หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ไม่ได้ผล อย่าใช้อีก


เขียนโดย doctorsopon

            มักมีความเข้าใจว่า "ภาพรวมตลาดอสังหาฯในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2559) ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จากภาครัฐ ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน" (http://bit.ly/29z8Ajc) นี่เป็นความเท็จที่เข้าใจผิด ขืนรัฐบาลกระตุ้นอสังหาฯ ก็จะทำให้อสังหาฯ ลงเหว!
            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ชี้ว่าข้างต้นเป็นการเข้าใจผิด  หากทางราชหารไม่ทราบความจริง หรือทราบข้อมูลที่บิดเบือนโดยสำนักข้อมูลอื่น ๆ ก็อาจทำให้การวางนโยบายและแผนด้านที่อยู่อาศัยผิดพลาด  บริษัทพัฒนาที่ดินหาก (บังเอิญ) เชื่อว่าสถานการณ์ดีและบุกเปิดตัวเกินความจำเป็นก็อาจกลายเป็นฟองสบู่และเกิดภาวะล้นตลาดได้ (ซึ่งขณะนี้ยังไม่เกิด)  หากสถาบันการเงินอำนวยสินเชื่อโดยไม่ทราบข้อเท็จจริง ก็อาจทำให้สถาบันการเงินประสบปัญหาได้  และหากผู้ซื้อบ้านหลงไปลงทุนซื้อโดยไม่ยั้งคิดก็อาจสร้างความเสียหายได้ 

http://www.area.co.th/images/img_press/2559/press244-59.jpg

            การที่มีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแล้วเสร็จเป็นจำนวนมากในปี 2559 ทั้งที่มีหน่วยขายเปิดใหม่ไม่มากนั้น เป็นเพราะมีการเปิดขายเป็นจำนวนมากในช่วงปี 2556-2557 และขณะนี้ทยอยเสร็จ จึงมีหน่วยสร้างเสร็จในปี 2559 มากกว่าจำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ โดยเฉพาะในปี 2559 คาดว่าจะมีหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 86,705 หน่วย  แต่จะมีหน่วยสร้างเสร็จสูงมากถึง 112,662 หน่วย หรือมากกว่าจำนวนหน่วยเปิดใหม่ถึง 30% เลยทีเดียว
            ส่วนเมื่อสร้างเสร็จและพร้อมโอนซึ่งมีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.5 ล้านบาท  หากวางเงินดาวน์ไป 20% หรือ 0.7 ล้านบาท แล้วไม่โอน ก็เท่ากับทิ้งเงินไปเสียสิ้น  ซึ่งผู้ที่วางเงินดาวน์ไว้ก็คงไม่ยอม ก็คงต้องหาทางหาเงินมาโอนส่วนที่เหลือ หรือขออำนวยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  ลำพังการลดดอกเบี้ยหรือภาษีค่าโอนลงสัก 1-2% คงไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้านอยู่แล้ว
            ดังนั้นหากรัฐบาลพยายามจะใช้มาตรการกระตุ้นต่าง ๆ อยู่เรื่อยไป ก็จะทำให้มาตรการเหล่านี้เฝือไป ทำให้รายได้เข้ารัฐน้อยลง มีเงินพัฒนาประเทศน้อยลง ทำให้เสียวินัยทางการเงินเสียไป และอาจดันทุรังจนทำให้สถาบันการเงินโดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐประสบปัญหา เกิดหนี้สินมากขึ้นก็ได้ ดังจะเห็นได้ว่าในโครงการบ้าน "ประชารัฐ" ได้รับการต้อนรับจากประชาชนน้อยเกินคาด (http://bit.ly/299kZNj)

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1480.htm

เนื้อหาโดย: doctorsopon
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 126 ครั้ง
เขียนโดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยเปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์วิเคราะห์เลขตารางทักษาอาจาร์ออร่า งวดวันที่ 16 เมษายน 2569พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิตประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุดสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/695 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุดที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..เปิดเลขเด่นตำราท้าวเวสสุวรรณ...16 เมษายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
หนีฝุ่นควัน! 5 จังหวัด "อากาศดี-โรงพยาบาลเริ่ด" สวรรค์ของการพาพ่อแม่ไปใช้ชีวิตวัยเกษียณมี 1 ล้าน ย้ายประเทศไปไหนดี? เทียบ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไหน "อยู่สบาย-เงินหมดช้าสุด"?หนีเมืองกรุงไปพึ่งเมืองรอง! 5 จังหวัด "ค่าเทอมถูก-โรงพยาบาลดี" สวรรค์ของคนอยากสร้างครอบครัวมนุษย์เงินเดือน กทม. VS คนต่างจังหวัด! กางบิลรายจ่าย "กิน-อยู่" 1 วัน ชีวิตใครสบายกว่ากันแน่?
ตั้งกระทู้ใหม่