ประวัติของรองเท้าดังตอน 3 Bata (บาจา)
หากพูดถึงรองเท้าแบรนด์ Bata แทบจะทุกคนก็ว่าได้ในประเทศไทยที่รู้จักแบรนด์รองเท้าแบรนด์นี้ เพราะถือว่าเป็นรองเท้าราคาเป็นมิตรกับคนทั่วไปและคุณภาพใช้ได้และเป็นขวัญใจใครหลายๆคนเป็นอย่างมากเนื่องด้วยหาซื้อง่ายมีร้านค้าอยู่แทบจะทุกห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ จนหลายๆคนเข้าใจว่ารองเท้า Bata นั้นเป็นรองเท้าที่มีเจ้าของเป็นคนไทยไปเสียแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้คิดไปอย่างนั้นก็เนื่องด้วยคำว่า Bata ที่ตามหลักภาษาอังกฤษของประเทศไทยนั้นอ่านออกเสียงว่า บาทา ซึ่งดันไปออกเสียงเป็นเสียงเดียวกับ บาทา ที่แปลว่าเท้าพอดิบพอดี
รองเท้า Bata หรือที่อ่านออกเสียงว่า บาจา ใครเคยสงสัยบ้างว่าทำไมไม่เรียกว่า บาทา วันนี้ จะพาคุณผู้อ่านที่เคารพไปไขข้อข้องใจไปพร้อมๆกัน เริ่มจากต้นกำเนิดของรองเท้าบาจานั้นย้อนไปเมื่อ 120 ปีก่อนที่ประเทศ Czechoslovakia (ปัจจุบันแยกประเทศออกเป็น สาธารณรัฐเช็กและประเทศสโลวาเกีย) ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1894 สามพี่น้องตระกูลBaťa ได้แก่ Tomáš Baťa , Antonín และ Anna ได้ก่อตั้งโรงงานทำรองเท้าขึ้นที่เมือง Zlín ประเทศ Czechoslovakia ปัจจุบันเมืองนี้อยู่ในพื้นที่ของประเทศ สาธารณรัฐเช็ก โดยให้ชื่อว่า T. & A. Baťa Shoe Company โรงงานผลิตรองเท้าของเขาทั้งสามคนไม่ได้เพียงแต่ผลิตรองเท้าขายในละแวกใกล้เคียงเท่านั้นแต่ยังผลิตรองเท้าส่งขายไปยังร้านค้าปลีกที่อยู่ไกลออกไปอีกด้วย
บาจา ใช้เวลาไม่เกิน 10 ปี ในการทำให้โรงงานยิ่งใหญ่ขึ้น โดยมียอดการผลิตรองเท้าได้มากถึง 2,200 คู่ต่อวัน มีจำนวนพนักงานและเครื่องจักรที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเจอปัญหาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เศรษฐกิจหยุดชะงัก ขาดแคลนวัตถุดิบและกำลังคน แต่รองเท้าบาจาก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ให้รองเท้าทันสมัยและมีสไตล์มากยิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลาและใส่ใจในการนำเสนอลูกค้า ทำให้จำนวนลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ในช่วงปี ค.ศ. 1917 รองเท้าบาจามียอดขายสูงถึง 2 ล้านคู่ แต่นี่ก็เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของรองเท้าบาจาเท่านั้น
ที่เมือง Zlin บาจาได้สร้างที่พักคนงาน โรงเรียน และโรงพยาบาลในบริเวณรอบๆของโรงงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนงานและครอบครัว บาจาได้ช่วยเหลือค่าอาหารในช่วงเวลาข้าวยากหมากแพง เก็บค่าเช่าในราคาถูกทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือสังคมเพราะครอบครัวของ Tomas Bata เชื่อว่าการทำธุรกิจนั้นจำเป็นต้องคืนกำไรให้แก่สังคมด้วย สังคมอยู่ได้เราก็อยู่ได้
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 Tomas Bata ได้เริ่มคิดปรับแผนกลยุทธ์ต่างๆเพื่อให้โรงงานสามารถรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำเป็นอย่างมากเนื่องจากผลกระทบจากภาวะของสงครามโลก โดยกลยุทธ์แรกที่ใช้และถือว่าเป็นกลยุทธ์อมตะคือการลดราคารองเท้าสูงที่สุดถึง 50% และตกลงกับคนงานว่าจะลดค่าจ้างลง 40% โดยออกค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นให้กับพนักงานไม่ว่าจะค่าอาหารหรือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ Bata กลับมาประสบผลสำเร็จอีกครั้งหนึ่งและได้ผลตอบรับจากลูกค้าอย่างท่วมท้น
หลังจากนั้นบริษัทผลิตรองเท้า Bata ได้ขยายตัวก่อตั้งขึ้นไปอีกหลายที่มากมายไม่เว้นแม้แต่ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น ประเทศฝรั่งเศส, ออสเตรีย, โรมาเนีย, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, อียิปต์, เบลเยียม, ฟินแลนด์, ลักเซมเบิร์ก, ฮังการี, อิตาลี, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และประเทศอินเดีย โดยลำดับต้นๆที่ได้ไปเปิดคือที่ Möhlin, Switzerland และ Calcutta, India ซึ่งทั้งสองแห่งนั้นมีการตกแต่งลักษณะคล้ายกับสาขาแรกที่เมือง Zlín โดยภายใต้การควบคุมของ Thomas J. Bata ลูกชายของ Tomáš Baťa ส่งผลให้มีการขยายร้านค้าอย่างน้อยสองแห่งต่อปีในช่วงทศวรรษที่ 1960′s
เมื่อเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 Bata มีพนักงานอยู่กว่า 42,000 คน แต่หลังจากยุโรปตะวันออกถูกยึดอำนาจโดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ Bata ก็ประสบปัญหาอย่างหนัก แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ Bata ได้รวบรวมโรงงานที่เหลืออยู่นอกยุโรปตะวันออกทั้งหมดเพื่อที่จะกลับเข้ามาสู่เวทีโลกอีกครั้งโดยครั้งนี้มีการออกรองเท้ารุ่นใหม่ๆหลายรุ่นแต่ที่ได้รับความสนใจในช่วงนั้นก็คือรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงส่งผลให้ Bata กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง
Thomas J. Bata ได้ทำการตัดสินใจครั้งใหญ่ในการย้ายไปตีตลาดทางแถบทวีปอเมริกา โดยย้ายไปเปิดบริษัทอยู่ที่ประเทศแคนาดาและในช่วงกลางศตวรรษนี้นี่เองที่รองเท้า Bata ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในการส่งออกรองเท้าของโลก
ในช่วงทศวรรษที่ 70s, 80s และ 90s Thomas G. Bata ลูกชายของ Thomas J. Bata หรือหลานของผู้ก่อตั้งบริษัทได้เข้ามารับผิดชอบการบริหารจัดการสำหรับการดำเนินการทั่วโลก โดยสองพ่อลูกได้ร่วมมือกันในการวางกลยุทธ์ต่างๆและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆและมีการให้ความสำคัญกับลูกค้า การตลาด และพนักงาน เป็นอย่างสูง ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆส่งผลให้ Bata ไม่ได้มีเพียงแค่รองเท้าเป็นสินค้าของบริษัทเท่านั้นแต่ยังแตกลายการผลิตไปยังสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆอย่างเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า และเข็มขัด ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของ Bata เป็นที่ยอมรับและรู้จักกันไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ในวันนี้ Bata ขายรองเท้าไปแล้วกว่า 270,000,000 คู่ผ่านร้านค้าที่มีมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย
จากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายของ Bata จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาแล้ว 120 ปี (เขียนเมื่อ กันยายน 2014) Bata ได้เติบโตขึ้นเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสินค้าที่ขึ้นชื่อเรื่องราคาไม่แพงและคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการกับกลุ่มลูกค้าได้ทุกกลุ่ม และ Bata ยังคงเติบโตต่อไปเรื่อยๆโดยจะทำให้เหนือความคาดหวังของลูกค้าเสมอ
Thomas G. Bata ประธานกรรมการ และหลานชายผู้ก่อตั้ง



อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
รู้จัก โรงเเรมที่ก่อตั้งสมัยรัชกาลที่5 มีอายุมากกว่า150ปีมีประวัติมาอย่างยาวนาน
เปิดรายได้ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ปลัดอำเภอถึงนายอำเภอ เงินเดือนเท่าไร มีเงินเพิ่มอะไรบ้าง
ทำไมคนจึงกล้าเกรียนหรือรังแกกลั่นแกล้งกันในโซเชียล
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เช็กคะแนนอย่างไร? ดู Dashboard ให้เป็น ก่อนเข้าใจผิดว่าใครชนะ
เปิดจังหวัด"ปลูกมังคุดมากที่สุด"ในไทย! ผลไม้ปลูกยาก ต้องดูแลอย่างไรถึงได้ผลผลิตคุณภาพ
จาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง
เงิน 100 บาทในยุคนี้ ซื้ออะไรกินได้บ้าง? ชวนแชร์วิธีใช้เงินให้อยู่ถึงสิ้นวัน
3 รายได้ที่ทำเงินตลอดเวลา
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
ห้องเสียงก้อง แก้ตรงไหนก่อน? เช็กพื้น ผนัง และหน้าต่างก่อนเสียเงินซื้ออุปกรณ์
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
รู้จัก โรงเเรมที่ก่อตั้งสมัยรัชกาลที่5 มีอายุมากกว่า150ปีมีประวัติมาอย่างยาวนาน
ทำไมคนจึงกล้าเกรียนหรือรังแกกลั่นแกล้งกันในโซเชียล
ห้องเสียงก้อง แก้ตรงไหนก่อน? เช็กพื้น ผนัง และหน้าต่างก่อนเสียเงินซื้ออุปกรณ์
เปิดจังหวัด"ปลูกมังคุดมากที่สุด"ในไทย! ผลไม้ปลูกยาก ต้องดูแลอย่างไรถึงได้ผลผลิตคุณภาพ













