หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ประชาธิปไตยที่แท้ที่ชาว "กะลาแลนด์" ถูกปิดหูปิดตา

บอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน โพสท์โดย doctorsopon

           AREA แถลงฉบับนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
           ในบางประเทศมีการโหมโฆษณาชวนเชื่อว่านายกฯ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ทั้งที่ในหลายประเทศเคยหลั่งเลือดเพื่อสิ่งนี้มาแล้ว แม้ปากจะพร่ำบอกว่าประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน แต่ก็แอบพยายามแปรประเทศไปสู่ระบอบรัฐข้าราชการ ประชาธิปไตยที่แท้เป็นอย่างไรกันแน่
           ในประเทศประชาธิปไตยมักอบรมผู้ว่าฯ ให้เป็น CEO รับใช้ประชาชน สั่งให้ข้าราชการทำงานวันเสาร์บริการประชาชน เช่นในไต้หวัน หรือแม้กระทั่งลาว ถ้ามีวันหยุดคร่อมยาว ก็จะให้ข้าราชการมาทำงานในวันหยุดเพื่อชดเชย แต่ประเทศที่ข้าราชการประจำเป็นใหญ่ กลับสั่งให้หยุดเพิ่ม โดยอ้างเพื่อว่าจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้คนไปเที่ยวมาก ๆ ซะงั้น
           มีความพยายามที่จะทำให้ฝ่ายบริหารที่ประชาชนใช้อำนาจอธิปไตยเลือกตั้งมา มีอำนาจน้อยลง เพื่อให้พวกข้าราชการประจำมีอำนาจและเสพสุขมากขึ้น ถูกตรวจสอบน้อยลง ทำให้ประเทศค่อยๆ ถอยห่างจากประชาธิปไตย ทำให้ประเทศชาติอ่อนแอลง การรับใช้ประชาชนลดน้อยลง เรามาลองดูตัวอย่างประเทศทั่วโลกดูบ้าง ไอ้ครั้นที่ผมจะยกตัวอย่างอังกฤษและอเมริกา ประเทศต้นฉบับ พวกนิยมเผด็จการก็ไม่ชอบ เรามาเริ่มที่ประเทศเพื่อนบ้านกันดีกว่า
           สิงคโปร์ ประธานาธิบดีซึ่งเป็นประมุขในรัฐพิธี เป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง (อย่าหาว่าสิงคโปร์เป็นเผด็จการนะครับ เพราะไม่เคยมีข่าวครหาว่า "ซื้อเสียง" แต่อย่างไร) และผู้พิพากษาเหล่านี้ยังอาจถูกถอดถอนโดยการเสนอของนายกรัฐมนตรีได้เช่นกัน (http://bit.ly/2c0MRpc)
           มาเลเซีย หลังการปรึกษากับที่ประชุมสุลตานแต่ละรัฐ นายกฯ ก็เป็นผู้เสนอชื่อประธานศาลฎีกาเพื่อให้พระราชาธิบดีลงพระปรมาภิไธย นายกฯ ยังเป็นผู้เสนอให้ถอดถอนโดยมีการตั้งคณะตุลาการขึ้นสอบสวน (http://bit.ly/2cKyL8v) แค่ 2 ประเทศนี้ก็เห็นชัดว่าอำนาจฝ่ายบริหารซึ่งมาจากประชาชนสำคัญที่สุด ไม่ใช่ให้ผู้พิพากษาที่เป็นแค่ข้าราชการประจำที่ทำงานด้านกฎหมายมา "ขี่คอ"
           ฟิลิปปินส์ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่ารัฐสภามีอำนาจในการแต่งตั้ง ถอดถอนผู้พิพากษาในศาลระดับต่าง ๆ (http://bit.ly/25BTJ1Q) ทั้งนี้เพราะถือว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ผู้พิพากษาก็เป็นข้าราชการประจำแขนงหนึ่งที่สามารถถูกประชาชนถอดถอนได้นั่นเอง
           อินโดนีเซีย คณะกรรมการตุลาการเป็นผู้เสนอชื่อประธานศาลฎีกาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบก่อนนำส่งประธานาธิบดี (ที่ประชาชนเลือกตั้งมาโดยตรง) เพื่อประกาศแต่งตั้งต่อไป (http://bit.ly/2crkiSp) ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าการปกครองของอินโดนีเซียในปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยโดยแท้
           เวียดนาม ทีนี้มาดูประเทศสังคมนิยมซึ่งระบบกฎหมายต่างจากไทย โดยผู้พิพากษาซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงต้องเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ แต่รูปแบบของการแต่งตั้งผู้พิพากษาก็คล้ายกับประเทศอื่นที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและที่สำคัญต้องให้ประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายบริหารเป็นผู้แต่งตั้ง ไม่ใช่มาตีเสมอกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารควบคุมไม่ได้ หรือพยายามควบคุมฝ่ายบริหารเสียเอง (http://bit.ly/2cMQfW8)
           จีน ก็คล้ายกันประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาต่าง ๆ ได้รับการคัดเลือก/แต่งตั้งโดยสภาประชาชนจีน (http://bit.ly/2cMYu4e) เฉพาะศาลฎีกาก็มีผู้พิพากษามากถึง 340 คน (http://bit.ly/2cMZzJl)
           ญี่ปุ่น มาดูประเทศประชาธิปไตยในเอเซียบ้าง อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล สรุปว่า "จักรพรรดิแต่งตั้งประธานศาลสูงสุด จากการเสนอชื่อของรัฐสภา (จักรพรรดิลงนามอย่างเดียว ไม่มีดุลพินิจ). . .ผู้พิพากษาศาลสูงที่เหลือให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง" (http://bit.ly/2ct2R2W) นายไชยยศ วรนันท์ศิริ เพิ่มเติมว่า ". . .มีการทบทวน (การดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาโดยประชาชน ด้วยวิธีการลงคะแนนพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป. . . การทบทวนนี้จะมีไปทุกระยะเวลา ๑๐ ปี"(http://bit.ly/2cetIw5) นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งผู้พิพากษา (ไม่ใช่ศาลฎีกา) อีกด้วย (http://bit.ly/2cNAe0R)
           เกาหลี ซึ่งก็เป็นประเทศประชาธิปไตย ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 104 (1) ว่า ประธานศาลฎีกา ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี (จากการเลือกตั้ง) โดยผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา (http://bit.ly/2ceu3z6) ทุกประเทศข้างต้น เขาให้ความสำคัญกับผู้แทนประชาชนที่มาบริหารประเทศ ไม่ได้ถูกใส่ร้ายว่าจะเข้ามาโกงสถานเดียว
           ศรีลังกา หันมาดูเอเซียใต้บ้าง นายกฯ ก็เป็นคนตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา ตามที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ไม่ใช่รับราชการมาจนแก่แล้วมีอำนาจอธิปไตยส่วนตัว คนอื่นแตะต้องไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นผู้พิพากษาศาลฎีกายังอาจถูกถอดถอนโดยรัฐสภาซึ่งถือว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจอธิปไตยมาจากประชาชนโดยตรง (http://bit.ly/2ckYhDa)
           อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่มีระบบศาลฎีกาที่มีการแต่งตั้งโดยระบบสถาบันของตนเอง (Supreme Court of India's collegium system) แต่ก็มีความพยายามตั้งคณะกรรมการสรรหาข้าราชการตุลาการซึ่งยังไม่สำเร็จ ผู้ว่าการรัฐก็มีส่วนร่วมพิจารณาแต่งตั้งผู้พิพากษาในแต่ละรัฐด้วย (http://bit.ly/2csYwN1) และที่น่าสนใจยิ่งก็คือ การมีศาลหมู่บ้านหรือศาลประชาชนที่ประกอบด้วยผู้พิพากษา นักกฎหมายและนักสังคมสงเคราะห์ (http://bit.ly/2ciV2ZQ)
           ตะวันออกกลาง ลองหันมาดูประเทศมุสลิมบ้าง ในกรณีอิหร่านอำนาจในการแต่งตั้งขึ้นอยู่กับผู้นำทางศาสนา (Faqih) (http://bit.ly/2cKK8NW) ในซาอุดิอารเบียก็ขึ้นอยู่กับกษัตริย์ (http://bit.ly/2ce65oP) ส่วนอียิปต์ซึ่งใช้ทั้งหลักกฎหมายอิสลามและยุโรป ก็ให้ประธานาธิบดีเป็นคนแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา (http://bit.ly/2cKL5FT) ในทั้ง 3 ประเทศมุสลิมนี้ ต่างก็ให้ฝ่ายบริหารซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการแต่งตั้ง จะเห็นได้ชัดเจนว่าอำนาจฝ่ายบริหารเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนประเทศ ไม่ใช่อำนาจตุลาการ
           รัสเซีย มาดูประเทศสังคมนิยมบ้าง ผู้พิพากษาศาลฎีกาของรัสเซียมีจำนวนมากถึง 115 คน มาจากการเสนอชื่อของประธานาธิบดี (ที่มาจากการเลือกตั้ง) เพื่อให้วุฒิสภา (ที่มาจากการเลือกตั้ง) เป็นผู้อนุมัติ (http://bit.ly/2cMVLIi) นี่ก็เป็นการให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้แต่งตั้งฝ่ายตุลาการ ศาลในระดับล่างๆ ลงมาก็แต่งตั้งโดยประธานาธิบดีหรือผู้บริหารแต่ละท้องที่ ในบางกรณียังมีการเลือกตั้งผู้พิพากษาศาลแขวงอีกด้วย
           อังกฤษ ต้นตำรับประชาธิปไตย คณะกรรมการสรรหา สรรหาผู้พิพากษาศาลฎีกา และนำเสนอต่อ Lord Chanceller (รัฐมนตรียุติธรรมในอังกฤษที่มีหน้าที่เป็นอธิบดีศาลสูงสุดและเป็นประธานสภาขุนนาง) โดยรัฐมนตรีอาจอนุมัติ ไม่อนุมัติ หรือสั่งให้ไปสรรหาใหม่ และนายกฯ จะเป็นผู้นำชื่อผู้ได้รับเลือกทูลเกล้าให้พระราชินีอังกฤษลงพระปรมาภิไธย (http://bit.ly/2cKSx3U)
           สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีที่ประชาชนเลือกเป็นผู้ตั้งองค์คณะในศาลฎีกา โดยความเห็นชอบของวุฒิสภา ซึ่งมีอยู่ 9 คนซึ่งจะอยู่จนตาย โดยในขณะนี้ มีอยู่ 5 คนที่ตั้งโดยนายจอร์จ บุช ที่ตั้งโดยนายโอบามามีเพียง 4 คน ปกติผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกายังต้องมาจากการเลือกตั้ง และไม่ได้มีการกำหนดคุณสมบัติว่าต้องจบกฎหมาย (แต่ผู้สมัครทุกคนก็จบกฎหมาย) ทั้งนี้ยกเว้นศาลปกครอง การเลือกตั้งทำให้ได้ผู้พิพากษาที่รู้เรื่องในท้องถิ่น เข้าใจภูมิปัญญาท้องถิ่นดีกว่าส่งผู้พิพากษาจากส่วนกลางที่ไม่ยึดโยงประชาชน (http://bit.ly/2c8Dksc)
           จะเห็นได้ว่าในประเทศทั่วโลกไม่ว่าระบอบไหน ภูมิภาคไหน ก็ล้วนแต่ให้อำนาจฝ่ายบริหารเข้มแข็งเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่บ่อนทำลายฝ่ายบริหาร เพราะมีอำนาจที่มองไม่เห็น (พรรคข้าราชการ) คอยจะเป็นใหญ่แทนประชาชน ในสากลโลกข้าราชการประจำมีไว้เพื่อเป็น "มือไม้" ให้กับข้าราชการการเมือง ประเทศประชาธิปไตยที่แท้ เขาถือว่ายิ่งเลือกตั้งมากทุกระดับ ยิ่งได้คนที่ต้องใจประชาชน ไม่ได้มาสร้างภาพกล่าวหานักการเมืองว่าเลวสารพัด เพื่อตัวเองจะได้ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แม้แต่ผู้พิพากษายังต้องมาจากการเลือกตั้ง และสามารถถูกถอดถอนได้โดยตัวแทนของประชาชน
           เห็นหรือยัง ประชาธิปไตยที่แท้ที่ไม่ใช่แบบ "กะลาแลนด์" เป็นเยี่ยงนี้เอง แต่หัวหน้าเผ่า "กะลาแลนด์" กลับเที่ยวชี้หน้าว่าชาติอื่นไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าตนเอง เอวัง
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1582.htm

เนื้อหาโดย: doctorsopon
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
ประชาธิปไตยที่แท้ที่ชาว "กะลาแลนด์" ถูกปิดหูปิดตา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ความแปลกในเมืองไทย..แต่เราก็มีความสุขนะ

แมท ภีรนีย์ โพสต์แรง หลังสงกรานต์ บังเอิญเจออดีตคนรักเก่า แอฟ ทักษอร กลางงานแต่งเพื่อน

สาวสุดงง ขอเข้าห้องน้ำบ้านเพื่อน แต่ดันเจอสบู่ประหลาด

ฝ่ายสาว ทักไปหา แฟนเก่า บอกว่าท้องก่อนได้คำตอบจากฝ่ายชาย

ปิดกิจการอีกราย! พนักงาน 50 ชีวิตสะอื้น โดนบีบให้ลาออกแลกเงินเดือนที่ค้าง

น้องพลอย ลูกสาวพ่อเท่ง ปรากฏโฉมในชุดไทย

คุณหญิงแมงมุม โชว์สปิริต ร่วมงานขณะป่วยหนักตาลอย กับโรคที่รักษาไม่หายขาด

ท่องให้ขึ้นใจ ไม่พร้อม ต้องไม่เลี้ยง....เคสกระต่าย 71 ตัว กำลังรอความช่วยเหลือค่ะ!

หนุ่ม กรรชัย จัดหนักหลัง มดดำพูดเรื่องไม่จริง

หญิงสาวสุดงง! ขอเข้าห้องน้ำอพาร์ทเมนต์เพื่อนชาย แต่ดันไปเจอสบู่ก้อนรูปทรงประหลาด

บิ๊กตู่ เล็งดึงเงินประกันสังคมกว่า 2.1 ล้านล้านบาทออกมาปล่อยกู้ ด้านวิษณุแจงแค่ถามเฉยๆ

ญี่ปุ่นเปิดโรงแรมสุดถูก คืนละ 30 บาท แลกกับโดนไลฟ์สด 24 ชั่วโมง

ตั๊ก บงกช สวยครบเครื่องแต่งชุดผ้าใหมไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ธรรมนัสตัดสินผิดกรณีที่ดินปารีณานายกฯ ให้เลี้ยงวัวนมในโรงเรียน=ไม่เข้าใจเศรษฐกิจแปลกไหม ใครๆ ก็อยากไปซื้อบ้านที่สหรัฐอเมริกาทำความรู้จักกับชักโครกของใช้ที่อยู่ใกล้ๆตัวที่ทำให้คุณสบายใจทุกครั้งที่ได้ใช้
ตั้งกระทู้ใหม่