ความผิดหวังของ ‘ไอน์สไตน์’ ทั้งที่คิดว่าตัวเอง ‘เฉลียวฉลาด-เรียนดี’
ความผิดหวังของ ‘ไอน์สไตน์’ ทั้งที่คิดว่าตัวเอง ‘เฉลียวฉลาด-เรียนดี’
ขณะที่ใกล้สำเร็จการศึกษาที่ Eidgenössische Technische Hochschule หรือ ETH ไอน์สไตล์ คิดว่า เขาเป็นคนที่ฉลาดและเรียนดี เนื่องจากเขามีคะแนนถึง 4.91 จากคะแนนเต็ม 6.00 คะแนน ซึ่งเขาคิดว่าเขาควรที่จะได้งานเป็น ‘อาจารย์ช่วยสอน’ วิชาฟิสิกส์ที่ ETH ภายใต้การดูแลของเวเบอร์ และเขาก็คิดอีกว่า เขาน่าจะได้ใช้ตำแหน่งนี้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเพื่อก้าวกระโดดสู่โลก วิชาการได้ เนื่องจากการเป็นอาจารย์จะสามารถช่วยให้เขาทำวิจัยเองได้ และภายใน 2-3 ปี เขาก็ควรจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก
แต่ความฝันของเขาก็สลาย เนื่องจากบัณฑิต 3 ใน 4 คนที่จบการศึกษาในสาขาฟิสิกส์-คณิตศาสตร์ เดือนสิงหาคม ปี 1900 ได้เข้าเป็นอาจารย์ช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ ETH แต่คนที่ 4 กลับไม่ใช่ไอน์สไตน์ แต่กลายเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ 2 คนเป็นผู้ช่วยแทน
ไอน์สไตน์ก็ยังคงพยายามต่อไป ซึ่งหนึ่งเดือนหลังจบการศึกษา เขาได้ยื่นใบสมัครตำแหน่งอาจารย์ช่วยสวนที่ ETH ซึ่งยังว่างอยู่ 1 ตำแหน่ง แต่กลับถูกปฏิเสธ หลังจากนั้นเขาจึงไปยื่นใบสมัครที่วิลเฮล์ม ออสท์วาลด์ เยอรมนี และไฮเก คาเมอร์ลิง ออนเนส ในเนเธอร์แลนด์ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับมาแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันจดหมายที่เขาเขียนถึงออนเนสถูกจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์เมืองไล เดน
เนื่องจากไอน์สไตน์ต้องการจะ หลุดพ้นจากการพึ่งพาพ่อแม่ทางด้านการเงิน และอยากจะทำให้จิตใจของตัวเองสงบ เพื่อที่จะทุ่มเทให้กับฟิสิกส์อย่างเต็มที่ ทำให้เขาคิดว่าเขาอาจจะเข้าสอนที่อื่นแทนที่จะมุ่งมั่นเป็นอาจารย์ผู้ช่วยใน มหาวิทยาลัยอย่างเดียว เขาจึงไปสมัครเข้าสอนในโรงเรียนมัธยม
จากปี 1901 ถึง 1904 เขาค่อยๆ เสริมสร้างความเป็นนักฟิสิกส์ด้วยงานวิจัยเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับธรรมชาติของแรง ระหว่างโมเลกุลในของเหลว และในโลหะ และการวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของความร้อน และทำให้เรื่องเหล่านี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารฟิสิกส์ที่ได้รับการยอมรับอย่าง สูงสุดในต้นทศวรรษ 1900 แอนนาเลน แด ฟิสิก อย่างต่อเนื่องถึง 5 ตอน
ต่อมาไอน์สไตน์ได้เข้าทำงานใน สำนักงานสิทธิบัตรกรุงเบิร์น ซึ่งงานนี้เป็นงานที่เหมาะกับการบ่มเพาะพลังงานทางฟิสิกส์ของเขา ซึ่งหน้าที่ที่เขาจะต้องทำคือ การชี้ชัดว่า สิ่งประดิษฐ์ที่ยื่นขอสิทธิบัตรนั้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่อ้างไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นงานที่น่าชื่นชม และเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เขามีความเฉียบคมยิ่งขึ้น แถมงานนี้ยังทำให้เขามีเวลาว่างครึ่งวันในวันทำงาน และยังมีวันหยุดสุดสัปดาห์อีกด้วย
การทำงานในกรุงเบิร์น ทำให้เขาโดดเดี่ยวจากนักฟิสิกส์คนอื่นๆ ซึ่งสำหรับนักฟิสิกส์ทั่วไปการโดดเดี่ยวเช่นนี้จะเป็นอันตรายได้ ทุกคนต้องการติดต่อกับคนที่มีการศึกษาคล้ายๆกัน เพื่อไม่ให้งานวิจัยไปในทางที่ไม่เกิดผล แต่สำหรับไอน์สไตน์กลับไม่เป็นอย่างนั้น เขาทำงานได้ดีเมื่ออยู่โดดเดี่ยวมากกว่าได้รับการกระตุ้นจากนักฟิสิกส์
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
เมืองโบราณดงละคร นครนายก ทำไมถูกเล่าเป็นเมืองลับแล
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


