10 เรื่องราวเกี่ยวกับ 'อาจารย์ใหญ่' ผู้อุทิศร่างกายให้นักศึกษาแพทย์
'อาจารย์ใหญ่' ไม่ใช่เพียงแค่ศพดอง เพราะสำหรับนักศึกษาแพทย์นั้น พวกเขายกย่องเชิดชูให้อาจารย์ใหญ่ เป็นผู้มีพระคุณ เป็นบุคคลที่พวกเขาเคารพ 10 เรื่องราวเกี่ยวกับอาจารย์ใหญ่ต่อไปนี้ จะทำให้ทุกคนได้รู้จักอาจารย์ใหญ่มากขึ้น และได้เห็นถึงวิธีการการเรียนของนักศึกษาแพทย์ กับอาจารย์ใหญ่ในหลายๆ มุมที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน สำหรับใครที่คิดอยากจะเป็นนักศึกษาแพทย์แวะมาเก็บข้อมูลไว้หน่อยก็ดีนะคะ จะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามจริง!
1.อาจารย์ใหญ่ คือ ร่างกายของมนุษย์ ที่ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนในการบริจาคร่างกายไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ใช้ร่างกายกายของตัวเองในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องมหกายวิภาคศาสตร์ หรือระบบของร่างกายนั่นเอง
2.ผู้ที่บริจาคร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่นั้น ต้องไม่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายแรง และต้องมีอวัยวะหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายครบถ้วน
3.อาจารย์ใหญ่มีด้วยกันทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ
3.1แบบเก่า ฉีดฟอร์มาลีนเยอะ เก็บร่างไว้ใช้ได้นานตลอดปีการศึกษาหรืออาจใช้ได้นานถึงปีกว่า แต่มีข้อเสียเยอะคือ ร่างจะแข็ง ผิวหนัง ข้อต่อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อจะไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนคนจริงๆ ข้อดีคือ ต้นทุนต่ำ
3.2 แบบแช่แข็ง ข้อดีคือ ร่างอาจารญ์ใหญ่มีสภาพใกล้เคียงมนุษย์ตอนมีชีวิตมากที่สุด แต่ก็มีข้อเสียอยู่คือ หลังจากเอาออกมาใช้แล้ว จะนำกลับออกมาใช้ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น เนื่องจากการแช่แข็งไม่ได้มีการฉีดสารฟอร์มาลินเข้าไปฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงทำให้ร่างเสียได้ง่ายกว่าแบบแรก
3.3 แบบนุ่ม ข้อดีคือ ไม่จำเป็นต้องรีบทำอาจารญ์ใหญ่มาทำ สามารถทิ้งไว้ประมาณ 5 วันได้ เมื่อได้ศพแล้วก็จะนำมาฉีดน้ำยาพิเศษ ซึ่งน้ำยาดังกล่าวมีส่วนประกอบทั้งสารอินทรีย์ และสารอนินทรีย์กว่า 20 ชนิด และมีส่วนผสมของฟอร์มาลีนเพียงแค่ 2% เท่านั้น ฉีดแล้วก็นำไปแช่ไว้ในแท็งก์ประมาณ 3 เดือน วิธีนี้หากนำร่างออกมาใช้แล้วก็ยังสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปี
4.แต่อาจารย์ใหญ่รูปแบบ แช่แข็ง กับ แบบนุ่มนั้น หากญาติจะนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จะสามารถนำไปได้เพียงผม และเล็บเท่านั้น (ดังนั้นใครที่คิดจะบริจาค...คุยกันให้ชัดเจนไว้ก่อน)
5.เมื่อได้ร่างอาจารย์ใหญ่มา ต้องนำไปฉีดน้ำยารักษาศพ โดยฉีดเข้าทางเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขา (น้ำยารักษาศพมีฟอร์มาลินเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ) แล้วนำไปแช่ในน้ำยาแช่ศพประมาณ 1ปี จึงจะสามารถนำขึ้นมาให้นักศึกษาาแพทย์เรียนได้ (โดยในระยะเวลาที่เรียนประมาณ 1 ปี นั้น จำเป็นต้องใช้น้ำยาพรมให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ร่างอาจารย์ใหญ่ แห้ง หรือเกิดรา)
6.นักศึกษาแพทย์จะได้ศึกษาระบบร่างกายจากอาจารย์โดยประมาณเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ซึ่งตอนแรกๆ ทุกคนต่างก็มีความกลัวอยู่ในใจ แต่พอหลังจากนั้นความกลัวเปลี่ยนเป็นความเคารพ และทราบซึ้งถึงการเสียสละ หากไม่มีร่างกายของอาจารย์ใหญ่ นักศึกษาแพทย์ทุกคนก็จะไม่ได้เรียนรู้วิชาสำคัญที่คนเป็นหมอต้องเรียน
7.ในการเรียนวิชามหกายวิภาคศาสตร์ ร่างอาจารย์ใหญ่หนึ่งท่านจะมีนักศึกษาแพทย์ 4 คน ที่ใช้ในการเรียน โดยตอนเรียนนั้นจะมีทั้งรุ่นพี่ ทั้งอาจารย์คอยให้คำแนะนำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา
8.นักศึกษาแพทย์ต้องได้ศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่ทั้ง 2 เพศ เพื่อดูความแตกต่าง ดังนั้นห้องเรียนจึงได้จัดวางอาจารย์ใหญ่ สลับเพศไว้ที่โต๊ะบริเวณใกล้ ๆ กัน
9.อาจารย์ใหญ่ที่ใช้สำหรับศึกษาเรื่องกระดูกนั้น ก่อนจะนำมาศึกษา ต้องนำไปทำการชำแหละเนื้อออกจากกระดูกให้หมดเสียก่อน จากนั้นนำไปฝังทรายไว้ประมาณ 2 เดือน หรือจนกว่าเนื้อที่ติดกระดูกจะเน่าจนหมด แล้วนำกระดูกขึ้นไปทำความสะอาด ตากให้แห้ง จึงนำไปศึกษาได้
10.เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ จะร่วมกับ นักศึกษาแพทย์ปี 2 ทุกคน เป็นเจ้าภาพจัดงานพระราชทางเพลิงศพ ให้กับอาจารย์ใหญ่ทุก ๆ ท่าน
สุดท้ายหากใครอยากเรียนแพทย์นั้น
ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานที่อาจารย์กายวิภาคฯ ต้องการ ดังต่อไปนี้ค่ะ
1. ความรู้วิชาพื้นฐาน วิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาชีววิทยา
2. สุขภาพกาย แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีความพิการ ขนาดมาตฐานของคนไทย และสุขภาพจิตดี มีสมาธิ
3. สติปัญญา จำแม่น จำเร็ว จำนาน ช่างสังเกต ใฝ่รู้ และนำมา ประมวลจนสามารถประยุกต์ใช้ได้
4. วุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ อดทน อ่อนน้อม เสียสละ และสามารถทำงานเป็นกลุ่ม
5. ไม่รังเกียจ กลิ่น สี และรูปร่างของสิ่งที่ใช้ศึกษา
6. มีความสามารถในการใช้มือ เช่น เคยทำงานบ้าน
สำหรับใครที่สนใจอยากจะบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาสามารถติดต่อได้ทางช่องทางต่อไปนี้
1.ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (ตั้งอยู่ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับโรงพยาบาลรามาธิบดี)“ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400”
2.เขียนจดหมายขอแบบฟอร์มการบริจาคร่างกายตามที่อยู่ข้างบน
3.โทรศัพท์แจ้งที่อยู่เพื่อการขอแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาที่หมายเลขโทรศัพท์ : 02-201 5400, 02-201 5402, 02-354 7346
4.ทางอินเตอร์เนต http://www.sc.mahidol.ac.th/scan/ เข้าไปที่ Body Donation
สามารถ print แบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
www.si.mahidol.ac.th
www.manager.co.th
ภาพประกอบ
www.marketeer.co.th
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
รวมภาพตลกเฮฮาประจำวันนี้ 05/01/69 วันที่อากาศเย็น แถมเป็นวันทำงานหลังปีใหม่ อยากนอนอยู่บ้านอีกจังหนอ
สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
วิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : อาร์ทิโชก "ราชาแห่งผักบำรุงตับ" พืชผักบำรุงสุขภาพชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง ในไทยเราก็มีเพาะจำหน่ายแล้วน๊า...
"กัมพูชา" บ้านป่าเมืองเถื่อนของแท้..แม้แต่กลางวันแสกๆ ยังลักพาตัวคนกลางเมืองสีหนุวิลล์
ตะพาบที่หายากมากที่สุด มีเหลืออยู่เพียง 5 ตัวเท่านั้นบนโลก
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
รีวิวซีรีส์เกาหลี :: "คุณหมอหัตถ์เทวดา Doctor John" ผลงานการแสดง จีซอง, อีเซยอง
Mathematics Things
"กัมพูชา" บ้านป่าเมืองเถื่อนของแท้..แม้แต่กลางวันแสกๆ ยังลักพาตัวคนกลางเมืองสีหนุวิลล์
😯 ชวนเข้ามาดูสิ่งที่เปลี่ยนไปจนน่าตะลึงเมื่ออยู่ใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) บางอย่างก็สวยจนน่าทึ่งมากเลยล่ะ 😆
