วิธีเก็บชีสที่ถูกต้อง
วิธีเก็บชีสที่ถูกต้อง มีดังนี้
1) อุณหภูมิในการเก็บชีสเป็นปัจจัยเริ่มแรกที่สำคัญที่สุด นั่นคือระหว่าง 2-7 องศาเซลเซียส ฉะนั้นที่ๆ ควรเก็บชีสที่ดีที่สุดก็คือตู้เย็นนั่นเอง
2) จะต้องไม่เก็บชีสในช่องแข็งเด็ดขาด (ขอย้ำว่าอย่าทำ) เพราะว่าอุณหภูมิที่จุดเยือกแข็งทำลายเอ็มไซม์ (enzymes) ที่มีอยู่ในชีสและทำลายเนื้อเยื่อ (texture) รวมทั้งรสชาติ (taste) ให้หมดไป เรียกว่าพังยับเยินในทุกสถานะ ที่ที่เหมาะสมในตู้เย็นที่สุดคือช่องเก็บผักที่มีอุณหภูมิเบาบางที่สุดในตู้เย็น
3) หลีกเลี่ยงเก็บชีสในช่องข้างประตูตู้เย็นเนื่องจากอุณหภูมิจะเหวี่ยงมากที่สุดเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นจากการเปิดประตูทุกครั้ง
4) ปัจจัยสำคัญสำหรับการเก็บชีสนอกเหนือจากอุณหภูมิที่เหมาะสมอีกอย่างหนึ่งคือ การห่อชีสก่อนเก็บ ชีสชนิดที่เรียกว่า hard variety เช่น เชดด้าชีส นั้นจะเสียง่ายและเร็วกว่าปกติเมื่อห่อด้วยฟิลม์พลาสติก (plastic wraps) สาเหตุเพราะขาดการถ่ายเทของอากาศเนื่องจากโดยธรรมชาติของชีสจะยังมีชีวิตและเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพต่อไป ถ้าห่อด้วยพลาสติกใสก็เหมือนทำให้ชีสตาย ภาษาของผู้เชี่ยวชาญที่ผลิตชีสเรียกว่า ชีสหายใจไม่ออก (เหมือนคนถูกโปะหน้าปิดปากปิดจมูก)
ดังนั้นวัสดุที่เหมาะสมในการห่อชีสก่อนเก็บที่ดีที่สุดคือ อลูมิเนี่ยมฟอยส์ หรือ กระดาษ parchment ถ้าเป็นขีสครึ่งนิ่มประเภท Brie จะใช้กระดาษไขก็ได้
5) สำหรับชีสนิ่มประเภท Fete cheese หรือ Mozzarella ควรเก็บในกล่องพลาสติกไปเลย
6) สำหรับชีสแข็งประเภท Parmesan หรือ Asiago อันนี้ควรเก็บในถุงพลาสติกแต่ต้องแน่ใจว่ามีขนาดและพื้นที่พอเพียงให้ชีสหายใจได้ หรือห่อด้วยกระดาษ parchment เฉยๆ ก็ได้ และจะเก็บได้นานยิ่งขึ้นถ้าเปลี่ยนถุงพลาสติกเป็นระยะๆ
7) ชีสประเภท Blue cheese ห่อในแผ่นพลาสติกใสได้ 2 ชั้น แล้วใส่กล่องพลาสติกชนิด air tight อีกครั้งก่อนเก็บในตู้เย็น
มีอีก 2 วิธีที่สามารถเก็บรักษาชีสไว้ได้ยาวนานคือ
1) แกะแผ่นพลาสติกที่ห่อหุ้มชีสออกทั้งหมดแล้วให้ห่อใหม่ด้วยกระดาษซับที่ใช้ทำความสะอาดในครัว (paper towel) แล้วใส่ในถุงพลาสติก zip-lock ให้แน่ใจว่าถุงปิดแน่นสนิทก่อนเก็บในตู้เย็น หรือ อีกวิธีที่ได้ผลมากคือ
2) แกะแผ่นพลาสติกที่ห่อหุ้มชีสออกทั้งหมด แล้วนำผ้าบางๆ ชุบนำส้มสายชูให้ชุ่มแล้วนำไปห่อชีสให้มิด ก่อนนำชีสที่ห่อแล้วไปใส่ในกล่องพลาสติกชนิด air tight แล้วเก็บในตู้เย็นต่อไป (อย่าลืม ห้ามใส่ข่องฟรีส !!!) วิธีนี้จะเก็บชีสได้นานที่สุด
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง