เปิดหนังสือสหภาพฯทีโอที ทำไมค้านกสทช.แตะคลื่น 900 MHz
สนข.ทีนิวส์ยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มสหภาพฯบมจ.ทีโอทีที่ออกมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการนำคลื่นความถี่วิทยุย่าน 900 MHz ซึ่งถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การครอบครองของบมจ.ทีโอทีไปจัดสรรใหม่ด้วยการนำคลื่นดังกล่าวเข้าสู่ขั้นตอนการประมูล 4 จี ภายใต้การจัดการของกสทช.
โดยก่อนหน้านี้สนข.ทีนิวส์ได้นำเสนอสาระสำคัญ 2 ประเด็นในหนังสือที่ถูกส่งถึงพล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนคัดค้านหลักการที่กสทช.ต้องการเรียกคืนคลื่นความถี่ 900 MHz ไปจัดสรรเพื่อรองรับการเปิดประมูลสัมปทานโครงข่าย 4 จี คือ
1.สหภาพฯ บมจ.ทีโอที เห็นว่าคลื่นความถี่ 900 MHz เป็นความถี่ที่บมจ.ทีโอทีหรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเดิม ได้รับการจัดสรรจากคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) มาแต่แรกเริ่มเพื่อให้องค์การโทรศัพท์ฯนำมาพัฒนาการให้บริการวิทยุโทรศัพท์ระบบเซลลูล่าให้เป็นระบบดิจิตอล
และ 2.บมจ.ทีโอที ไม่เห็นด้วยกับการที่กสทช.จะนำคลื่นความถี่ 900 MHz ของ บมจ.ทีโอที ภายหลังหมดอายุสัมปทานกับบริษัท AIS ไปจัดสรรผ่านการประมูลใหม่ เพราะ บมจ.ทีโอที มีเจตนาจะนำคลื่นความถี่ 900 MHz ไปพัฒนาโครงข่าย TOT 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จากหลักการสำคัญว่าด้วยจุดยืนคัดค้านการนำคลื่นความถี่ 900 MHz ไปเปิดประมูลสัมปทานเพื่อดำเนินโครงข่าย 4 จี เราจะไปลงรายละเอียดในแต่ละประเด็นข้ออ้างอิงของทางสหภาพฯบมจ.ทีโอที เพื่อประกอบการติดตามเรื่องนี้ต่อไปให้เข้าใจในทุกมิติมากยิ่งขึ้น
เริ่มจากประเด็นแรก ซึ่งสหภาพฯบมจ.ทีโอที ระบุว่า เนื่องจากคลื่นความถี่ 900 MHz เป็นคลื่นความถี่บมจ.ทีโอทีที่ยังคงมีการใช้งานปกติ ดังนั้นกสทช.จะนำเอาคลื่นความถี่คืนไปเพื่อดำเนินการจัดสรรใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายรองรับที่จะเอาคลื่นความถี่คืน และที่สำคัญสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงในอดีต ว่า บมจ.ทีโอที หรือ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 900 MHz จากคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) ตามรายละเอียดในหนังสือกรมไปรษณีย์โทรเลข ที่ คค 0704(ก )/16998 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2533 และเป็นการจัดสรรแบบไม่มีกำหนดเวลาส่งคืน เพื่อให้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนำไปพัฒนาการให้บริการโทรศัพท์ในอนาคต
นอกจากนี้ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันบมจ.ทีโอทีได้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ผ่านสัญญาสัมปทานกับบริษัท AIS ตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนแทนรัฐในลักษณะ BTO หรือ Built – Transfer – Operate และรายได้จากการให้สัมปทาน ทางบมจ.ทีโอทีก็ได้นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดินมาตลอดกว่า 20 ปี ดังนั้นในขณะที่ บมจ.ทีโอทียังคงใช้งานคลื่นความถี่ 900 MHz อยู่เป็นปกติ กสทช.จึงไม่ควรจะเรียกคลื่นความถี่ดังกล่าวไป
รวมถึง บมจ.ทีโอที ยังเป็นองค์กรที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจนถึงปี 2568 ตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ดังนั้นสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ 900 MHz จึงควรจะมีอยู่กับบมจ.ทีโอทีไปถึงปี 2568 เป็นอย่างน้อย และกสทช.ไม่ควรนำคลื่นความถี่ 900 MHz มาเป็นประเด็นในการสื่อสารต่อสาธารณะ เนื่องจากจะกระทบต่อสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ของบมจ.ทีโอที รวมทั้งทำให้อุปกรณ์โครงข่ายมือถือและทรัพย์สินต่างๆ ที่จะรับคืนตามสัญญาสัมปทานกับบริษัท AIS กลายเป็นสินทรัพย์ด้อยค่าทันทีในปี 2558 เนื่องจากไม่สามารถนำไปใช้งานให้บริการโทรศัพท์มือถือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องไปได้
ย้ำใจความสำคัญที่ทางสหภาพฯบมจ.ทีโอทีพยายามอธิบายว่าทำไมต้องคัดค้านการนำคลื่นความถี่ 900 MHz ไปจัดสรรใหม่ เพราะ
1.คลื่นความถี่ดังกล่าวเป็นสิทธิที่องค์การโทรศัพท์ฯ ได้รับมาจากคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) ตั้งแต่ปี 2533 2.คลื่นความถี่ 900 MHz ที่ได้รับการจัดสรรมาจากกบถ.ไม่ได้มีการกำหนดเวลาส่งคืนรัฐ และ 3.สถานะของบมจ.ทีโอทีถือเป็นองค์กรที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมถึงปี 2568 ดังนั้นสิทธิต่อการเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ 900 MHz ของบมจ.ทีโอทีก็ควรจะมีควบคู่กันไปจนถึงปี 2568 เป็นอย่างน้อย
นอกเหนือจากประเด็นว่าด้วยการแสดงสิทธิอันชอบธรรมของบมจ.ทีโอทีต่อการใช้ประโยชน์ในคลื่นความถี่ 900 MHz เราจะไปพิจารณาถึงเหตุผลที่สหภาพฯบมจ.ทีโอทีนำมาใช้ตอบโต้ขั้นตอนการเรียกคืนคลื่นความถี่ 900 MHz ไปใช้ในการดำเนินโครงข่าย 4 จีของทางกสทช.
โดยเฉพาะกรณีที่กสทช.กล่าวอ้างถึงประกาศเรื่องแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ.2555 ว่าเมื่อการอนุญาต สัมปทาน หรือ สัญญา สิ้นสุดลง สามารถเรียกคืนคลื่นความถี่ 900 MHz กลับได้ ทางสหภาพฯบมจ.ทีโอทีมีความเห็นแย้งว่า
1. ประกาศกสทช. ดังกล่าว เป็นกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่ากฎหมายในชั้นพ.ร.บ.ทั่วไป จึงไม่สามารถลบล้างอำนาจของกฎหมายในลำดับที่สูงกว่าได้ หรือ หมายความว่า ประกาศกสทช.เรื่องแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ฯ ไม่สามารถลบล้างสิทธิที่พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 79 ได้บัญญัติถึงสิทธิการประกอบกิจการโทรคมนาคมของบมจ.ทีโอทีได้
2.ประกาศกสทช. เรื่องแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ.2555 เป็นกฎหมายที่ออกมาใช้บังคับหลังจากพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ใช้บังคับ ซึ่งโดยหลักกฎหมายทั่วไปกำหนดโดยสรุปว่า กฎหมายที่ประกาศใช้บังคับในภายหลังไม่สามารถย้อนหลังในทางที่เป็นโทษได้ หากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง ดังนั้นกสทช.ไม่สามารถนำประกาศฯดังกล่าวมาลบล้างสิทธิตามกฎหมายที่มีมาก่อนได้
3.สถานภาพขององค์การโทรศัพท์ฯ หรือ บมจ.ทีโอทีในปัจจุบัน ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 900 MHz จากกคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) แบบไม่มีกำหนดเวลา เพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการวิทยุโทรศัพท์แบบเซลลูล่าให้เป็นระบบดิจิตอล ซึ่งปัจจุบันโครงข่ายการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็ยังคงเป็นเทคโนโลยีระบบเซลลูล่าเหมือนเดิม เพียงแต่เรียกชื่อเป็นระบบ 2 จี , 3 จี , 4 จี ,5จี ประการสำคัญบมจ.ทีโอทีก็ยังใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบดังกล่าว ตามเจตนารมณ์ทุกประการของกบถ. ที่จัดสรรคลื่นความถี่ 900 MHz ให้กับบมจ.ทีโอทีหรืององค์การโทรศัพท์มาตั้งแต่ต้น
4.กรณีที่กสทช.ประชาสัมพันธ์ว่าจะดำเนินการเปิดประมูลความถี่เพื่อให้บริการโครงข่าว 4 จี สหภาพฯบมจ.ทีโอที เห็นว่า โดยข้อเท็จจริงคลื่นความถี่ที่ใช้งานตามมาตราฐานของเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4 จี นั้น สามารถใช้งานได้หลายย่านความถี่ และย่านความถี่ของคลื่นความถี่ ที่ได้รับความนิยมในการนำไปให้บริการในระบบ 4 จี ประกอบด้วยย่านความถี่ 1,800 MHz และ 2,600 MHz รวมถึงยังมีย่านความถี่อื่น ๆ ที่ยังไม่ถูกใช้งานอีกมากในประเทศไทย จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องดึงคลื่นความถี่ 900 MHz ที่บมจ.ทีโอทีกำลังใช้งานในการให้บริการ ไปเปิดประมูลเพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลี่อนที่ในระบบ 4 จี
5.การให้สิทธิแก่ บมจ.ทีโอที สามารถนำโครงข่ายสัมปทานกับบริษัท AIS กลับมาพัฒนาการให้บริการต่อ ก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการให้สัมปทานกับภาคเอกชนแต่แรกเริ่ม โดยเฉพาะกรณีที่ภาครัฐต้องการให้เอกชนมาลงทุนในกิจการโทรศัพท์มือถือแทนรัฐ และเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานภาครัฐก็ควรนำสิ่งที่เอกชนลงทุนไว้มาดำเนินการต่อ เพราะทรัพย์สินเดิมภายใต้สัญญาสัมปทาน มีมูลค่าในเชิงการปฏิบัติ สามารถสร้างรายได้ให้กับบมจ.ทีโอทีมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่หากนำคลื่นความถี่ 900 MHz ไปเปิดประมูลใหมก็อาจทำให้บมจ.ทีโอที เสียโอกาสไม่สามารถให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องได้ เพราะไม่มีสิทธิในการครอบครองคลื่นความถี่ 900 MHz
ในมุมกลับกันทางสหภาพฯบมจ.ทีโอที ยังเน้นย้ำด้วยว่าถ้าภาครัฐสนับสนุนให้ บมจ.ทีโอที ได้รับโอกาสประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือต่อจากบริษัทเอกชนผู้รับสัมปทานรายเดิม เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน จะกลายเป็นประโยชน์ต่อทั้งบมจ.ทีโอทีและภาครัฐ
โดยข้อดีที่สหภาพฯบมจ.ทีโอทีนำเสนอไว้หนังสือที่นำส่งต่อพล.อ.ประยุทธ์ ประกอบไปด้วย
1.เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสารโทรคมนาคมแก่ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากบมจ.ทีโอทีจะมีต้นทุนในการดำเนินการต่ำ เพราะได้รับมอบอุปกรณ์ตามสัญญาสัมปทานจากเอกชนมาดำเนินการต่อ และไม่มีต้นทุนการลงทุนโครงข่ายใหม่ ทำให้สามารถรองรับการบริการในราคาที่ถูกกว่าได้
2.การให้บริการอย่างต่อเนื่องของบมจ.ทีโอทีในเทคโนโลยี 2 จี จะช่วยไม่ให้ประชาชนในฐานะผู้บริโภคส่วนใหญ่ ถูกบังคับให้เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือจากเทคโนโลยี 2 จี ไปเป็น 3 จี หรือ 4 จี และเป็นการช่วยลดปริมาณขยะอิเล็คทรอนิกส์จากเครื่องโทรศัพท์มือถือระบบ 2 จี ที่ยังคงมีใช้งานในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้านเครื่อง และถึงแม้เทคโนโนโลยี 2 จี จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี 3 จี หรือ 4 จี ในอนาคตข้างหน้า แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี 2 จี ว่าด้วยการสื่อสารพูดคุย ก็ยังคงมีการให้บริการอย่างต่อเนื่องในอีกหลายๆ ประเทศ
3.รัฐบาลสามารถใช้อุปกรณ์โครงข่ายที่รับมอบตามสัญญาสัมปทานที่สิ้นสุดลง มาสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อการพัฒนาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศต่อไปได้
4.รัฐบาลสามารถใช้อุปกรณ์โครงข่ายที่รับมอบตามสัญญาสัมปทานมาใช้งานต่อในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้โอกาสแก่ประชาชนที่ยากจนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เข้าถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในราคาถูก โดยภาครัฐไม่ต้องสนับสนุนงบประมาณมาลงทุนแต่อย่างใด
5.การสร้างบริการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยบมจ.ทีโอที ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยในข้อมูลที่สื่อสารบนโครงข่าย และสร้างระบบความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับบริการสื่อสารโทรคมนาคม โดยเฉพาะกับหน่วยงานความมั่นคง หรือแม้แต่บริษัทเอกชนที่มาใช้บริการก็จะมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่รับส่งบนโครงข่ายจะไม่ถูกแอบดักฟังหรือแอบนำไปใช้ประโยชน์
สรุปทั้งหมดก็คือรายละเอียดหรือสาระสำคัญในหนังสือที่สหภาพฯบมจ.ทีโอทีมีถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการที่กสทช.จะเรียกคืนคลื่นความถี่ 900 MHz เพื่อนำเปิดประมูลรองรับการพัฒนาโครงข่าย 4 จี ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต และควรจะได้มีการนำเสนอรายละเอีนดในประเด็นต่างๆ อย่างครบถ้วนต่อไป
นักร้องดัง "ไช่ อีหลิน" ยืนร้องเพลงและเต้น บนหัวงูยักษ์
ภาพนี้ที่รอคอย !!! ทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์ไปวางกั้นพรมแดนบ้านหนองจาน ตามเส้นเขตแดน 1:50000 เป็นที่เรียบร้อย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
อินเดียแห่เที่ยวกัมพูชา เปิดไฟลต์ตรง กระแสมรดกฮินดูมาแรง
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
โค้งสุดท้าย “หวยปีใหม่ 2 มกราคม 2569”
ออสเตรเลียมอบเงินให้เขมร 250,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
เครื่องบินประสบอุบัติเหตุกลางอากาศ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากถูกเหวี่ยงออกจากที่นั่ง
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
เรื่องที่น่าอนาถใจในกัมพูชา กำลังเป็นประเด็นระหว่างคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศ และนอกประเทศ
ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันขึ้นปีใหม่ จาก "1 เมษายน" สู่ "1 มกราคม" เส้นทางความเปลี่ยนแปลงของปฏิทินไทย
นักร้องดัง "ยูกิ คาชิวากิ" อดีตสมาชิก AKB48 ประกาศ "ฉันกำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่ม!!"
ผลไม้ฤทธิ์เย็น กินคลายร้อน ชื่นใจ ดีต่อร่างกาย
มีจุดหมายชีวิตในระยะสั้น
ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันขึ้นปีใหม่ จาก "1 เมษายน" สู่ "1 มกราคม" เส้นทางความเปลี่ยนแปลงของปฏิทินไทย
7 วันอันตราย ปีใหม่ 69 ผ่านมา 2 วัน ยอดดับ 86 ราย
โรคเก๊าท์ อย่าโทษไก่ รู้ไหมเนื้อแดงทำให้เป็นเก๊าท์ได้มากกว่าไก่?