เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
เมื่อวานนี้มีผู้เข้าชมเว็บโพสท์จัง 310,789 คน / 1,827,055 หน้า
Webboard

ตำนานพระนางมัสสุหรีแห่งลังกาวี

เกาะลังกาวี (LANGKAWI) แห่งรัฐเคดาห์หรือเมืองไทรบุรีนั้น หากไม่มีเรื่องราวของนางมาซูรีแล้ว เกาะแห่งนี้ก็คงเหมือนเกาะทั่วๆไป นางมาซูรีนั้นเป็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่เกิดมีเหตุการณ์สำคัญทำให้นางเสียชีวิตบนเกาะลังกาวีแห่งนี้ พร้อมกับคำสาปแห่งการแสดงความบริสุทธิ์ คือ โลหิตสีขาวเหมือนยางพารา

การแลกกันระหว่างชีวิตและคำสาปแช่งเป็นบทพิสูจน์สุดท้ายที่นางพยายามดิ้นรนออกจากการถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมนั้น เป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้เกาะลังกาวีได้ตกอยู่ในอำนาจของคำสาปที่จมอยู่ในความมืดดำเช่นเดียวกับชายหาดที่มีสีดำ นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตกต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง ๗ ชั่วอายุคน

บัดนี้เกาะลังกาวีได้ผ่านพ้นมาแล้ว ๖ ชั่วอายุคน ดังนั้นในโอกาสวาระคนรุ่นที่ ๗ ซึ่งเป็นลูกหลานของนางมาซูรีได้มาถึง จึงเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการแก้อาถรรพ์แห่งคำสาปเพื่อทำให้เกาะลังกาวีหลุดพ้นจากอำนาจลึกลับที่มาถึง ๖ ชั่วอายุคน สำหรับสุสานของนางมาซูรีนั้น มีสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อนและคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดสร้างทำขึ้นภายหลัง มีข้อความว่า

MAHSURI BINTI PANDAK MAYAH
MAHSURI A VICTIM OF TREACHERY AND JEALOUSY WAS SENTENCED TO DEATH IN 1235 HIJRAH OR 1819 A.D. AS SHE DIED SHE LAID A CURSE ON THE ISLAND "''THERE SHALL BE NO PEACE AND PROSPERITY ON THIS ISLAND FOR A PEROID OF SEVEN GENERATIONS''

ข้อความจารึกนี้ แปลความได้ว่า

มาซูรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) ๑๒๓๕ หรือ คริสต์ศักราช ๑๘๑๙ (พ.ศ. ๒๓๖๒) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า
''จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา ๗ ชั่วอายุคน''

วันนี้ทายาทของนางมาซูรีได้สืบทอดเชื้อสายมาถึงรุ่นที่ ๗ ตามคำสาปแล้ว หลังจากเกาะลังกาวีได้รอคอยวันที่จะหลุดพ้นคำสาปของนางมาซูรีเมื่อพ.ศ. ๒๓๖๒ มาเป็นเวลา ๑๘๑ ปี แต่ประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรลืมก็คือ เกาะลังกาวีแห่งนี้เป็นดินแดนของเมืองไทรบุรีที่ตั้งโดยชาวไทยที่เป็นสยามอิสลาม (สามสาม) อยู่กับอาณาจักรสยามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย…จนถึงรัชกาลที่ ๕ และเสียดินแดนส่วนนี้ให้กับอังกฤษในที่สุด คนไทยไม่เคยลืมดินแดนแห่งนี้เลย……

ตำนานเรื่องนางมัสสุหรี

ตำนานที่ 1
ตำนานนี้ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขาวดำ โดยถ่ายจากสถานที่จริงตามเรื่องที่เล่าขาน (หรือแต่งเอง) กันมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ "เจ้าหญิงมาซูรี ตำนานแห่งความบริสุทธิ์" มีความยาวประมาณ 30 นาที จึงทำให้นางมาซูรีเป็นเจ้าหญิงตามภาพยนตร์เรื่องนี้
เนื้อเรื่องนั้นเล่าว่า เกาะลังกาวีนั้นมีผู้ครองเกาะ ถ้าจะเรียกให้เป็นชั้นเจ้าครองเกาะก็คือ พระยาลังกาวี เจ้าครองเกาะลังกาวีนั้นมีน้องชายชื่อ วัน ดารุส (WAN DARUS) มีฐานะเหมือนอุปราชเมืองหรือรายามุดา (ไม่ใช่ราชา) เป็นผู้ช่วยเจ้าของเกาะ ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการสู้รบมาก
นางมาซูรีนี้ได้อภิเษกเป็นพระชายาของวัน ดารุส อยู่กินด้วยกันจนมีบุตรชาย 1 คนชื่อวัน ดาเกม ในวันหนึ่งระหว่างที่วัน ดารุสเดินทางออกไปรบนั้น นางมาซูรีได้ถูกกล่าวหาว่าคบชู้กับนักร้องที่มีหน้าที่เข้ามาร้องเพลงกล่อมบุตรของนาง ชาวเกาะจึงพากันร่ำลือไปรู้ถึงหูพระยาลังกาวี พระยาลังกาวีจึงสั่งให้ทหารจับตัวนางมาลงโทษและตัดสินประหารชีวิตโดยไม่ฟังคำแก้ตัวของนาง และก่อนที่นางมาซูรีจะถูกประหารนั้นนางได้อธิษฐานสาปแช่งว่า หากนางไม่ผิดตามข้อกล่าวหาแล้วขอให้เกาะลังกาวีจงพบกับความวิบัติเป็นเวลา 7 ชั่วอายุคนหรือ 7 ชั่วโคตรเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง เมื่อวัน ดารุสกลับมาพบว่า พระยาลังกาวีพี่ชายสั่งประหารชีวิตนางมาซูรี วัน ดารุสจึงโกรธแค้น ได้นำกำลังออกไล่ฆ่าชาวบ้านที่ใส่ความร่ำลือจนเกิดเหตุดังกล่าว รวมทั้งพระยาลังกาวีพี่ชายของตนด้วย จากนั้นวัน ดารุส ก็พาบุตรชายหนีเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองถลาง และได้อาศัยอยู่จนถึงแก่กรรม ณ เมืองถลางแห่งนี้ วัน ดาเกมบุตรชายของนางมาซูรีผู้นี้ต่อมาได้แต่งงานและมีบุตรเป็นทายาทสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 


ตำนานที่ 2
อีกตำนานเป็นเรื่องที่เล่ากันทั่วไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวว่า นางมาซูรีผู้นี้เป็นภรรยาของวัน ดารุสซึ่งเป็นพระยาลังกาวีผู้ครองเกาะลังกาวี ต่อมานางมาซูรีมีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ เออิดะ เบนจานาราวี จึงทำให้นางมาซูรีได้รับความรักจากพระยาลังกาวีและเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป จนเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ภรรยาเอกของเจ้าเกาะลังกาวี (หาชื่อมิได้) คิดกำจัดนางมาซูรีเสีย จึงคอยหาหนทางที่จะกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลาในวันหนึ่งพระยาลังกาวีพร้อมด้วยวัน ดากิม น้องชายได้ออกไปรบ ซึ่งนำเรือออกไปรบยังที่อื่นนอกเกาะลังกาวีเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ภรรยาเอกของพระยาลังกาวี จึงได้โอกาส ก็ใส่ความว่าชายที่เข้ามาร้องเพลงกล่อมบุตรของนางนั้นได้เป็นชู้กับนางมาซูรีในขณะที่สามีของนางไม่อยู่ ภรรยาเอกของพระยาลังกาวีจึงให้ทหารจับตัวนางมาซูรีมาลงโทษ และทำการตัดสินประหารชีวิตนางเสียก่อนที่พระยาลังกาวีและวัน ดากิมจะกลับมา นางมาซูรีจึงยากที่จะขัดขืนและช่วยตัวเองได้
ก่อนที่นางมาซูรีจะถูกประหารนั้นนางได้กล่าวคำสาปแช่งและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก่อนตายว่าหากนางนั้นบริสุทธิ์ไม่เป็นไปตามที่ถูกภรรยาเอกกล่าวหาแล้ว ขอให้เลือดของนางที่ไหลออกมานั้นเป็นสีขาวด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์ของนางในครั้งนี้ นางจึงอธิษฐานสาปแช่งให้ผู้ที่กลั่นแกล้งนางรวมทั้งหมดที่รู้เห็นเป็นใจได้ถึงภัยพิบัติ รวมทั้งเกาะลังกาวีสถานที่ประหารนางแห่งนี้ให้ตกอยู่ในหายนะ ไม่มีความสันติสุขและความเจริญใดๆเลยไป 7 ชั่วอายุคน หลังจากที่นางถูกประหารแล้วพระยาลังกาวีและวัน ดากิมกลับมาถึงเกาะลังกาวี และได้ทราบข่าวว่านางมาซูรีถูกประหารก็เสียใจเป็นอันมาก จึงเกิดการฆ่ากันทั้งเกาะ ส่วนวัน ดากิมซึ่งหลงรักนางมาซูรีอยู่จึงพาบุตรชายของนางมาซูรีมาอยู่ที่เมืองถลาง นัยว่าเป็นบ้านเดิมของนางมาซูรี ต่อมาบุตรชายผู้นี้ได้แต่งงานและมีทายาทแตกสาขาเป็นหลายสกุล

ตำนานที่ 3


ตำนานนี้เล่าความย้อนไปถึงนางมาซูรีผู้เป็นหญิงสาวชาวไทยที่มีรูปร่างสวยงาม ได้นั่งเรือออกไปหาปลากลางทะเลกับครอบครัว ต่อมาเรือนั้นถูกพายุพัดอับปาง ทำให้คนในครอบครัวเสียชีวิตหมด มีนางเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตและลอยไปติดบนเกาะลังกาวี ต่อมาข่าวนางติดเกาะนี่ล่วงรู้ไปถึงเจ้าเกาะลังกาวีว่ามีสาวรูปงามมาอาศัยอยู่ จึงปลอมตัวเป็นขอทานมาขออาหารกินที่หน้าบ้าน ทำให้คนทั้งสองได้รู้จักสนิทสนมกันและแต่งงานกันในที่สุด ส่วนสาเหตุที่นางต้องถูกฆ่านั้น ภรรยาของเจ้าเกาะลังกาวีหาเหตุกลั่นแกล้งนาง จึงใส่ความในขณะที่เจ้าเกาะลังกาวีออกไปรบและชักชวนให้ชาวบ้านพากันกล่าวหาว่าเป็นชู้กับนักร้องที่เข้ามากล่อมบุตรของนางจนร่ำลือไปทั่ว เจ้าเกาะลังกาวีรู้ข่าวจึงมีคำสั่งให้ประหารนางเสีย นางมาซูรีไม่มีหนทางรอดจึงได้สาปแช่งไว้ก่อนตาย แล้วเขียนข้อความไว้บนพื้นดินว่า "หากเราไม่ผิด ขอให้เลือดที่ไหลออกมาเป็นสีขาว และขอให้เกาะแห่งนี้จงพบกับความวิบัติ ไม่เจริญรุ่งเรืองไปถึง 7 ชั่วอายุคน"

 

 

ข้อมูลเริ่มต้นเกี่ยวกับเชื้อสายของพระนางมาซูรีแห่งเกาะลังกาวี

ต้นสกุล วัน ดารุส [WAN DARUS> ได้แต่งงานกับ มาซูรี คนไทยที่มีเชื้อสายคนไทยสมัยสุโขทัยที่เข้ามาตั้งเมืองไทรบุรี หรือ สยามอิสลาม ที่ชาวมลายูเรียกว่า "สามสาม" นางมาซูรีถูกฆ่าตายเมื่อ พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819) มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ วัน ดาเกม หรือ โต๊ะเกม ที่ถูกพามาอยู่ที่เมืองถลางหลังจากเกิดการฆ่าประหารกันบนเกาะลังกาวี

1, เชื้อสายรุ่นที่ 1

1. วัน ดาเกม (วัน อาเกม) หรือโต๊ะเกม (ชาย) อพยพมาอยู่ที่เมืองถลาง แต่งงานกับ อาลี ฉะ มีบุตร 6 คน (ชาย 2 หญิง 4 คน) คือ
1.1 โต๊ะเภา (ชาย)
1.2 นางสำหมี (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลสาริยา
1.3 ไม่ทราบชื่อ (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลยาหยี
1.4 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.5 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.6 ไม่ทราบชื่อ (ชาย)
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรชาย 2 คนนั้นถือเป็นสายตรงจาก วัน ดาเกมหรือโต๊ะเกม นั้นคือบุตรชาย 2 คนได้แก่ โต๊ะเภาและบุตรชายอีกคนหนึ่ง ไม่ทราบว่ายังใช้ "วัน" [WAN> เป็นชื่อสกุลอยู่หรือไม่
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรหญิง 4 คนได้แต่งงานกับคนในตระกูลอื่น ถือเป็นสายสัมพันธ์ที่แยกสาขาครั้งแรกเป็น 4 ตระกูล ที่ปรากฎชื่อคือ สกุล ยาหยี สาริยา ต่อมามีลูกหลานออกไปสัมพันธ์กับสกุลอื่นอีกจึงมีสาขาแยกออกไปอีกได้แก่ ยัสสิน จำปาดะ อังศิริกุล เป็นต้น

2.เชื้อสายรุ่นที่ 2

2.1 โต๊ะเภา (วัน โต๊ะเภา)
2.2 นางสำหมี แต่งงานกับคนในตระกูล สาริยา มีบุตรคือ นางเสาดะ สาริยา
2.3 หญิง ไม่ทราบชื่อ แต่งงานกับคนในตระกูล ยาหยี มีบุตรชื่อ โต๊ะเหม ยาหยี

3.เชื้อสายรุ่นที่ 3

3.1 นางเสาดะ สาริยา ต่อมาแต่งงานกับคนในตระกูล จำปาดะ (นายตอเหยบ จำปาดะ)
(ติดต่อที่ 77/1 หมู่ 3 ต.กมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต) มีบุตรชื่อนางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ
3.2 โต๊ะเหม ยาหยี มีบุตรชื่อ นายเฉลิม ยาหยี

4.เชื้อสายรุ่นที่ 4

4.1 นางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ แต่งงานกับคนในสกุล อังศิริกุล (ติดต่อที่ เนินตองรี
สอร์ท ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต)
4.2 นายเฉลิม ยาหยี

5.เชื้อสายรุ่นที่ 5

5.1 นายอิสเมล ยัสสิน [ISMAIL YASSIN>
5.2 นายเฉน ยาหยี มีบุตรชื่อ นายสุวรรณ ยาหยี (ติดต่อที่ 38/1 หมู่ 2 ต.กมลา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต)

6.เชื้อสายรุ่นที่ 6
6.1 นายสุวรรณ ยาหยี แต่งงานกับนางสุณี มีบุตรชื่อ ด.ญ.ศิรินทรา (อาลีฉะ) ยาหยี อายุ

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

คำสาปเลือด ของเจ้าหญิงมัสสุหรี แห่งลังกาวี

ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหารกลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่ม โดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย

ลังกาวี เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เกาะแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวมาเลย์ ก็เพราะตำนานที่เล่าขานกันมา  ถึงเจ้าหญิงชายารัชทายาท ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้วนามว่ามัสซูรี    
 
 langawi-46

บ้านของครอบครัวพระนางมัสสุหรี


บ้านพักของพระนางมัสสุรี  

   ตามตำนานเล่าว่า พระนางมัสซูรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ต ที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมทั้งงานบ้านงานเรือนและความ สวยงาม ทั้ง ๆ ที่ทางราชวงศ์ได้คัดเลือกหญิงสาวชาวลังกาวีหลายคนให้พระอนุชาเลือก แต่ก็ไม่ถูกใจ กลับมาถูกใจสาวไทยชาวภูเก็ต พระนางมัสซูรี มาอยู่กับพระอนุชาของสุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นปะไหมสุหรีมีบุตรเป็นหญิง

บ่อน้ำอาถรรพ์

บ่อน้ำอาถรรพ์ ที่บ้านของพระนางมัสสุหรี




บ่อน้ำ ที่ไม่มีวันแห้ง

ส่วนพระนางมัตซูรีมี บุตรเป็นชาย ตามกฎของสำนัก พระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่งปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของปะไหมสุหรีองค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึก ๆ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีของพระนางมัสซูรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมา ดังนั้นเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่าพระนางมัสซูรีมีชู้ ทำให้องค์สุลต่าน ตัดสินประหารชีวิตพระนางด้วยกริช




    โดยที่พระอนุชา สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหารกลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่ม โดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย




   องค์ สุลต่านเองก็ช่วยชีวิตพระนางไม่ได้ เพราะพระนางเสียเลือดมากแล้ว ด้านพี่ชายของพระนางมัสซูรีเกรงว่า หลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของมัสซูรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ตและเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โอรสของพระนางมัสซูรีเติบโตขึ้นมีนามว่า โต๊ะวัน นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1 และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเกาะลังกาวีก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุขในมนต์ตราแห่งการสาปแช่ง มาจนถึง 7 ชั่วคน จนกระทั่งมาถึง น.ส.สิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมัสซูรี เวลา 200 กว่าปี หรือ 7 ชั่วคนนั้นได้ผ่านไปแล้ว นับจากนี้ไปจะเป็นยุครุ่งโรจน์โชติชัชวาลของลังกาวีอีกครั้งหนึ่ง.....

*** รูปนี้เป็นรูปพระนางมัสสุหรี หรือพระนางเลือดขาวแต่ว่าเป็นภาพที่จินตนาการขึ้น

*** ส่วนนี่เป็นรูปของ ศิรินทรา ยายี หรือเมย์ ทายาทรุ่นที่เจ็ดของพระนางมัสสุหรี

สาวสวยคนนี้ .....ผู้แก้คำสาป 7 ชั่วโคตร..... แห่ง .... ลังกาวี

 

อ่านเจอเห็นมีสาระเลยก็อบมาให้อ่านต่อนะคับ

เครดิต : http://www.asian-cafe.org/viewthread.php?tid=17443

           http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=movies&jnId=158173

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 234,480 ครั้ง, โหวตแล้ว 63 ครั้ง / 241 คะแนน
โพสท์โดย: M - Talent ดู Hot Topic อื่นๆของ M - Talent
16:05 - 15 กุมภาพันธ์ 2553 (แก้ไขล่าสุด: 16:29 - 15 กุมภาพันธ์ 2553)
แจ้งลบ
กระทู้อื่นๆของ M - Talent
ติดตามความบันเทิงจาก Postjung.com บนเฟซบุ๊ค
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

ดับฝัน ! Spider-Man ไม่เข้าร่วม Avengers เร็ว ๆ นี้แน่นอน

ฝรั่งชื่นชมเสรีภาพในการนับถือศาสนาของไทย

ผวา!! เด็กแว๊นพิษณุโลก รุมตื้บเด็กหนุ่มไร้สาเหตุ แถมจับใครไม่ได้

ดูแล้ว ซึ้งคิดถึงแม่จัง

มอเตอร์ไซด์รับจ้างออนไลน์ มีรายได้ราว 40,000 บาทต่อเดือน

สยอง!! ฝูงฮิปโปท่ามกลาง ดงจระเข้ เห็นแล้วขนลุก
ดู Hot Topic
ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung