบบก้าวกระโดดแต่ก็ขอให้เริ่มต้นเป็นไปด้วยความช้าๆก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

“ผมกลับมาประเทศไทยอยากเห็นวงการฟุตบอลไทยมีการพัฒนาไปในแนวทางของโลก เชื่อไหมว่าผมกลับเข้าสนามศุภชลาศัย เพื่อดูฟุตบอลกีฬาแหลมทอง ตอนนั้นเมียนมาครองแชมป์ฟุตบอลในย่านอาเซียนมาตลอด”

“แถมในเอเชียยุคนั้นเมียนมากับอิหร่านเก่งสุดๆ ผมร้องไห้กับเพื่อนใต้สนามศุภฯ เพราะทีมชาติไทยไม่เคยเอาชนะพม่าได้เลยในตอนนั้นผมตั้งปฎิธานว่าจะทำให้สำเร็จ”

“ผมเริ่มทำโครงการฟุตบอลทีมชาติไทย 3 ปีด้วยการนำเอาเด็กๆจากต่างจังหวัดฝีเท้าดีมาเรียนหนังสือ ฝึกฟุตบอลไปด้วยที่สโมสรธำรงไทย ซอยคู้บอน “

“ทว่าโครงการนี้ของผมก็ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทางสมาคมฟุตบอลในยุคนั้นผมต้องขายสร้อยเพื่อนำเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะ”

“แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเพราะเด็กในโครงการนี้กว่าพันคน สามารถเรียนหนังสือจบ มีหน้าที่การงานที่ดี บางคนประสบความสำเร็จไปเล่นฟุตบอลต่างประเทศก็มี”

จุดที่ทำโครงการฟุตบอลทีมชาติไทยยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากยังขาดหลายปัจจัยสนับสนุน นี่เองที่ทำให้ สุเมธ แก้วทิพยเนตร หันมาทำสโมสรฟุตบอลของตัวเองคือ “ธำรงไทยสโมสร”

“จุดกำเนิดของทีม ธำรงไทย เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับสโมสรบุญรอดบริวเวอรี่ โดยการสนับสนุนของคุณ สันติ ภิรมย์ภักดี เจ้าของบริษัทบุญรอดหรือเบียร์สิงห์ ในยุคนั้นทีมบุญรอดจะเล่นในฟุตบอลถ้วย ค. โดยมีทีมธำรงไทยสโมสรเล่นเป็นทีมสำรองในฟุตบอลถ้วย ง.”

“ทีมบุญรอดได้แชมป์ฟุตบอล ถ้วย ค.โดยการครองแชมป์ร่วมกันกับสโมสรการท่าเรือ แบบไม่มีการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ เนื่องจากฝนตกหนัก น้ำท่วมสนาม และน้ำท่วมหนักในกรุงเทพฯ”

“สมาคมฟุตบอลจึงเลื่อนนัดชิงชนะเลิศแบบไม่มีกำหนด แต่สโมสรคู่ชิงชนะเลิศไม่ยอมเลื่อนเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมทีม สมาคมฟุตบอลจึงประกาศให้ครองแชมป์ร่วมกันแบบไม่มีการแข่งขัน”

“จากนั้น คุณสันติก็ได้มีการยุบทีมบุญรอดบริวเวอร์รี่ เหลือเพียงแค่ทีมสิงห์ธำรงไทยสโมสร ในช่วงนี้ ผมเริ่มหันมาสอนนักฟุตบอลสไตล์บราซิล เพราะได้เริ่มส่งนักเตะและโค้ชไปอบรมวิชาฟุตบอลที่สโมสรฟลาเมงโก้ ของซิโก้ และนำเอาเยาวชน ของบราซิลมาเล่นให้ทีมธำรงไทยหลายคน”

“อีกทั้งเรามีทรัพยากรนักเตะที่ดีในระดับเยาวชนอยู่แล้ว เพราะในแต่ละปีผมจะส่งเด็กๆเหล่านี้ไปแข่งขันยังต่างประเทศคว้าแชมป์มามากมาย เหนือสิ่งอื่นใดที่ต้องขอบคุณจริงๆก็คือ คุณ สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ นี่แหละ ที่มีพระคุณสนับสนุนทีมธำรงไทยสโมสรได้แชมป์ยุวชนโลก 23 ตำแหน่งในเวลาต่อมา”

ซึ่งบรรดาดาวรุ่งเหล่านั้นก็มีบุคคลที่ชื่อคุ้นหูอย่าง ชาคริต แย้มนาม, เรย์ แม็คโดนัลด์ รวมถึง “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่อยู่ในชุดยู-11 ที่คว้าตำแหน่งรองแชมป์ GOTOOEA CUP ที่สวีเดนด้วย

อย่างไรก็ตาม ธำรงไทยสโมสร ก็ถือว่ายังเป็นทีมที่สร้างความฮือฮาให้วงการฟุตบอลไทยอยู่ดี เมื่อเป็นทีมแรกที่กล้าจ้างนักเตะต่างชาติจากบราซิลมาเล่นให้ ตั้งแต่ได้เลื่อนชั้นมาเล่นถ้วย ข.ในปี 2525

“ผมมีเพื่อนเยอะมากในบราซิล โดยเฉพาะทีมดังทั้ง ฟลาเมงโก้, นาซิอองนาล, เซา เปาโล และเกรมิโอ จึงมีคนส่งนักเตะมาให้ใช้งานเยอะมาก ตอนนั้นเราได้ เจตูลิโอ เฟโดร ซึ่งเป็นนักเตะบราซิลคนแรกของเมืองไทย ลงเล่นให้กับธำรงไทยสโมสร มาถึงตอนนี้ก็กว่า 30 ปีแล้วนะ”

“เดี๋ยวนี้รวยไปแล้วหลังจากแขวนสตั๊ดกับเราก็ไปเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชพาเยาวชนบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 คว้าแชมป์โลก ปัจจุบันก็ยังติดต่อกันอายุเขาอายุ 57 ปีแล้ว เป็นผจก.ทีมอยู่ที่เอสโตเนีย ซึ่งเราก็ภูมิใจนะว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเล่นฟุตบอลอยู่กับเราถือว่าเป็นผลผลิตของธำรงไทยเหมือนกัน”

แต่กระนั้นก็ยังมีข่าวลือว่าทีมธำรงไทยนำนักเตะบราซิลมาตกระกำลำบากในเมืองไทย ต้องไปขออาศัยข้าวจากแม่ค้าในสนามกีฬาหัวหมากกิน แต่ทว่าทีมธำรงไทยก็ต่อสู้จนสามารถขึ้นมาเล่นในระดับฟุตบอลไทยลีกได้

ในปี พ.ศ.2539 ไทยพรีเมียร์ลีกเปลี่ยนการจัดการแข่งขันจากฟุตบอลถ้วย ก เป็นแบบลีก ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า จอห์นนี วอล์คเกอร์ ไทยแลนด์ ซอคเก้อร์ลีก ภายใต้การดูแลของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกอบด้วย 18 ทีมจาก ถ้วย ก. มาแข่งขันแบบเหย้า-เยือน ในระบบลีก

องค์ที่ 4 : ทีมสหประชาชาติ

“ตอนนั้นผมต้องการเพิ่มสีสันให้ฟุตบอลไทยลีกของเราน่าติดตามยิ่งขึ้น ธำรงไทย เลยเป็นทีมนำร่องในการดึงโค้ชและนักเตะบราซิลมาเล่นถึง 11 คน นอกจากนั้นยังมีชาติอื่นๆจากเอเชีย, ยุโรป และ แอฟริกา ร่วม100 คน เพื่อเป็นแนวทางในการเป็นอาชีพ”

“แต่การทำทีมเพื่อให้เป็นอาชีพอย่างแท้จริงอยู่รอดด้วยการบริหารจัดการด้วยตัวของมันเอง โดยคนทำทีมเข้ามาไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนเพื่อเป็นบันไดไปสู่ทางการเมืองนั้นย่อมอยู่ยาก เพราะการบริหารจัดการทีมให้เป็นอาชีพจริงๆนั้นต้องมีทีมงาน,โค้ช, ทีมแพทย์”

“และการสนับสนุนด้วยงบประมาณจากสปอนเซอร์ที่เพียงพอ ผมคิดว่าตลอดระยะเวลาที่ทำทีมมา 35 ปีรวมทั้งยุวชนที่เดินทางไปทั่วโลกกว่า 600,000 กิโลเมตร ด้วยน่าจะหมดไปกับตรงนี้สัก 300ล้านบาทได้” สุเมธ นั่งนับนิ้วถึงงบประมาณที่ใช้ไปตลอดระยะเวลาที่ใช้ไป

อย่างไรก็ตามการเล่นไทยลีกครั้งแรกของธำรงไทยไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย ทั้งหมดแข่งขันกัน 31 เกม ธำรงไทย ชนะ 1 เสมอ 6 แพ้ ไปถึง 27 นัด ยิงได้ 26 ประตูเสียไป 101 ลูก นับว่าเป็นสถิติของไทยลีกที่มีการเสียประตูมากที่สุดเลยทีเดียว

“ไทยลีกครั้งแรกของธำรงไทยนับว่าเป็นเหตุการณ์ในความทรงจำของผมที่แย่เอามากๆ ตอนนั้นผมได้นักเตะทั้งบราซิลและเมียนมามาเล่น เจอกับทีมตำรวจแต่ทีมผมโดนนักเลงเอาปืนมาขู่ถึงในสนามนอกจากนั้นก็ยังมีกองเชียร์ทีมตำรวจกว่า 32 คนเข้ามาไล่กระทืบผู้เล่นของผม จนบาดเจ็บต้องหามส่งโรงพยาบาลหลายคน”

“เหตุการณ์ครั้งนั้นผมตัดสินใจฟ้องศาลให้กรมตำรวจชดใช้ค่าเสียหายชนะคดีด้วยนะ โดยสมาคมฟุตบอลได้ลงโทษผู้ก่อเหตุห้ามลงแข่งขัน 1 ปี แต่เหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวโดนแบนไม่ถึง 1 เดือนก็ยกโทษให้”

“แต่ที่ตลกร้ายกว่าเห็นจะเป็นการที่สมาคมฟุตบอลฯในยุคนั้นมีนโยบายเบื้องต้นว่าเรามาร่วมกันทดสอบลีกสูงสุดของไทยครั้งแรกเสียก่อน โดยจะไม่มีทีมไหนตกชั้น ธำรงไทย และทีมอื่นๆอีก 5 ทีมอย่าง พนักงานยาสูบ, โอสถสถาฯ, ธ.กรุงเทพพาณิชยการ, ราชวิถี, ธ.กรุงไทย เหล่านี้โดนหักหลังหมดตกชั้นไปเล่น ดิวิชั่น 1 ในปีต่อมา”

การตกชั้นสู่ลีกดิวิชั่น1 สำหรับ สิงห์ธำรงไทย ในปีนั้นเหมือนชีวิตดิ่งลงเหว ชื่อเสียงของธำรงไทยเริ่มที่จะลดระดับลงเรื่อยๆจากดิวิชั่น1 ลงสู่ ฟุตบอลถ้วย ข. โดยในขณะนั้นยังไม่มี ดิวิชั่น 2 เป็นลีกรองรับทีมตกชั้นจากลีกรอง

“ตอนตกชั้นสู่ลีกดิวิชั่น1 มันก็มีปัญหามาเรื่อยๆจนต้องปล่อยตกชั้นสู่ถ้วย ข

จากนั้นธำรงไทยสโมสรก็พยายามสร้างทีมขึ้นมาใหม่ กระทั่งได้เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน ข. โดยข้อตกลงกับที่ประชุมสมาคมฟุตบอลและทีมที่แข่งว่าจะใช้ระบบ Head To Head ในการแข่งขันถ้วยพระราชทาน ข. ธำรงไทยสโมสรลงแข่ง เข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งมี 5 ทีมในรอบนี้ปรากฏว่าธำรงไทยสโมสรชนะ 3 นัดแรกมี 9 คะแนน ประตูได้เสียดีกว่าทีมอื่น”

“ถึงแพ้นัดสุดท้ายก็ยังเป็นที่ 1 เพราะระบบ Head To Head

นัดสุดท้ายถึงจะแพ้ก็ได้เข้ารอบรอง ผลธำรงไทยแพ้ 0:1 แต่ก็ยังเป็นที่ 1 ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลให้จับสลากหาทีมเข้ารอบรอง”

“ซึ่งธำรงไทยสโมสรก็แย้งว่า กติกาจะได้เข้ารอบเลยตามระบบปรากฏว่า เจ้าหน้าที่สมาคมบอกว่าต้องจับสลากทั้ง ๆ ที่พยายามประสานกับเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่ได้รับความยุติธรรม และไม่ได้แข่งขันใดๆ มาถึงทุกวันนี้ ธำรงไทย เคยทำชื่อเสียงให้กับประเทศหลายรายการ แต่กับสมาคมฟุตบอลฯ ที่ผ่านมาไม่เห็นคุณค่าเราเลย”

องค์ที่ 5 : ยุบทีมไป แต่จิตวิญญาณยังไม่สูญสิ้น

“ตลอดชีวิตการทำทีมฟุตบอลของผมก็คืออยากทำทีมฟุตบอลให้มีความเป็นอาชีพจริงๆสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้เหมือนอยากที่ลีกทั่วโลกเขาทำกัน อยากให้เมืองไทยเป็นแบบนั้น”

“แต่สิ่งที่ผมต้องเจอในบ้านเราคือ ทีมนักการเมือง เอาเงินจากการคอร์รัปชั่นโครงการต่างๆของชาติมา ซื้อตัวผู้เล่น ซื้อกรรมการ เมื่อเงินมันสามารถซื้อได้ทุกอย่าง จึงทำให้บอลไทยมันไม่พัฒนาไปไหนวนย่ำอยู่กับที่” สุเมธเปิดใจอย่างหัวเสียเมื่อพูดถึงการที่ธำรงไทยไม่ได้รับความยุติธรรมจนต้องปิดตัวลงไป

อย่างไรก็ตามแม้ว่า สุเมธ แก้วทิพยเนตร จะไม่ได้กลับมาทำสโมสรฟุตบอลเหมือนแต่ก่อนเพราะทนแรงเสียดทานจากสิ่งแวดล้อมรอบด้านที่ไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าใดนัก แต่เขาก็ยังสละเวลาทำเพื่อเด็กๆอยู่เสมอเมื่อมีโอกาสได้ทำจนนั่นกลายเป็นว่าทำให้ชีวิตเขายิ่งลำบากนักขึ้นไปอีก

“ชีวิตผมเริ่มลำบากหนักขึ้นไปอีกจากการจัดฟุตบอลเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์สึนามิ 6 จังหวัดในภาคใต้ มีเงินมีทองผมก็ทุ่มเททำหมด”

“ยอมรับว่าชีวิตมันโคตรลำบาก สร้างสนามให้เด็กเล่น 5 แห่ง พาเด็กไทยเดินทาง 600,000 กิโลเมตร ต้องช่วยคนงานตัดหญ้า ก่อสร้างสนาม แบกหาม ขุดดิน ตัดหญ้า ลงท้ายเอ็นเข่าขาดหลุด ต้องหามส่งโรงพยาบาลเข้าเฝือก”

“แต่ชีวิตห้วงเวลานั้นเหมือนมีแต่ความทุกข์ แต่ผมนึกย้อนไปมันก็มีความสุขนะที่ได้ช่วยเด็กไทยได้มีที่อยู่ที่เรียนจนจบปริญญาตรีถึงเอกหลายคน ได้แชมป์ยุวชนโลก 23 ตำแหน่ง ได้รับพระราชทานเป็นเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ แถมยังเป็นองค์กรสมาคมดีเด่นแห่งชาติและของโลก”

“มันเป็นตำนานและเกียรติภูมิของประเทศ” สุเมธ พูดด้วยหัวใจแม้จะอมทุกข์แต่ก็สุขใจที่ได้ทำงานเพื่อชาติมาตลอด

ในวัยชราอายุเกือบเข้าสู่เลขหลัก 70 ปี แต่ สุเมธ แก้วทิพยเนตร ก็ยังมีไฟในการทำงานอยู่เสมอและเขาก็ยังหวังว่าจะนำสโมสร ธำรงไทย กลับมาโลดแล่นในไทยลีกอีกครั้ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

“ชีวิตเวลานี้ก็ต้องยอมรับว่าผมลำบากมาก เงินทองต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด เอาแค่จะซื้อน้ำส้มขวดละ 18 บาทผมยังต้องอดเลย ยามหลับตานอนทุกวันผมยังอยากจะให้มันหลับแล้วหายไปเลยไม่ต้องตื่นกลับมารับรู้อะไรอีก”

“แต่เมื่อมันยังตื่นอยู่แบบนี้ ผมก็ยังมีความหวังว่าสักวันผมจะนำธำรงไทยสโมสรกลับมาโลดแล่นในสนามหญ้าอีกครั้งแม้มันไม่เกิดในช่วงชีวิตของผมที่อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผม สุเมธทิพย์ แก้วทิพยเนตร ซึ่งเวลานี้่เขาก็เป็นโค้ชทำทีมฟุตบอลแล้วก็อยากจะให้กลับมารื้อฟื้นธำรงไทยสโมสรต่อ”

“ไม่ต้องบ้าทะลุดุดันขนาดพ่อที่ต้องปั่นจักรยานข้ามทะเลทรายเพื่อไปเอาวิชาฟุตบอลมาสร้างทีม ขอเพียงแค่ตั้งใจทำทีมฟุตบอลและต้องทำเพื่อชาติมาก่อนถวายในหลวง เพราะเป็นสิ่งที่จะต้องน้อมรำลึกถึงคือ พระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้โปรดมีพระเมตตามาถึงผมแต่เยาว์วัย”

“และพระราโชวาทของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงตรัสสอนให้สู้อย่างวิสัยนักกีฬาที่ดี สร้างมิตรภาพ และเกียรติชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ”

“นี่เป็นเหตุให้ผมได้ย้ำกับลูกศิษย์ทุกครั้งที่ออกไปแข่งขัน ว่าต้องสร้างเกียรติภูมิมาสู่ประเทศชาติทุกครั้ง” สุเมธ กล่าวทิ้งท้าย

image: https://us-fbcloud.net/wb/data/1007/1007424-img.s8geub.7.jpg



⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sound walker's profile


โพสท์โดย: sound walker
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
24 VOTES (4/5 จาก 6 คน)
VOTED: ผะอบทิพย์, zerotype, ตรงเส้น ขอบฟ้า, เทียร์, sound walker
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทยส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วยเปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสารถนนที่ยาวที่สุดในโลก อยู่ที่ไหน ยาวกว่า 30,000 กม.จังหวัดที่มี พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจังหวัดอากาศดีที่สุดในไทย เปิดรายชื่อพื้นที่อากาศดีตลอดปีชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเลขเด็ด เลขมาแรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.6" งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569"เจ๊ฟองเบียร์" งวด 16 มีนาคม 2569: แนวทางรวยสดๆ ร้อนๆ..มาเเล้วจ้าประเทศที่มีกองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก"กีธูร์น" หมู่บ้านที่ไม่มีถนน ต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ข่าวด่วน ดร.เลอพงษ์ ชูธงไทยในขบวนประท้วงที่อิหร่าน... แสดงพลังคนไทย หรือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน?ทำไมใช้หลอดดูดแอลกอฮอล์ ทำให้เมาเร็วกว่าปกติ3 อันดับเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่รู้จัก Coco de Mer มะพร้าวคู่จากเซเชลส์ ผลไม้หายากมูลค่าเกือบแสนแนวทางหวยซอง งวด 16 มีนาคม 2569 กระแสแรงในโซเชียล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดราคา “กาแฟไทย” แพงที่สุดในโลก ถ้วยละเกือบ 2,000 บาทเช็กอินสวนเลียบคลองช่องนนทรี แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุง ฟีลเกาหลี5เทคนิคจีบสาวสวยจังหวัดในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดชายฝั่งทะเลทั้งหมด
ตั้งกระทู้ใหม่