หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย - ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2565 รางวัลที่1 331583
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเกรตแบร์ริเออร์รีฟถึงกำลังวิกฤต

เขียน โดย Justin Hawk

ปลาหลากหลายสีและสายพันธุ์แหวกว่ายไปตามปะการัง ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลงมาจากผืนน้ำ ปลากระเบนว่ายผ่านไปอย่างช้า ๆ ราวกับกำลังพักผ่อน นี่คือภาพที่ย้ำเตือนฉันว่าแท้จริงแล้วโลกแห่งธรรมชาตินั้นมหัศจรรย์เพียงใด ทว่ามีความเป็นไปได้ว่าประการังเหล่านั้นสามารถสูญพันธุ์ไปได้ตลอดกาล เกรตแบร์ริเออร์รีฟ (The Great Barrier Reef) ซึ่งเป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างน่าตกใจ ในเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เราสูญเสียปะการังไปกว่าครึ่ง ถ้าอยากให้ที่แห่งนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายทศวรรษ ณ เวลานี้ พวกเราจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแล้ว

การทำความเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ปะการังทรุดโทรมลงดูจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีหลายสาเหตุและปัจจัย แล้วอะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปะการังตาย

อุตสาหกรรมถ่านหิน ปะการังฟอกขาว และน้ำเสีย คือหนึ่งในหลายสาเหตุที่มาจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งกำลังทำร้ายเกรตแบร์ริเออร์รีฟ หากเราอยากจะเก็บสิ่งมหัศจรรย์นี้ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชม ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมกับปกป้อง

ถ่านหิน

หินสีดำ ๆ ก้อนเล็กก้อนน้อยมีส่วนอย่างมากในการทำลายความเป็นอยู่ของปะการัง รัฐบาลควีนสแลนด์ ประเทศออสเตรเลียได้ให้การสนับสนุนขยายเหมืองถ่านหินและท่าเรือด้วยเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล อุตสาหกรรมถ่านหินถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่อันตรายต่อชีวิตและทำลายสุขภาพของเกรตแบร์ริเออรีฟ

หากเหมืองถ่านหิน Carmichael ผ่านการอนุมัติโครงการจะกลายเป็นเหมืองถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย จะสร้างมลพิษและทิ้งรอยเท้านิเวศขนาดใหญ่กว่าเมืองซิดนีย์ถึงสิบเท่า นอกจากนี้ยังใช้น้ำปริมาณเท่าสระน้ำโอลิมปิกทุก ๆ สองชั่วโมง อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานะทางการตลาดของถ่านหิน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเรียกเหมืองแห่งนี้ว่า “หายนะทางเศรษฐกิจ” ขณะนี้โครงการเหมืองถ่านหินแห่งนี้กำลังอยู่ในระหว่างการถูกฟ้องร้องจากองค์กรสิ่งแวดล้อมในประเทศออสเตรเลีย

ภาพของท่าเรือถ่านหิน Abbot Point Coal Terminal ที่รัฐควีนสแลนด์

อุตสาหกรรมถ่านหินที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น หมายถึงจำนวนเรือและมลพิษที่มากขึ้น ถ่านหินถือเป็นแหล่งพลังงานสกปรกที่เป็นตัวเร่งภาวะโลกร้อน เรือที่แล่นเร็วที่สุดในเอเชียเทียบท่าในบริเวณที่ใกล้กับแนวปะการังแห่งนั้น เป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทถ่านหินถึงวางแผนที่จะขุดลอกบริเวณใกล้เคียง ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะทำให้เต่าทะเลและปลาการ์ตูนตกอยู่ในอันตราย การขยับขยายท่าเรือถ่านหิน Abbot Point Coal Terminal จะต้องขุดดิน 1.1 ล้านคิวบิกเมตรในบริเวณใกล้เคียงกับแนวปะการังนั้นและนำไปทิ้งที่พื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก

ปะการังฟอกขาว

ปะการังสีสันสดใสเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดอย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งชาติทางทะเลเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (The Great Barrier Reef Marine Park Authority หรือ GBRMPA) ได้วัดระดับการตอบสนองต่อการฟอกขาวทางตอนเหนือของแนวปะการังและพบว่าเป็นการฟอกขาวที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาค การสำรวจของศาสตราจารย์ Terry Hughes ผู้อำนวยการของ Australian Research Council Centre of Excellence for Coral Reef Studies เปิดเผยว่าปะการังจำนวน 516 ตัว จาก 520 ตัว กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ฟอกขาวและอาจไม่สามารถฟื้นตัวกลับคืนมาได้ (ข้อมูลเมื่อปี 2558)

ภาพบริเวณที่ปะการังฟอกขาว จาก ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies/ Terry Hughes

ปรากฏการณ์ฟอกขาวเกิดจากการที่อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงกว่าปกติ ทำให้ปะการังสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี (zooxanthellae) ซึ่งอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง การสูญเสียสาหร่ายชนิดนี้สร้างผลกระทบแก่ปะการังและทำให้กลายเป็นสีขาว ถึงแม้ว่าปะการังจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของการฟอกขาวนั้นว่าจะทำให้ปะการังมีชีวิตรอดหรือไม่ กว่าครึ่งหนึ่งของปะการังที่ฟอกขาวอยู่ในขณะนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะตาย

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าปรากฏการณ์ฟอกขาวแบบนี้มีสิทธิ์เกิดขึ้นทุกปีจนกระทั่งปี 2573 ปรากฏการณ์ฟอกขาวที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้มีสาเหตุมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปรากฎการณ์เอลนีโญ่ (El nino) นี่เป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่แย่ที่สุดที่เราเคยเห็นมา เราอาจจะเสียนีโม่ไปมากกว่าที่จะต้องไปตามหามัน

น้ำทะเลเป็นกรด

ยิ่งเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นไปบนท้องฟ้ามากเท่าไหร่ มหาสมุทรจะกลายเป็นพิษมากเท่านั้น มีการคาดเดาว่ามหาสมุทรจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 25 ของคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเกิดจากน้ำมือของมนุษย์

เมื่อมหาสมุทรดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเคมีและมีระดับความเป็นกรดมากขึ้น

การเพิ่มขึ้นของความเป็นกรดแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกรตแบร์ริเออร์รีฟซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่บอบบางได้รับผลกระทบและมีปะการังตายเป็นจำนวนมาก อาจใช้เวลากว่า 50 ปีเพื่อให้สภาวะความเป็นกรดกลับมาเป็นปกติ ดังนั้นหากสภาวะโลกร้อนยังไม่ได้รับการจัดการ ปะการังเหล่านี้อาจไม่สามารถกลับเป็นดังเดิมได้

คุณภาพน้ำที่แย่

น้ำสกปรกมากขึ้นเรื่อยๆ จากมลพิษและสิ่งสกปรกที่มนุษย์เป็นคนทำ ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ชายฝั่งควีนสแลนด์ถูกใช้เพื่อการเกษตร ทำใหัปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและมูลของเสียจากสัตว์ไหลลงสู่ทะเลและทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง น้ำที่ขุ่นมัวทำให้การสังเคราะห์แสงของปะการังเป็นไปได้ยากขึ้น ส่งผลให้สาหร่ายซูแซนเทลลี (Zooxanthellae) ซึ่งจำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่ของปะการังมีจำนวนลดลง

รายงานซึ่งถูกตีพิมพ์โดย Australian Institute of Marine Science (AIMS) แสดงให้เห็นว่า คุณภาพน้ำในบริเวณของเกรตแบร์ริเออร์รีฟแย่ลงจนไม่น่าจะถึงเป้าหมายอัตราการตกตะกอนและระดับไนโตรเจนที่ถูกกำหนดไว้ในแผนอนุรักษ์แนวปะการังปี พ.ศ. 2593 ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าควรจะมีการปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดมากกว่านี้

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติต่างๆ อย่างพายุไซโคลนสามารถสร้างความเสียหายแก่ปะการังและผืนหญ้าทะเลอย่างมาก พะยูนและเต่าทะเลได้รับผลกระทบจากทุ่งหญ้าทะเลที่เสียหาย ยิ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงก็ยิ่งทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งขึ้น ในปี 2554 พายุไซโคลน Yasi ฉีกแนวปะการัง ทำให้ปะการังประมาณร้อยละ 13 ของปะการังทั้งหมดได้รับความเสียหาย

ภาพความเสียหายที่เกิดจากพายุไซโคลน Yasi ในปี 2011

ดาวมงกุฏหนามหรือปลาดาวหนาม

ร้อยละ 42 ของปะการังที่สูญไปมีสาเหตุมาจากถูกดาวมงกุฎหนามหรือปลาดาวหนามกินเป็นอาหาร ปลาดาวหนามซึ่งแพร่ระบาดอยู่เนืองๆได้กลับมาระบาดอีกครั้งเมื่อต้นปี 2553

ภาพของดาวมงกุฏหนามหรือปลาดาวมงกุฏในบริเวณแปซิฟิคตะวันตก

ปลาดาวหนามมีบทบาทอย่างมากต่อจำนวนปะการังจนถูกคาดเดาว่าหากไม่มีปลาดาวหนามในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา หินปะการังคงจะเพิ่มมากขึ้น แผนระยะสั้นที่สามารถทำได้คือ การให้ทีมผู้รับผิดชอบควบคุมจำนวนประชากรของปลาดาวหนามโดยวิธีการฉีด สำหรับแผนระยะยาวนั้นควรจะเป็นวิธีการรับมืออย่างท่วงทีหากมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต

แผนอนุรักษ์แนวปะการังปี พ.ศ. 2593

สถานการณ์ของแนวปะการังในปัจจุบันทำให้เกิดการถกเถียงขึ้นในคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก้เกี่ยวกับรายชื่อสถานที่ที่ตกอยู่ในอันตราย ด้วยเหตุนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศออสเตรเลีย (Australian Government Department of the Environemtn) ได้ออกแผนอนุรักษ์แนวปะการังอย่างยั่งยืนปี พ.ศ. 2593 แผนการนี้ระบุครอบคลุมถึงเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คำมั่นของรัฐบาลในการควบคุมมลพิษและควบคุมผลกระทบที่เกิดจากการขุดลอกในบริเวณข้างเคียง

อย่างไรก็ตามแผนการอนุรักษ์ยังถือว่าไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่มีการระบุแผนการปฏิบัติการที่ชัดเจนเจาะจง มีเพียงแค่เป้าหมายและแนวทางการปฏิบัติอย่างกว้างๆ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญต่อการคุกคามซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพียงน้อยนิดและอนุญาตให้อุตสาหกรรมถ่านหินขยายไปในบริเวณที่ใกล้กับแนวปะการัง

เราควรจะทำอย่างไร?

ทีนี้เราควรจะทำอย่างไรเพื่อปกป้องปะการังเหล่านั้น สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้และให้ผลมากที่สุดคือการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากสาเหตุที่ปะการังถูกทำลายส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นน้ำมือของมนุษย์ เราควรจะลดรอยเท้าทางระบบนิเวศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และใช้พลังงานหมุนเวียนแทนพลังงานจากถ่านหิน นอกจากนี้ยังควรออกกฏหมายบังคับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม  ร่วมยืดหยัดเพื่อเกรตแบร์ริเออร์รีฟ เพราะหากเราไม่ต่อสู้เพื่อปกป้องแนวปะการังที่สำคัญของโลกนี้ เกรตแบร์ริเออร์รีฟก็จะกลายเป็นอดีตอย่างรวดเร็ว

บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่


แปลโดย วริษา สี่หิรัญวงศ์ อาสาสมัครกรีนพีซในโครงการแปลเปลี่ยนโลก

ที่มา :www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/57775

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: iLay, zerotype, กุ๊กไก่ สุดหล่อ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สาวสั่งผัดกะเพรา บอกขอน้ำเยอะๆ แม่ค้าจัดให้ แฉะสมใจเลยเมื่อเดินไปตามถนนในเกาหลีเหนือ คุณจะเห็นโปสเตอร์โฆษณา เจ๋งๆ มากมาย ซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว17 ปีผ่านไป นักแสดงใน Pirates of the Caribbean เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?แม่ค้าสู้ชีวิต ไลฟ์ขายเสื้อ ท้าทายลูกค้า สุดท้าย ต้องเต้นรัวๆ ไม่ได้ขายสักตัวเกินไปมาก!! ร้านตักข้าวแกง ครองทั้งฟุตบาท เละเทะแบบขั้นสุดแห่ติดแฮชแท็ก!! #ล้างหนี้กยศ ครบ 10,000 รายชื่อ ยื่นแก้กฎหมายกองทุนสาวเตือน!! เข้าร้านสะดวกซื้อ ต้องดูใบเสร็จทุกครั้ง ลั่น "ปล้นกันซึ่งๆหน้า"หนุ่มปล่อยเช่าคอนโด ผ่านไปครึ่งปี ไม่เคยมาดู พอมาเห็น ถึงกับยืนช็อก!!แพรรี่” ปังไม่หยุด โอนเงินสด 3.6 ล้าน ถอย BMW ป้ายแดง ลั่น ”ตราบที่ยังไม่ตาย หาเงินใหม่ได้”คังจินา..การถนอมอาหาร ผลไม้ ของอัฟกานิสถาน ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ชาญฉลาด สามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบัน"ปิงปอง ไดอารี่" ซื้อกล้วยทอด ฝาก "โคตะ มิอุระ" เห็นแล้ว อิจฉาหนักมาก!!วิจารณ์สนั่น!! ลูกค้าบอกว่าสั่งซื้อของจาก พิมรี่พาย ส่งมาถึงเละ ทั้งมีกลิ่นเน่า สยองมากรู้แล้วที่มาของ ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ ปัธโธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้เองสาวจีนเท่ๆ ผิวขาว ไม่ใช่ผิวเหลือง ที่จะไม่แต่งงานกับชาติพันธุ์อื่น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มีพายุไต้ฝุ่นเพียง 2 ลูกเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาในบริเวณอ่าวไทยในวันที่ฝนพรำ แต่จะไม่ยอมเปียกแนะนำวิธีใช้ยาแก้ไออย่างเหมาะสมในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยใครจะคิด แท้จริงไก่บ้านในไทยคือบรรพบุรุษของไก่ทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่