เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
384,138   1,618,739
 

ตำนานพระนางมัสสุหรีแห่งลังกาวี

เกาะลังกาวี (LANGKAWI) แห่งรัฐเคดาห์หรือเมืองไทรบุรีนั้น หากไม่มีเรื่องราวของนางมาซูรีแล้ว เกาะแห่งนี้ก็คงเหมือนเกาะทั่วๆไป นางมาซูรีนั้นเป็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่เกิดมีเหตุการณ์สำคัญทำให้นางเสียชีวิตบนเกาะลังกาวีแห่งนี้ พร้อมกับคำสาปแห่งการแสดงความบริสุทธิ์ คือ โลหิตสีขาวเหมือนยางพารา

การแลกกันระหว่างชีวิตและคำสาปแช่งเป็นบทพิสูจน์สุดท้ายที่นางพยายามดิ้นรนออกจากการถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมนั้น เป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้เกาะลังกาวีได้ตกอยู่ในอำนาจของคำสาปที่จมอยู่ในความมืดดำเช่นเดียวกับชายหาดที่มีสีดำ นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตกต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง ๗ ชั่วอายุคน

บัดนี้เกาะลังกาวีได้ผ่านพ้นมาแล้ว ๖ ชั่วอายุคน ดังนั้นในโอกาสวาระคนรุ่นที่ ๗ ซึ่งเป็นลูกหลานของนางมาซูรีได้มาถึง จึงเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการแก้อาถรรพ์แห่งคำสาปเพื่อทำให้เกาะลังกาวีหลุดพ้นจากอำนาจลึกลับที่มาถึง ๖ ชั่วอายุคน สำหรับสุสานของนางมาซูรีนั้น มีสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อนและคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดสร้างทำขึ้นภายหลัง มีข้อความว่า

MAHSURI BINTI PANDAK MAYAH
MAHSURI A VICTIM OF TREACHERY AND JEALOUSY WAS SENTENCED TO DEATH IN 1235 HIJRAH OR 1819 A.D. AS SHE DIED SHE LAID A CURSE ON THE ISLAND "''THERE SHALL BE NO PEACE AND PROSPERITY ON THIS ISLAND FOR A PEROID OF SEVEN GENERATIONS''

ข้อความจารึกนี้ แปลความได้ว่า

มาซูรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) ๑๒๓๕ หรือ คริสต์ศักราช ๑๘๑๙ (พ.ศ. ๒๓๖๒) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า
''จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา ๗ ชั่วอายุคน''

วันนี้ทายาทของนางมาซูรีได้สืบทอดเชื้อสายมาถึงรุ่นที่ ๗ ตามคำสาปแล้ว หลังจากเกาะลังกาวีได้รอคอยวันที่จะหลุดพ้นคำสาปของนางมาซูรีเมื่อพ.ศ. ๒๓๖๒ มาเป็นเวลา ๑๘๑ ปี แต่ประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรลืมก็คือ เกาะลังกาวีแห่งนี้เป็นดินแดนของเมืองไทรบุรีที่ตั้งโดยชาวไทยที่เป็นสยามอิสลาม (สามสาม) อยู่กับอาณาจักรสยามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย…จนถึงรัชกาลที่ ๕ และเสียดินแดนส่วนนี้ให้กับอังกฤษในที่สุด คนไทยไม่เคยลืมดินแดนแห่งนี้เลย……

ตำนานเรื่องนางมัสสุหรี

ตำนานที่ 1
ตำนานนี้ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขาวดำ โดยถ่ายจากสถานที่จริงตามเรื่องที่เล่าขาน (หรือแต่งเอง) กันมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ "เจ้าหญิงมาซูรี ตำนานแห่งความบริสุทธิ์" มีความยาวประมาณ 30 นาที จึงทำให้นางมาซูรีเป็นเจ้าหญิงตามภาพยนตร์เรื่องนี้
เนื้อเรื่องนั้นเล่าว่า เกาะลังกาวีนั้นมีผู้ครองเกาะ ถ้าจะเรียกให้เป็นชั้นเจ้าครองเกาะก็คือ พระยาลังกาวี เจ้าครองเกาะลังกาวีนั้นมีน้องชายชื่อ วัน ดารุส (WAN DARUS) มีฐานะเหมือนอุปราชเมืองหรือรายามุดา (ไม่ใช่ราชา) เป็นผู้ช่วยเจ้าของเกาะ ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการสู้รบมาก
นางมาซูรีนี้ได้อภิเษกเป็นพระชายาของวัน ดารุส อยู่กินด้วยกันจนมีบุตรชาย 1 คนชื่อวัน ดาเกม ในวันหนึ่งระหว่างที่วัน ดารุสเดินทางออกไปรบนั้น นางมาซูรีได้ถูกกล่าวหาว่าคบชู้กับนักร้องที่มีหน้าที่เข้ามาร้องเพลงกล่อมบุตรของนาง ชาวเกาะจึงพากันร่ำลือไปรู้ถึงหูพระยาลังกาวี พระยาลังกาวีจึงสั่งให้ทหารจับตัวนางมาลงโทษและตัดสินประหารชีวิตโดยไม่ฟังคำแก้ตัวของนาง และก่อนที่นางมาซูรีจะถูกประหารนั้นนางได้อธิษฐานสาปแช่งว่า หากนางไม่ผิดตามข้อกล่าวหาแล้วขอให้เกาะลังกาวีจงพบกับความวิบัติเป็นเวลา 7 ชั่วอายุคนหรือ 7 ชั่วโคตรเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง เมื่อวัน ดารุสกลับมาพบว่า พระยาลังกาวีพี่ชายสั่งประหารชีวิตนางมาซูรี วัน ดารุสจึงโกรธแค้น ได้นำกำลังออกไล่ฆ่าชาวบ้านที่ใส่ความร่ำลือจนเกิดเหตุดังกล่าว รวมทั้งพระยาลังกาวีพี่ชายของตนด้วย จากนั้นวัน ดารุส ก็พาบุตรชายหนีเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองถลาง และได้อาศัยอยู่จนถึงแก่กรรม ณ เมืองถลางแห่งนี้ วัน ดาเกมบุตรชายของนางมาซูรีผู้นี้ต่อมาได้แต่งงานและมีบุตรเป็นทายาทสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 


ตำนานที่ 2
อีกตำนานเป็นเรื่องที่เล่ากันทั่วไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวว่า นางมาซูรีผู้นี้เป็นภรรยาของวัน ดารุสซึ่งเป็นพระยาลังกาวีผู้ครองเกาะลังกาวี ต่อมานางมาซูรีมีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ เออิดะ เบนจานาราวี จึงทำให้นางมาซูรีได้รับความรักจากพระยาลังกาวีและเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป จนเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ภรรยาเอกของเจ้าเกาะลังกาวี (หาชื่อมิได้) คิดกำจัดนางมาซูรีเสีย จึงคอยหาหนทางที่จะกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลาในวันหนึ่งพระยาลังกาวีพร้อมด้วยวัน ดากิม น้องชายได้ออกไปรบ ซึ่งนำเรือออกไปรบยังที่อื่นนอกเกาะลังกาวีเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ภรรยาเอกของพระยาลังกาวี จึงได้โอกาส ก็ใส่ความว่าชายที่เข้ามาร้องเพลงกล่อมบุตรของนางนั้นได้เป็นชู้กับนางมาซูรีในขณะที่สามีของนางไม่อยู่ ภรรยาเอกของพระยาลังกาวีจึงให้ทหารจับตัวนางมาซูรีมาลงโทษ และทำการตัดสินประหารชีวิตนางเสียก่อนที่พระยาลังกาวีและวัน ดากิมจะกลับมา นางมาซูรีจึงยากที่จะขัดขืนและช่วยตัวเองได้
ก่อนที่นางมาซูรีจะถูกประหารนั้นนางได้กล่าวคำสาปแช่งและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก่อนตายว่าหากนางนั้นบริสุทธิ์ไม่เป็นไปตามที่ถูกภรรยาเอกกล่าวหาแล้ว ขอให้เลือดของนางที่ไหลออกมานั้นเป็นสีขาวด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์ของนางในครั้งนี้ นางจึงอธิษฐานสาปแช่งให้ผู้ที่กลั่นแกล้งนางรวมทั้งหมดที่รู้เห็นเป็นใจได้ถึงภัยพิบัติ รวมทั้งเกาะลังกาวีสถานที่ประหารนางแห่งนี้ให้ตกอยู่ในหายนะ ไม่มีความสันติสุขและความเจริญใดๆเลยไป 7 ชั่วอายุคน หลังจากที่นางถูกประหารแล้วพระยาลังกาวีและวัน ดากิมกลับมาถึงเกาะลังกาวี และได้ทราบข่าวว่านางมาซูรีถูกประหารก็เสียใจเป็นอันมาก จึงเกิดการฆ่ากันทั้งเกาะ ส่วนวัน ดากิมซึ่งหลงรักนางมาซูรีอยู่จึงพาบุตรชายของนางมาซูรีมาอยู่ที่เมืองถลาง นัยว่าเป็นบ้านเดิมของนางมาซูรี ต่อมาบุตรชายผู้นี้ได้แต่งงานและมีทายาทแตกสาขาเป็นหลายสกุล

ตำนานที่ 3


ตำนานนี้เล่าความย้อนไปถึงนางมาซูรีผู้เป็นหญิงสาวชาวไทยที่มีรูปร่างสวยงาม ได้นั่งเรือออกไปหาปลากลางทะเลกับครอบครัว ต่อมาเรือนั้นถูกพายุพัดอับปาง ทำให้คนในครอบครัวเสียชีวิตหมด มีนางเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตและลอยไปติดบนเกาะลังกาวี ต่อมาข่าวนางติดเกาะนี่ล่วงรู้ไปถึงเจ้าเกาะลังกาวีว่ามีสาวรูปงามมาอาศัยอยู่ จึงปลอมตัวเป็นขอทานมาขออาหารกินที่หน้าบ้าน ทำให้คนทั้งสองได้รู้จักสนิทสนมกันและแต่งงานกันในที่สุด ส่วนสาเหตุที่นางต้องถูกฆ่านั้น ภรรยาของเจ้าเกาะลังกาวีหาเหตุกลั่นแกล้งนาง จึงใส่ความในขณะที่เจ้าเกาะลังกาวีออกไปรบและชักชวนให้ชาวบ้านพากันกล่าวหาว่าเป็นชู้กับนักร้องที่เข้ามากล่อมบุตรของนางจนร่ำลือไปทั่ว เจ้าเกาะลังกาวีรู้ข่าวจึงมีคำสั่งให้ประหารนางเสีย นางมาซูรีไม่มีหนทางรอดจึงได้สาปแช่งไว้ก่อนตาย แล้วเขียนข้อความไว้บนพื้นดินว่า "หากเราไม่ผิด ขอให้เลือดที่ไหลออกมาเป็นสีขาว และขอให้เกาะแห่งนี้จงพบกับความวิบัติ ไม่เจริญรุ่งเรืองไปถึง 7 ชั่วอายุคน"

 

 

ข้อมูลเริ่มต้นเกี่ยวกับเชื้อสายของพระนางมาซูรีแห่งเกาะลังกาวี

ต้นสกุล วัน ดารุส [WAN DARUS> ได้แต่งงานกับ มาซูรี คนไทยที่มีเชื้อสายคนไทยสมัยสุโขทัยที่เข้ามาตั้งเมืองไทรบุรี หรือ สยามอิสลาม ที่ชาวมลายูเรียกว่า "สามสาม" นางมาซูรีถูกฆ่าตายเมื่อ พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819) มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ วัน ดาเกม หรือ โต๊ะเกม ที่ถูกพามาอยู่ที่เมืองถลางหลังจากเกิดการฆ่าประหารกันบนเกาะลังกาวี

1, เชื้อสายรุ่นที่ 1

1. วัน ดาเกม (วัน อาเกม) หรือโต๊ะเกม (ชาย) อพยพมาอยู่ที่เมืองถลาง แต่งงานกับ อาลี ฉะ มีบุตร 6 คน (ชาย 2 หญิง 4 คน) คือ
1.1 โต๊ะเภา (ชาย)
1.2 นางสำหมี (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลสาริยา
1.3 ไม่ทราบชื่อ (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลยาหยี
1.4 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.5 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.6 ไม่ทราบชื่อ (ชาย)
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรชาย 2 คนนั้นถือเป็นสายตรงจาก วัน ดาเกมหรือโต๊ะเกม นั้นคือบุตรชาย 2 คนได้แก่ โต๊ะเภาและบุตรชายอีกคนหนึ่ง ไม่ทราบว่ายังใช้ "วัน" [WAN> เป็นชื่อสกุลอยู่หรือไม่
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรหญิง 4 คนได้แต่งงานกับคนในตระกูลอื่น ถือเป็นสายสัมพันธ์ที่แยกสาขาครั้งแรกเป็น 4 ตระกูล ที่ปรากฎชื่อคือ สกุล ยาหยี สาริยา ต่อมามีลูกหลานออกไปสัมพันธ์กับสกุลอื่นอีกจึงมีสาขาแยกออกไปอีกได้แก่ ยัสสิน จำปาดะ อังศิริกุล เป็นต้น

2.เชื้อสายรุ่นที่ 2

2.1 โต๊ะเภา (วัน โต๊ะเภา)
2.2 นางสำหมี แต่งงานกับคนในตระกูล สาริยา มีบุตรคือ นางเสาดะ สาริยา
2.3 หญิง ไม่ทราบชื่อ แต่งงานกับคนในตระกูล ยาหยี มีบุตรชื่อ โต๊ะเหม ยาหยี

3.เชื้อสายรุ่นที่ 3

3.1 นางเสาดะ สาริยา ต่อมาแต่งงานกับคนในตระกูล จำปาดะ (นายตอเหยบ จำปาดะ)
(ติดต่อที่ 77/1 หมู่ 3 ต.กมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต) มีบุตรชื่อนางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ
3.2 โต๊ะเหม ยาหยี มีบุตรชื่อ นายเฉลิม ยาหยี

4.เชื้อสายรุ่นที่ 4

4.1 นางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ แต่งงานกับคนในสกุล อังศิริกุล (ติดต่อที่ เนินตองรี
สอร์ท ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต)
4.2 นายเฉลิม ยาหยี

5.เชื้อสายรุ่นที่ 5

5.1 นายอิสเมล ยัสสิน [ISMAIL YASSIN>
5.2 นายเฉน ยาหยี มีบุตรชื่อ นายสุวรรณ ยาหยี (ติดต่อที่ 38/1 หมู่ 2 ต.กมลา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต)

6.เชื้อสายรุ่นที่ 6
6.1 นายสุวรรณ ยาหยี แต่งงานกับนางสุณี มีบุตรชื่อ ด.ญ.ศิรินทรา (อาลีฉะ) ยาหยี อายุ

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

คำสาปเลือด ของเจ้าหญิงมัสสุหรี แห่งลังกาวี

ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหารกลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่ม โดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย

ลังกาวี เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เกาะแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวมาเลย์ ก็เพราะตำนานที่เล่าขานกันมา  ถึงเจ้าหญิงชายารัชทายาท ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้วนามว่ามัสซูรี    
 
 langawi-46

บ้านของครอบครัวพระนางมัสสุหรี


บ้านพักของพระนางมัสสุรี  

   ตามตำนานเล่าว่า พระนางมัสซูรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ต ที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมทั้งงานบ้านงานเรือนและความ สวยงาม ทั้ง ๆ ที่ทางราชวงศ์ได้คัดเลือกหญิงสาวชาวลังกาวีหลายคนให้พระอนุชาเลือก แต่ก็ไม่ถูกใจ กลับมาถูกใจสาวไทยชาวภูเก็ต พระนางมัสซูรี มาอยู่กับพระอนุชาของสุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นปะไหมสุหรีมีบุตรเป็นหญิง

บ่อน้ำอาถรรพ์

บ่อน้ำอาถรรพ์ ที่บ้านของพระนางมัสสุหรี




บ่อน้ำ ที่ไม่มีวันแห้ง

ส่วนพระนางมัตซูรีมี บุตรเป็นชาย ตามกฎของสำนัก พระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่งปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของปะไหมสุหรีองค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึก ๆ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีของพระนางมัสซูรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมา ดังนั้นเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่าพระนางมัสซูรีมีชู้ ทำให้องค์สุลต่าน ตัดสินประหารชีวิตพระนางด้วยกริช




    โดยที่พระอนุชา สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหารกลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่ม โดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย




   องค์ สุลต่านเองก็ช่วยชีวิตพระนางไม่ได้ เพราะพระนางเสียเลือดมากแล้ว ด้านพี่ชายของพระนางมัสซูรีเกรงว่า หลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของมัสซูรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ตและเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โอรสของพระนางมัสซูรีเติบโตขึ้นมีนามว่า โต๊ะวัน นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1 และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเกาะลังกาวีก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุขในมนต์ตราแห่งการสาปแช่ง มาจนถึง 7 ชั่วคน จนกระทั่งมาถึง น.ส.สิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมัสซูรี เวลา 200 กว่าปี หรือ 7 ชั่วคนนั้นได้ผ่านไปแล้ว นับจากนี้ไปจะเป็นยุครุ่งโรจน์โชติชัชวาลของลังกาวีอีกครั้งหนึ่ง.....

*** รูปนี้เป็นรูปพระนางมัสสุหรี หรือพระนางเลือดขาวแต่ว่าเป็นภาพที่จินตนาการขึ้น

*** ส่วนนี่เป็นรูปของ ศิรินทรา ยายี หรือเมย์ ทายาทรุ่นที่เจ็ดของพระนางมัสสุหรี

สาวสวยคนนี้ .....ผู้แก้คำสาป 7 ชั่วโคตร..... แห่ง .... ลังกาวี

 

อ่านเจอเห็นมีสาระเลยก็อบมาให้อ่านต่อนะคับ

เครดิต : http://www.asian-cafe.org/viewthread.php?tid=17443

           http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=movies&jnId=158173

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 243,975 ครั้ง, โหวตแล้ว 75 ครั้ง / 259 คะแนน
โพสท์โดย: M - Talent ดู Hot Topic อื่นๆของ M - Talent
16:05 - 15 กุมภาพันธ์ 2553 (แก้ไขล่าสุด: 16:29 - 15 กุมภาพันธ์ 2553)
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung