หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คำสั่งเสียของเพื่อนรักสี่ขา (คนรักหมาอาจเสียน้ำตากับกระทู้นี้)


เขียนโดย น้องสาวเถ้าแก่เนี้ย

บอกก่อนว่าน้องสาวเถ้าแก่เคยนำมาลงแล้วครั้งนึง นานนนนมากก  แต่เพื่อนหลายคนที่มาใหม่อาจจะยังไม่เคยดู หรืออาจเคยดูก็มาจากเวปอื่น  

คลิปนี้มีความยาวประมาณ 15 นาที  จขกท.ขออนุญาตแปลเป็นภาษาไทย  เพื่อจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น  แปลผิดถูกอย่าว่ากันน่ะ  และขอเตือนว่าเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วย เพราะคุณอาจจะต้องเสียน้ำตาเช่นกัน  (คลิปอยู่ท้ายกระทู้นะคะ)

คลิปนี้อาจจะค่อนข้างยาวไปนิด แต่หากคุณได้ดูคุณอาจจะไม่ผิดหวังกับมิตรภาพระหว่างคนกับสุนัขคู่กาย  ก่อนอื่นของบรรยายเนื้อหาและบทสนทนาในคลิปนี้ก่อน  ส่วนคลิปอยู่ใต้คำบรรยายค่ะ 

 

นี่คือชีวิตหนึ่งของสุนัขดูแลคนพิการที่ชื่อว่ากรีเทล   กรีเทลเป็นสุนัขที่มีความคล่องแคล่าว และเฉลียวฉลาด  มันกลายเป็นสุนัขดูแลคนพิการตัวแรกของญี่ปุ่นเมื่อปี 1995  มันใช้ชีวิตร่วมกับคุณโนกุชิมา 15 ปี  สำหรับคุณโนกุชิเจ้ากรีเทลเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา  มันดูแลเขาตลอด 24 ช.ม. ตั้งแต่เรื่องที่นอนจนถึงเรื่องการออกไปจับจ่ายข้าวของ กรีเทลช่วยเขาเสมอและมีคุณภาพ

คุณโนกุชิ ป่วยเป็นโรคประหลาดที่ทำให้เขาพิการขา ซึ่งนั่นเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต  แต่กรีเทลช่วยเปลี่ยนชีวิตที่ทุกข์ระทมของเขาให้เป็นความสุข  เขามีความสุขทุกครั้งหากมีกรีเทลอยู่เคียงข้าง  มันให้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ  คุณโนกุชิกลายเป็นคนช่างพูดต่างจากแต่ก่อน  คุณโนกุชิกล่าวว่า “ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแค่สุนัข  หากแต่เห็นมันเป็นเพื่อนซี้และเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผม  มันไม่ใช่เป็นแค่สุนัข แต่มันเป็นสมาชิกในครอบครัวผม

หลังจากที่กรีเทลพ้นหน้าที่มันก็ยังใช้ชีวิตร่วมกับคุณโนกุชิต่อไป...

แต่กรีเทลอายุ 17 ปีแล้ว เมื่อเทียบอายุของคนก็ 100 ปี  มันเดินเป๋  และดูอ่อนแอแม้จะนั่งก็ตาม  คุณโนกุชิกล่าวทั้งน้ำตาว่า ผมอยากจะทำทุกอย่างให้มัน  อยากช่วยเหลือมัน แต่ผมไม่สามารถแม้จะช่วยเหลือตัวเอง ตลอดเวลา 15ปีที่มันคอยรับใช้เขา  แต่ตอนนี้มันต้องการใครสักคนดูแลมัน  อยู่เคียงข้างมัน  แต่คุณโนกุชิไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น



เดี๋ยวนี้กรีเทลได้รับความเอาใจใส่จากผู้ดูแลและคุณโนกุชิ  สิ่งที่คุณโนกุชิรับรู้คือ กรีเทลร้องไห้     มันเหมือนจะพยายามจะสื่ออะไรบางอย่าง และคุณโนกุชิก็ต้องช่วยมัน

คุณไฮดิ เป็นคนที่มีความสามารถในการรับรู้และสื่อสารกับสัตว์ได้  ไฮดิสามารถเข้าใจว่ากรีเทลพยายามจะสื่ออะไรกับพวกเรา   ทันทีที่ไฮติมองที่กรีเทล  มันก็ส่งเสียงร้องลั่น   จนเธอต้องกล่าวขอโทษ  ไฮติบอกว่า เธอไม่สามารถรับรู้ความคิดของมันจากดวงตาของกรีเทลเลยจมูกของมันไวต่อความรู้สึกกับคนรอบตัวมัน  โดยเฉพาะคนแปลกหน้า  ไฮดิกล่าวกับโนกุชิว่า 

ตอนนี้กรีเทลกำลังเสียใจ  มันพยายามเข้ามาหาคุณ  พยายามจะปกป้องคุณทุกอย่าง  มันพยายามจะลุกแต่สิ่งที่ทำได้คือร้องเสียงดัง มันพยายามปกป้องคุณจากฉัน ขณะที่คุณไฮดิอธิบาย  โนกุชิร้องไห้อย่างหนักเลยทีเดียว เด็กดี..เธอพยายามจะปกป้องฉันเหรอ  ขอบใจนะ  ไม่เป็นไรหรอก” โนกุชิกล่าวกับกรีเทล

 

เมื่อเจ้าหน้าที่นำสุนัขตัวหนึ่งออกมาอีกห้องหนึ่ง  มันชื่อมาร์เบิลที่รับหน้าที่แทนกรีเทลที่พ้นวาระ  ไฮดิกล่าวว่า “ฉันคิดว่ากรีเทลคุยกับมาร์เบิลเพื่อความมั่นใจว่าคนในห้องนี้ไม่เป็นอันตราย  ให้ตรวจสอบทุกคนด้วย”  

หลังจากนั้นมาร์เบิลก็เข้าไปดูทุกคนภายในห้อง และเดินเข้าไปหาไฮดิเธอชมมาร์เบิลว่า   “เธอทำหน้าที่ดีมาก”  กรีเทลสั่งเสียให้กับมาร์เบิล เพราะนับจากนี้มาร์เบิลจะรับหน้าที่ปกป้องโนกุชิต่อจากมัน  เพราะตัวมันเองก็ไม่สามารถไปไหนได้อีกแล้ว  โนกุชิกล่าวว่า      “ผมไม่เคยคิดเลยว่ากรีเทลจะทำทุกอย่างให้กับผมได้ขนาดนี้  สิ่งที่กรีเทลเป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ทำให้ผมไม่พอใจ เพราะมันพ้นหน้าที่ของมันแล้ว ตลอดเวลามันทำเพื่อผมโดยดีตลอด”   

ไฮดิพยายามจะสื่อกับกรีเทลอีกครั้ง และก็พูดว่า “มันกังวลเรื่องของคุณ  และรู้สึกเศร้ามาก  มันบอกว่ามันจะอยู่กับคุณตลอดเวลา  ดูเหมือนมันเข้าใจการแสดงออกและความรู้สึกเป็นอย่างดี  และมันยังกังวลทุกๆอย่างหลังจากที่มันไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้แล้ว  มันรับรู้ความรู้สึกทุกอย่างของคุณได้ มันไม่อยากจะเป็นภาระ”   สิ้นคำพูด โนกุชิน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา    “มันมีเรื่องจะบอกกับคุณว่า แม้เดี๋ยวนี้ร่างกายมันจะอ่อนแอลง สิ่งสำคัญที่สุดมันสามารถอยู่ปกป้องและเคียงข้างคุณ”    

กรีเทลเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายโนกุชิ  ไฮดิกล่าวว่า    “แม้ตามันไม่สามารถมองเห็น  แม้ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้  แต่มันยังคงจงรักภักดีต่อโนกุชิเสมอมา  กรีเทลบอกว่า  มันต้องการเห็นคุณมีใบหน้ามีความสุข”  ไฮดิถามโนกุชิว่า    “คุณทั้งสองชอบดูเบสบอล”   โนกุชิพยักหน้าและเล่าว่า    “มีสนามกีฬาใกล้กับสถานที่ที่เราอาศัยอยู่ครั้งสุดท้ายที่เราไปมีไม่กี่ครั้ง”     ไฮดิกล่าวต่อไปว่า “ฉันคิดว่ามันพยายามจะบอกกับคุณว่าคุณชอบกีฬาเบสบอล และมันจะกระดิกหางทุกครั้งที่เห็นใบหน้าคุณมีความสุข  มันจะมีความสุขมากหากมันเห็นคุณมีความสุข  กรีเทลหวังว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงและพบเพื่อนที่ดีแบบมันอีกครั้ง”    

หลังจากนั้นไฮดิก็มีน้ำตาไหลออกมาเช่นกัน      “มันจะอยู่ข้างคุณและหัวใจมันจะอยู่กับคุณตลอด”     โนกุชิร้องไห้และจับเท้าของมันเหมือนให้มันรับรู้ถึงความรู้สึกผ่านการสัมผัสและกล่าวขอบใจ 

 

 

เนื้อหาโดย: น้องสาวเถ้าแก่เนี้ย

อ้างอิงกระทู้เก่า: http://board.postjung.com/675912.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
16 VOTES (4/5 จาก 4 คน)
VOTED: riddle, mookchu
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านปูมะพร้าวสัตว์ขาปล้องใหญ่สุดในโลก ก้ามบีบแรงมหาศาลไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุดต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"รถยนต์ไฟฟ้าไม่ง่ายอย่างคิด…นี่คือ 5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เจาะลึกธรรมเนียมการไว้ทุกข์ สายสัมพันธ์และความเชื่อผ่านสีสันล่าหยก ซีรีส์จีนใหม่ของ Zhang Linghe และ Tian Xiweiส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้มอาหารสำหรับผู้สูงอายุ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม หอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโป
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เรื่องน่ารักๆ ซึ้งๆ
ประเทศไหน ที่นิยมมาม่าไทยมากที่สุดในโลก"ทำไมหลายประเทศ หลายวัฒนธรรมและศาสนา ถึงมีเรื่องราวของ เสือที่แปลงเป็นคน หรือ เสือสมิง" ที่คล้ายๆกัน4 หนุ่มดาวน์ซินโดรม ถูกปฏิเสธงานทุกที่ สุดท้ายลุกขึ้นเปิด “ธุรกิจพิซซ่า” ของตัวเอง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจทั้งเมืองจากสุนัขจรจัด ที่ถูกทำร้าย สู่ชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความรัก
ตั้งกระทู้ใหม่