หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมานฉันท์กับอสังหาริมทรัพย์


เขียนโดย doctorsopon

         สมานฉันท์ ปรองดอง เป็นสิ่งที่เราพึงมีในประเทศไทย เพราะจะทำให้อสังหาริมทรัพย์ของไทยเรามีค่า หาไม่หากเกิดสงครามกลางเมืองเช่นในหลายประเทศ อสังหาริมทรัพย์ก็จะหมดค่าไป
         ในสมัยนี้การต่อสู้รุกรานระหว่างประเทศคงไม่ค่อยมี แต่มีศึกสงครามกลางเมือง ต่อสู้กันเองระหว่างคนในชาติ นั่นก็คือการขาดความสมานฉันท์ ไม่ปรองดอง จึงทำให้เป็นแบบนี้ ยิ่งในภาวะที่ "ยุติธรรมไม่มี สามัคคี (ก็ย่อม) ไม่เกิด" ทำให้เกิดความอึมครึม ที่พร้อมจะปะทุเป็นสงครามกลางเมือง ไม่ช้าก็เร็ว ก็ยิ่งทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เติบโต และอาจชะลอตัวลง
         ใกล้บ้านเราอย่างกัมพูชา ในยุคเขมรแดง อสังหาริมทรัพย์แทบจะไร้ค่า เพราะประชาชนถูกกวาดต้อนออกไปทำนารวมนอกกรุงพนมเปญ กรุงพนมเปญแทบจะร้างไปเลย จนเมื่อเขมรแดงหมดอำนาจ จึงปรากฏว่ามีชาวเขมรอพยพย้ายกลับเข้ามาอยู่ในกรุงพนมเปญ เมื่อย้ายเข้าเมืองใหม่ ๆ ราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงพนมเปญแทบไม่มีค่า ประชาชนต่างมาจับจองอาคารตึกแถวที่ทิ้งร้างไว้ในใจกลางเมือง ครอบครัวที่กลับมาก่อน จะอาศัยอยู่ชั้นบนสุดของตึกแถว 3-4 ชั้น ทั้งนี้เพราะมักมีการปล้นชิงทรัพย์สินอยู่เสมอ การอยู่อาศัยในชั้นบนๆ ย่อมปลอดภัยกว่า
         ประชาชนที่ครอบครองตึกแถวอยู่ มักจะเชิญชวนแกมขอร้องครอบครัวที่กลับมาจากชนบทในภายหลังให้มาอยู่ชั้นล่างๆ จากตน เผื่อมีโจรมาปล้นจะได้ปล้นครอบครัวที่มาภายหลังเป็นอันดับแรก และประชาชนที่มาหลังสุดจะได้ครอบครองชั้นล่างสุดที่มีความเสี่ยงในการถูกปล้นสูงสุด จะเห็นได้ว่าในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดนั้น ไม่มีใครเห็นอนาคต ไม่มีใครสามารถเห็นได้ว่าบ้านเมืองจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งหนึ่งเช่นทุกวันนี้ ที่สำคัญไม่มีมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถซื้อขายกันได้ แต่พอบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ก็จะกลับมาใหม่
         อสังหาริมทรัพย์ก็คือสมบัติที่สามารถ “ผลัดกันชม” ได้ เจ้าของอาคารในทำเลทอง (Prime Location) ก่อนกรุงพนมเปญแตก กับเจ้าของปัจจุบัน เป็นคนละคนแล้ว คนเก่าอาจตายไปแล้ว หรือยากจนลงแล้ว ส่วนคนใหม่กลับมารวยขึ้น แต่ทรัพย์สินอาคารในทำเลทอง ก็ยังมีค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ และนับวันจะสูงกว่าช่วงก่อนสงครามอย่างเทียบกับไม่ได้
          สถานการณ์บางอย่างดูเหมือน “สวรรค์” หรือ “ชะตา” เล่นตลก พื้นที่อาคารพาณิชย์ชั้นล่างที่แต่เดิมในยุคก่อนกรุงแตกมีค่าสูงมาก ก็กลับกลายเป็นบริเวณที่มีปัญหาคอขาดบาดตาย เสี่ยงต่อการถูกปล้นชิงหรืออาจถูกทำร้ายถึงชีวิตในยุคหลังสงครามกลางเมือง แต่ภายหลังเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ บัดนี้สวรรค์ “เล่นตลก” อีกรอบ เพราะผู้ที่มาทีหลังที่อาศัยอยู่ชั้นล่างสุดกลับ “ถูกหวย” ได้ครอบครองพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงสุดไปเอง
         สาเหตุที่กัมพูชา ลาว เวียดนาม เจริญช้ากว่าไทยก็เพราะมีสงครามกลางเมือง ขาดความสมานฉันท์ในชาติ มัวแต่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันภายในประเทศ ท่านว่าประเทศไทยจะมีโอกาสเป็นแบบนี้ในอนาคตอันใกล้หรือไม่ ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นในไทยก็คือ ความไม่สงบในชายแดนใต้ในห้วงเวลาปี 2548-2550 นั้นทำให้เกิดการสูญเสียมหาศาล และยิ่งนับถึงวันนี้ ก็ยิ่งมากขึ้นอีก (bit.ly/29hTjU2)
         หากไม่มีปัญหาความมั่นคง ราคาอสังหาริมทรัพย์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อาจมีการเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยเช่นเดียวกับทั่วประเทศ โดยประมาณการเป็นเงิน 497,778 ล้านบาทในปี 2548 ควรเพิ่มเป็น 519,489 ล้านบาทในปี 2549 และควรเพิ่มเป็น 544,444 ล้านบาทในปี 2550 แต่เนื่องจากมูลค่า ณ ปี 2550 (492,266 ล้านบาท) ลดตาลงกว่าการคาดหมาย (544,444 ล้านบาท) แสดงว่า มูลค่าทรัพย์สินได้หายไปอันเนื่องมาจากปัญหาความไม่มั่นคงถึง 52,178 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่นับรวมชีวิตและทรัพย์สินที่สูญเสียไปอีกมหาศาลอย่างประเมินค่ามิได้
         ส่วนในฟิลิปปินส์ เมียนมาและอินโดนีเซียก็มีปัญหาความปรองดองสมานฉันท์ในอีกรูปแบบหนึ่ง คือมีการปกครองในระบอบเผด็จการทรราช แต่หลังจากการขับไล่ทรราชออกไปแล้ว ประเทศก็รุ่งเรืองยิ่งขึ้น จากที่เคยล้าหลังประเทศไทยเรา มีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่ำกว่าไทยเรา ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ จึงเป็นประเด็นที่พึงพิจารณาอีกประเด็นหนึ่ง
         มาถึงตรงนี้หลายคนมองว่าสิงคโปร์ก็เป็นประเทศเผด็จการแต่ทำไมจึงเจริญ ในความเป็นจริงแล้ว สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยสูง (bit.ly/1MKUzhT) สิงคโปร์มีความเป็นประชาธิปไตยเพราะมีการเลือกตั้งอย่างเสรีมาโดยตลอดโดยไม่มีการซื้อเสียงหรือบังคับลงคะแนนแต่อย่างใด ถ้าลีกวนยิวทำรัฐประหาร คนสิงคโปร์คงไม่ยอมเป็นแน่ อย่างไรก็ตามบ้างก็อาจมองว่าเสรีภาพของสื่อในสิงคโปร์ถูกจำกัด แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ให้สื่อมีอภิสิทธิ์ละเมิดคนอื่นต่างหาก สื่อไม่อาจลงข่าวยั่วยุสร้างความแตกแยกเช่นสื่อหลายสำนักในประเทศไทยนั่นเอง
         ด้วยความเป็นประชาธิปไตย อสังหาริมทรัพย์ของประเทศต่าง ๆ จึงเพิ่มราคามากขึ้น เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่องแสดงความมั่งคั่ง หลังการเลือกตั้งของประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต ประเทศก็มีความหวังขึ้นมาทันที แต่บางคนอาจมองว่าเขาจะเป็น "ทักษิณ 2" ที่วิสามัญโจรหรือไม่ ข้อนี้อาจมองได้ว่าเขาเป็นคนรักษากฎหมายอย่างเด็ดขาด สมัยที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีนครดาเวาที่ผมมีโอกาสไปเยือน นครแห่งนี้มีความสงบสุขเพราะเขารักษากฎหมายโดยเคร่งครัด อสังหาริมทรัพย์มีค่ามากกว่านครที่ขาดความมั่นคงทางการเมือง
         ข้างฝ่ายประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ก็ได้รับการต้อนรับอย่างขนานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ ก็เริ่มออกกฎหมายนิรโทษกรรมพวกที่ลักลอบนำเงินไปฝากนอกประเทศ (โดยเฉพาะสิงคโปร์) โดยให้นำเงินเขาออกได้ถูกกฎหมาย และเสียค่าปรับเพียง 2-3% เท่านั้น ปรากฏว่าการนี้จะทำให้มีเงินไหลเวียนเข้าประเทศหลักล้านล้านบาท จะทำให้การลงทุนในประเทศเติบใหญ่ อสังหาริมทรัพย์เติบโต แทนที่จะปล่อยให้ประเทศชาติไร้อนาคต คหบดีต้องแอบหนีเอาเงินไปฝากเมืองนอกนั่นเอง         และสุดท้าย หลังการชนะการเลือกตั้งของนางอองซานซูจี ก็ปรากฏว่าถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่เมียนมา ผมเคยสัมภาษณ์นักธุรกิจของประเทศต่าง ๆ ต่างก็เห็นว่าประเทศที่ "ฮอต" ในด้านการลงทุนที่สุดในอาเซียนขณะนี้ก็คือเมียนมา ซึ่งคงจะครองแชมป์ไปอีกหลายปี ผมเคยทำแบบสอบถามกับทั้งชาวกัมพูชา (bit.ly/1XTsfyN) เมียนมา (bit.ly/1RW39tL) และลาว ต่างเห็นว่าประเทศที่ควรซื้อบ้านอันดับหนึ่งคือสิงคโปร์ เพราะมีความสงบสุขและความมั่นคงทางการเมืองสูง รองลงมาคือไทย แสดงว่าไทยเราก็มีศักยภาพที่สำคัญยิ่ง โอกาสที่อสังหาริมทรัพย์ไทยจะเติบโตย่อมมีมากในอนาคต
         ขณะนี้เศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ไทยเพียงชะลอไปชั่วคราวเพราะขาดความสมานฉันท์ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอยู่บนพื้นฐาน "เสมอภาค สร้างสรรค์" เราต้องการการปฏิรูปที่ไมใช่ปฏิรูปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเดียว ที่สำคัญ เราต้องการการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ใช่ปล้นชิงบิดเบือนสิทธิของประชาชน

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1482.htm

เนื้อหาโดย: doctorsopon
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 153 ครั้ง
เขียนโดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”นิสัยจากวันเกิดไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยสรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายคอนโดฯ ไป ขายชาติไป เทียบไทยกับจีนสถานการณ์อสังหาฯ เปิดใหม่ กุมภาพันธ์ 2569เสน่ห์ที่ตายแล้วของบิตคอยน์, อสังหาฯ เท่านั้นที่ยืนยงบางโพจะเป็นอย่างไรในอนาคต
ตั้งกระทู้ใหม่