ความจริงที่!!! พญาครุฑ-พญานาค แค่เคย!!!! เป็นศัตรูกัน
ครุฑ เป็นพญานกที่มีรูปครึ่งมนุษย์ ครึ่งนกอินทรี มารดาคือนางวินตา
ส่วนพญานาค มีลักษณะคล้ายงูมีหงอน มีพระมารดาชื่อ นางกัทรู
พระมารดาของพญาครุฑและพญานาค นั้นเป็นพี่น้องกัน และมีพระสวามีคือพระฤษี พระกัศยปมุนี
เหตุที่ทำให้เชื่อกันว่า พญานาคและพญาครุฑเป็นศัตรูกันนั้น
ครั้งหนึ่งนางกัทรูและนางวินตาได้พนันกันถึงสีของม้าที่เกิดคราวกวนเกษียรสมุทร โดยว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่าม้าสีขาว แต่นางกัทรูทายว่าสีดำ ซึ่งความจริงม้าเป็นสีขาวดังที่นางวินตาทาย แต่นางกัทรูใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า นางวินตาไม่ทราบในอุบายเลยยอมแพ้ ต้องเป็นทาสและถูกขังอยู่ในแดนบาดาลถึงห้าร้อยปี
ต่อมาครุฑได้ทราบความจริงถึงอุบายของนางกัทรู แต่เพื่อช่วยแม่ให้เป็นอิสระ ครุฑจึงได้ทำความตกลงกับพวกพญานาคที่ต้องการเป็นอมตะว่าจะไปนำน้ำอมฤตที่อยู่กับพระจันทร์มาให้ ครั้นแล้วก็บินไปสวรรค์ คว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก แต่ถูกพระอินทร์และทวยเทพติดตามมา และเกิดต่อสู้กันขึ้นกับเหล่าทวยเทพ
พญาครุฑถวายสัญญาว่าขอเป็นพาหนะของพระวิษณุ และเป็นธงครุฑพ่าห์สำหรับปักอยู่บนรถศึกของพระวิษณุอันเป็นที่สูงกว่า นี่เองจึงเป็นที่มาว่าเหตุใดครุฑจึงเป็นพาหนะของพระวิษณุ
ส่วนหม้อน้ำอมฤตนั้น พระอินทร์ได้ตามมาขอคืน ครุฑก็บอกว่าตนต้องรักษาสัตย์ที่จะนำไปให้นาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาส
เมื่อครุฑเอาน้ำอมฤตไปให้นาคก็วางไว้บนหญ้าคา (และว่าได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา ๒-๓หยด ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคล ใช้ประพรมน้ำมนต์ ส่วนงูเมื่อเห็นน้ำอมฤตบนหญ้าคาก็ไปเลียกิน ด้วยความไม่ระวัง จึงถูกคมหญ้าคาบาดกลางเป็นทางยาว งูจึงมีลิ้นแตกเป็นสองแฉกสืบมาจนทุกวันนี้)
ในเมื่อพญาครุฑทำตามสัจจะ นาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดีปล่อยนางวินตาแม่ครุฑให้เป็นอิสระ พระอินทร์แอบติดตามพญาครุฑมาเพื่อมาเอาหม้อน้ำอมฤต และพระอินทร์ก็นำหม้อน้ำอมฤตกลับไป ทำให้นาคไม่ได้กิน
มิหนำซ้ำ พระอินทร์สั่งให้พญาครุฑ จับนาคกินเป็นอาหารได้ เหล่าบรรดาพญานาคทั้งหลายกลัวนาคจะสูญพันธุ์
พระนางกัทรูแม่ของเหล่านาคทั้งหลาย ร้ำไห้ที่จะต้องเสียลูกไป จึงมาพบกับวิทยาธรตนหนึ่งชื่อว่า ชีมูตวาหน เป็นผู้มีใจบุญสุนทานตัดแล้วซึ่งโลกีย์วิสัย ก็สอบถามได้ความแล้ว จึงเสนอตัวเองปลอมเป็นนาคให้ครุฑกินแทน
ปรากฏว่าขณะที่ครุฑกำลังกินนาคปลอม แทนที่จะแสดงความเจ็บปวด ชีมูตวาหนกลับแสดงความปลื้มใจจนครุฑผิดสังเกตว่าต้องผิดตัวแน่ แต่สอบถามอย่างไรก็ไม่ยอมรับ
ครุฑ เมื่อทราบความจริง ก็เกิดความสำนึกบาป และซาบซึ้งในความเสียสละของชีมูตวาหน จึงวิ่งเข้าไปในกองไฟหมายจะฆ่าตัวตายเพื่อชำระบาป แต่ชีมูตวาหนได้ร้องห้าม และว่าหากจะหยุดทำบาปก็ให้เลิกกินนาคเป็นอาหารต่อไป ครุฑก็เชื่อและได้เหาะไปนำน้ำอมฤตมาประพรมกระดูกนาคที่ตนเคยจิกกินมาแต่กาลก่อน จนนาคทั้งหมดได้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
เพื่อนๆรู้จักกันไหม 'มะพอก' ผลไม้ดีแดนอีสานบ้านเรา รสชาติเหมือนถั่วแต่เป็นผลไม้นะจ๊ะ !
จังหวัดที่คนว่างงานมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
4 เมษายน "วันหนูโลก" เปลี่ยนภาพจำจากสัตว์ที่คนกลัว สู่เพื่อนตัวจิ๋วสุดน่ารัก
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ





