เซลฟี่ได้อย่างใจ กับตาสวยๆ ที่ไม่ต้องใช้มุมกล้องช่วยเหมือนเมื่อก่อน
เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคงจะชอบถ่ายรูปเหมือนมิ้น แล้วยิ่งเวลาที่แต่งหน้า แต่งตัวสวยๆออกไปไหนเนี่ย ยิ่งทำให้อยากจะเซลฟี่อัพลงไอจีมากๆ แต่มิ้นก็มีปัญหาอยู่นิดนึง ตรงที่รูปตาของมิ้น เวลาถ่ายรูปออกมาแล้วมันไม่เห็นเป็นตาสองชั้นเลย แต่ด้วยความที่เป็นคนรักการถ่ายเซลฟี่ จะถ่ายรูปทั้งทีก็เลยต้องใช้เทคนิคซะหน่อย แล้วพอดีว่ามิ้นไปเห็นเคล็ดลับถ่ายรูปให้ตาดูกลมโตในเน็ตมา พอลองทำตามก็แบบ ว๊าวสุดๆ เลยอยากมาแชร์ให้เพื่อนๆไปใช้กันบ้าง
- การขยับมุมกล้อง เริ่มจากตั้งกล้องให้อยู่ในเหนือระดับสายตาไปเล็กน้อย แล้วค่อยๆเลื่อนกล้องไปด้านข้างตามแนวนอน ให้ทำมุม 45 องศา เค้าบอกว่าวิธีนี้เนี่ย จะทำให้เห็นเส้นขอบตาบนและล่างอย่างชัดเจน ช่วยให้ตาดูโตขึ้นได้
- เลือกที่ ที่มีแสงสว่างๆ แล้วหาจุดโฟกัส จากนั้นก็มองไปที่จุดที่เราเลือก แสงที่สะท้อนมาในดวงตาจะช่วยให้ตาดูมีประกายบริ๊งๆ ไม่แข็งทื่อเหมือนเวลาเรามองกล้องอย่างเดียว เป็นการถ่ายแบบเผลอๆไปเลย 5555
- เวลายิ้ม แค่ยิ้มบางๆก็พอ เพราะเวลายิ้มกว้างจนตาหยีทีไร ตาเป็นเส้นเดียวทุกที
อันนี้รูปก่อนทำ เห็นมั้ย แต่งตาแทบตาย ไม่เห็นชั้นตาสักนิ๊ดดด
เห็นมั้ยเพื่อนๆ กว่าจะได้รูปสวยๆแต่ละที มิ้นงี้ต้องหามุม จัดท่าทางตัวเองจนเหนื่อย นั่นแหละ คือสาเหตุให้มิ้นตัดสินใจทำศัลยกรรมตาสองชั้น คือบางคนอาจจะคิดว่า เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ ต้องมาเสียตัง เจ็บตัว เพื่อจะให้ถ่ายรูปสวย แค่นี้อ่ะเหรอ ไร้สาระจัง? แต่สำหรับมิ้น มิ้นว่าการทำศัลยกรรมมันไม่ใช่แค่ถ่ายให้ได้รูปเซลฟี่สวยๆหรอก (ถึงนั่นจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็เถอะ 5555) การตัดสินใจทำตาสองชั้นของมิ้นเนี่ย มันคือการเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง เพราะจากที่หลายๆคนทักเราว่า สวยนะ แต่ถ้าตาดูโตขึ้นอีกนิดจะสวยมากเลย มันทำให้มิ้นรู้สึกไม่มั่นใจกับดวงตาตัวเองมาตลอด พอบวกกับที่ขัดใจรูปเซลฟี่ของตัวเองด้วยแล้ว มิ้นก็เลยคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรซักอย่างแล้วล่ะ นั่นก็คือกรีดตาสองชั้นนั่นเองงงงงงง
จริงๆแล้วทำตาครั้งนี้เป็นการทำศัลยกรรมครั้งแรกของมิ้นเลยนะ แต่มิ้นไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย มิ้นว่ามันดูสนุกดีด้วยซ้ำ ที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ทั้งๆที่เพื่อนที่เคยทำตาบอกมาว่า กรีดตาเนี่ยเจ็บมากนะ แต่ตอนนั้นมิ้นก็สู้แหละ คนมันอยากสวยนี่เนอะ5555 แต่พอทำแล้ว สรุป ไม่เจ็บเลย ก็มีแค่ตึงๆนิดหน่อย แถมของมิ้นแผลยังหายไวอีกต่างหาก อาจจะเป็นเพราะมิ้นโชคดีที่เป็นคนแผลหายไวด้วยแหละมั้ง555 แล้วอีกอย่าง มิ้นเชื่อฟังคุณหมอมากกก เพราะกลัวไม่สวย แผลเลยไม่มีปัญหาเลย คือด้วยความที่กรีดตาเนี่ย รอยเย็บมันเป็นแค่เส้นเล็กๆเส้นเดียว อาทิตย์เดียวนี่คือแผลก็โอเคแล้วนะ มิ้นก็เซลฟี่อะไรปกติของมิ้นได้เลย
สามวันผ่านไป ยังบวมๆ ตึงๆอยู่บ้าง
อันนี้ประมาณสิบวันได้ ยังบวมอยู่นิดๆ เกือบเข้าที่ละ
พอหายบวม ชั้นตามา ก็เซลฟี่สวยๆได้แล้วววว ไม่ต้องแต่งตาเยอะๆเหมือนเมื่อก่อนก็ยังได้
มิ้นอยากจะบอกว่า ถ้าเพื่อนๆคิดว่าเสริมส่วนนี้นิด แต่งส่วนนี้หน่อย แล้วจะทำให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น ก็ลองเลย รับรองว่าจะสนุกกับการถ่ายรูปเหมือนมิ้นแน่นอน
ทำไมตอนเด็กๆ ชอบดมกลิ่นยางลบใหม่? เรื่องที่หลายคนเคยทำโดยไม่รู้เหตุผล
เผยเคล็ดลับ "หักตะเกียบไม้" ให้ตรงเป๊ะ ไม่เป็นเสี้ยน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
10 รุ่น รถเก่าที่ราคายังแข็งในปี 2026
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน
8 อย่างที่แมวชอบทำ และมนุษย์อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
7 ยอดพืชพื้นบ้านที่หลายคนไม่รู้ว่ากินได้ บางชนิดต้องปรุงให้สุกก่อน
จังหวัดที่มีทางโค้งมากที่สุดในไทย
รถยนต์ไฮบริดไทย ปี 2026 รุ่นไหนบ้างที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ
เชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย
ทำไมตอนเด็กๆ ชอบดมกลิ่นยางลบใหม่? เรื่องที่หลายคนเคยทำโดยไม่รู้เหตุผล
10 รุ่น รถเก่าที่ราคายังแข็งในปี 2026
เผยเคล็ดลับ "หักตะเกียบไม้" ให้ตรงเป๊ะ ไม่เป็นเสี้ยน
8 อย่างที่แมวชอบทำ และมนุษย์อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ทำไมถึง กรน อาการที่คนข้างๆ สุดหลอน นอนไม่ได้!!







